จากพฤติกรรมของประชาธิปัตย์และสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่พยายามขัดขวางการเลือกตั้งทุกวิถีทาง
มีขบวนการสร้างวาทกรรมและพฤติกรรมฉ้อฉลว่าคนไทยยังไม่ควรมีสิทธิเท่าเทียมกัน ก่อจราจลขัดขวางการเลือกตั้งทุกรูปแบบ
สาเหตุที่แท้จริงแล้วเพราะกลัวแพ้เลิอกตั้ง
จึงพยายามเหยียบย่ำประชาชนที่ไม่เลือกตนอยู่ตลอดเวลาว่ารู้น้อยบ้างไม่ีรู้จักตัดสินใจบ้าง
ดังนั้นจึงต้องปฏิรูปก่อนถึงจะให้เลือกตั้งได้ หรือมิเช่นนั้นประชาชนก็ไม่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตตนเอง
ต้องให้ผู้ทรงคุณวุฒิจาก กปปส. เป็นผู้เลือกตัวแทนให้
ถ้าประชาธิปัตย์คิดได้แค่นี้จริง ๆ เท่ากับเนรคุณประชาชน
เพราะเหตุใด? มาดูประวัติศาสตร์กัน
สมัยที่นายพิชัย รัตนกุล เป็นหัวหน้าพรรค พรรคเคยได้ ส.ส มากที่สุดในบรรดาพรรคการเมือง
สมัยชวน 1 ก็เคยได้ ส.ส. มากที่สุดจนสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ตัวนายชวนเองยังเคยกล่าวคำพูดเทห์ ๆ ที่ว่า "เราไม่สามารถทำให้คนรวยเหมือนกันหมด แต่เราสามารถทำให้คนอยู่ภายใต้กฏหมายเหมือนกันหมด"
มาวันนี้ดูถูกประชาชนว่าด้อยคุณภาพ ไม่ควรที่ได้ใช้สิทธิ์ของตนเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
ถ้าใช้สมองคิดได้แค่นั้น ก็หมายความว่าคนที่เลือกประชาธิปัตย์ให้ได้ที่หนึ่งในตอนนั้นด้อยคุณภาพด้วย
พอไม่ได้รับเลือกตั้ง แว้งกลับประชาชนขึ้นมาทันที
เนรคุณ
ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงคือ ปชป. ทำงานห่วยไม่มีผลงาน คนเลยหันไปเลือกพรรคอื่น เรื่องมันก็แค่นี้
สร้างวาทกรรมทำพฤติการณ์กดขี่ประชาชนอยู่ได้
ทำให้เห็นสิ่งแปลกประหลาดจะเรียกว่า
"สิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์" ก็ย่อมได้
นั่นคือพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่กลัวการเลือกตั้งยิ่งกว่าสุนัขกลัวน้ำร้อนลวก
จำใส่กระโหลกไว้นะประชาธิปัตย์
ประชาชนมีชีวิตจิตใจ มีเลือดเนื้อและวิญญาณ เขาต้องการใช้สิทธิ์ของเขา
ประชาชนอีกมากมาย(รวมทั้งผมด้วย) ไม่ได้คิดจะผูกขาดกับพรรคการเมืองใด
เพียงแค่ขอให้เป็นพรรคการเมืองที่มีนโยบายโดนใจ มีผลงานทำงานเกิดผลจริงจังก็จะรับไว้พิจารณาไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน
ถ้าเพื่อไทยทำงานไม่ดี สมัยหน้าก็ไม่เลือกไปเลือกพรรคอื่นที่ทำงานดีกว่า เสนอนโยบายได้ดีกว่าไม่ได้หน้ามืดตามัวผูกขาดกับพรรคไหน
ถ้าจะเอาชนะ ต้องชนะใจประชาชนด้วยผลงานเท่านั้น
ถ้าคิดเอาชนะด้วยการบังคับใจ ใช้เล่ห์เหลี่ยมเหยียบย่ำคนไม่ให้เขาได้ใช้สิทธิ์
ชัยชนะที่ได้มาด้วยการยัดเยียด ไม่ต่างอะไรจากโจรข่มขืน ที่ขืนใจประชาชน
ไม่มีวันที่ประชาชนจะยอมรับ เท่ากับทำตัวเป็นสิ่งโสโครกทางประวัติศาสตร์
จารึกไว้ให้ถูกประณามตราบชั่วลูกหลาน
จำใส่กระโหลกไว้นะประชาธิปัตย์
Kruหายใจ ในประเทศ ที่เสรี
ปฐพี ที่ปวงชน นั้นเป็นใหญ่
เท่าเทียมกัน ในระบอบ ประชาธิปไตย
ใครเอาสิทธิ์ ของKruไป Kruไม่ยอม
กรณีศึกษา : จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ประชาธิปัตย์กับการเนรคุณแว้งกัดประชาชน
มีขบวนการสร้างวาทกรรมและพฤติกรรมฉ้อฉลว่าคนไทยยังไม่ควรมีสิทธิเท่าเทียมกัน ก่อจราจลขัดขวางการเลือกตั้งทุกรูปแบบ
สาเหตุที่แท้จริงแล้วเพราะกลัวแพ้เลิอกตั้ง
จึงพยายามเหยียบย่ำประชาชนที่ไม่เลือกตนอยู่ตลอดเวลาว่ารู้น้อยบ้างไม่ีรู้จักตัดสินใจบ้าง
ดังนั้นจึงต้องปฏิรูปก่อนถึงจะให้เลือกตั้งได้ หรือมิเช่นนั้นประชาชนก็ไม่มีสิทธิ์กำหนดชีวิตตนเอง
ต้องให้ผู้ทรงคุณวุฒิจาก กปปส. เป็นผู้เลือกตัวแทนให้
ถ้าประชาธิปัตย์คิดได้แค่นี้จริง ๆ เท่ากับเนรคุณประชาชน
เพราะเหตุใด? มาดูประวัติศาสตร์กัน
สมัยที่นายพิชัย รัตนกุล เป็นหัวหน้าพรรค พรรคเคยได้ ส.ส มากที่สุดในบรรดาพรรคการเมือง
สมัยชวน 1 ก็เคยได้ ส.ส. มากที่สุดจนสามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
ตัวนายชวนเองยังเคยกล่าวคำพูดเทห์ ๆ ที่ว่า "เราไม่สามารถทำให้คนรวยเหมือนกันหมด แต่เราสามารถทำให้คนอยู่ภายใต้กฏหมายเหมือนกันหมด"
มาวันนี้ดูถูกประชาชนว่าด้อยคุณภาพ ไม่ควรที่ได้ใช้สิทธิ์ของตนเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
ถ้าใช้สมองคิดได้แค่นั้น ก็หมายความว่าคนที่เลือกประชาธิปัตย์ให้ได้ที่หนึ่งในตอนนั้นด้อยคุณภาพด้วย
พอไม่ได้รับเลือกตั้ง แว้งกลับประชาชนขึ้นมาทันที
เนรคุณ
ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงคือ ปชป. ทำงานห่วยไม่มีผลงาน คนเลยหันไปเลือกพรรคอื่น เรื่องมันก็แค่นี้
สร้างวาทกรรมทำพฤติการณ์กดขี่ประชาชนอยู่ได้
ทำให้เห็นสิ่งแปลกประหลาดจะเรียกว่า "สิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์" ก็ย่อมได้
นั่นคือพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่กลัวการเลือกตั้งยิ่งกว่าสุนัขกลัวน้ำร้อนลวก
จำใส่กระโหลกไว้นะประชาธิปัตย์
ประชาชนมีชีวิตจิตใจ มีเลือดเนื้อและวิญญาณ เขาต้องการใช้สิทธิ์ของเขา
ประชาชนอีกมากมาย(รวมทั้งผมด้วย) ไม่ได้คิดจะผูกขาดกับพรรคการเมืองใด
เพียงแค่ขอให้เป็นพรรคการเมืองที่มีนโยบายโดนใจ มีผลงานทำงานเกิดผลจริงจังก็จะรับไว้พิจารณาไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน
ถ้าเพื่อไทยทำงานไม่ดี สมัยหน้าก็ไม่เลือกไปเลือกพรรคอื่นที่ทำงานดีกว่า เสนอนโยบายได้ดีกว่าไม่ได้หน้ามืดตามัวผูกขาดกับพรรคไหน
ถ้าจะเอาชนะ ต้องชนะใจประชาชนด้วยผลงานเท่านั้น
ถ้าคิดเอาชนะด้วยการบังคับใจ ใช้เล่ห์เหลี่ยมเหยียบย่ำคนไม่ให้เขาได้ใช้สิทธิ์
ชัยชนะที่ได้มาด้วยการยัดเยียด ไม่ต่างอะไรจากโจรข่มขืน ที่ขืนใจประชาชน
ไม่มีวันที่ประชาชนจะยอมรับ เท่ากับทำตัวเป็นสิ่งโสโครกทางประวัติศาสตร์
จารึกไว้ให้ถูกประณามตราบชั่วลูกหลาน
ปฐพี ที่ปวงชน นั้นเป็นใหญ่
เท่าเทียมกัน ในระบอบ ประชาธิปไตย
ใครเอาสิทธิ์ ของKruไป Kruไม่ยอม