มาลองเดาความหมายของแถ-ลงการณ์ของ กกต. กันดูครับ
คำว่าผู้มีส่วนรับผิดชอบ ในความหมายของ กกต. คงจะหมายถึงรัฐบาล ในประเด็นนี้ กกต.น่าจะเข้าใจผิด
หรืออ่อนด้อยต่อข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลไม่จัดว่าเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง เป็นแต่เพียงผู้สนับสนุนให้การเลือก
ตั้งดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยตลอดรอดฝั่ง แม้ในพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร ๒๕๕๖ จะมีบอกให้นายกรัฐมนตรี
เผ็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ก็ตาม ก็หมายความเป็นเพียงผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่เปิดช่องให้เท่านั้น เช่น
สั่งการณ์ให้ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ ให้ความร่วมมือกับ กกต. สนับสนุนด้านงบประมาณ เป็นที่ปรึกษา เป็นต้น
ฉะนั้น นายกจะมีส่วนรับผิดชอบ ก็เฉพาะในส่วนที่กฎหมายให้อำนาจไว้เท่านั้น ซึ่งจะรู้ว่ากฎหมายให้อำนาจไว้เท่าไร ก็ควรไปดูที่ รธน.๕๐
ว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง จึงเป็นที่มาของส่วนรับผิดชอบที่ว่า รับผิดชอบตามที่ รธน.๕๐ ให้ทำได้เท่านั้น
หน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ รับรายงานความคืบหน้า ปัญหา หรืออื่นๆจาก กกต. เพื่ออำนวยความสะดวก
กกต.แถ-ลงมาแบบนี้ ต้องการเอานายกมารับผิดชอบด้วย ซึ่งก็คือ หาเรื่องให้นายกผิดด้วยนั่นเอง ซึ่งจริงๆแล้ว อำนาจจัดการเลือกตั้ง
เป็นของ กกต. ตามที่ระบุไว้ใน รธน.๕๐ และ พ.ร.บ.ประกอบฯว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนฯ ปี ๕๐ นายกทำอะไรแทบไม่ได้เลย
นอกจากอำนวยความสะดวก
กกต.อ้างถึงสถานะการณ์ข้างหน้าตามกระบวนการว่าจะมีความไม่สงบเรียบร้อยเกิดขึ้น
ที่จริงแล้ว กระบวนการถัดไป เป็นเรื่องที่ง่ายกว่านี้มาก เพราะเหตุการณ์วันนี้ชี้หรืออธิบายได้แล้วว่า กกต. ต้องดำเนินแผนการอย่างไร
ต่อไป เช่น วิธีรับสมัคร สถานที่รับสมัคร เวลารับสมัคร
การหาเสียง กกต.แค่ควบคุมให้อยู่ในระเบียบกติกาเท่านั้น
การจัดการลงคะแนน กกต.เมื่อรู้ปัญหาว่าอาจจะมีอะไรเกิดขึ้น ก็ต้องใช้วิธีที่ได้รับบทเรียนมาแล้ว เพราะอย่างไรก็ตาม ทุกหน่วยเลือกตั้ง
คงไม่มีเหตุการชุลมุนวุ่นวาย จะมีก็ที่ กทม.บางหน่วย ต่างจังหวัด เช่น ภาคไต้บางหน่วย เท่านั้น ซึ่ง พ.ร.บ.ประกอบฯ ปี 50 ก็ให้
อำนาจ กกต.จัดการเป็นหน่วยๆไป ไม่ใช่ว่าจะต้องเลื่อนการเลือกตั้งเป็นการทั่วไปเลย
การนับคะแนน การประกาศผล ก็ถือตามการจัดการลงคะแนนเหมือนกัน
แถ-ลงในข้อนี้ของ กกต. ส่อเจตนาชัดเจนว่าไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งตามกำหนดเดิมเท่านั้น เพราะที่จริงแล้ว กระบวนการต่อไป
เริ่มไม่ยาก เริ่มจะกระจายออกไป ซึ่ง ม๊อบไม่สามารถก่อความวุ่นวายได้ทั้งหมด และวิะีการเพื่อความปลอดภัยก็น่าจะรู้แล้วว่าต้องทำ
แบบไหน กำลังตำรวจทหารมีพร้อมและ กกต. ก็มีอำนาจที่จะขอแรงมาช่วยได้ ตรงนี้ถ้า กกต.ไม่ทำ ก็คุกดีๆนี่เอง
กกต.ใช้คำว่า ขอส่งข่าวสารผ่านแถ-ลงการณ์ กกต.คงลืมไปว่า มีหน้าที่ต้องรายงานนายกด้วย
จริงอยู่ แม้จะเป็นองค์กรที่ไม่ขึ้นกับรัฐบาล แต่ในพระราชกฤษฎีกา ให้นายกรักษาการณ์ตามพราะราชกฤษฎีกานี้ด้วย เมื่อทั้ง กกต.
และนายกเป็นผู้รักษาการณ์ตามกฎหมาย เมื่อนายกจะแนะนำอะไร หรือ กกต. ทำอะไร ก็ต้องรายงานให้ทราบให้รับรู้กันด้วย
กกต.จะมาอาศัยข่าวหรือทีวีส่งแถลงการณ์แบบนี้ไม่ได้ เป็นการผิดธรรมเนียมมารยาทอย่างแรง ต้องทำเป็นหนังสือส่งไป
ข้อสังเกตุ แถ-ลงการณ์ของ กกต.ฉบับนี้ ไม่ใช่แถลงเลื่อนการเลือกตั้ง และไม่มีผลใดๆทางกฎหมายทั้งสิ้น ที่กกต.บอกว่าประชุม
ก็เหมือนการนั่งคุยกันเองมากกว่า เพราะประกาศหรือคำสั่งของ กกต. จะมีผลบังคับได้ ต้องประชุมแล้วมีมติ และต้องประกาศใน
ราชกิจานุเบกษา
สรุป ก็แค่ปาหี่กับพรรคพวกเพื่อให้ดูว่าสถานะการณ์น่ากลัวเท่านั้นเอง
วิแคะแถ-ลงการณ์ กกต.
คำว่าผู้มีส่วนรับผิดชอบ ในความหมายของ กกต. คงจะหมายถึงรัฐบาล ในประเด็นนี้ กกต.น่าจะเข้าใจผิด
หรืออ่อนด้อยต่อข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รัฐบาลไม่จัดว่าเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง เป็นแต่เพียงผู้สนับสนุนให้การเลือก
ตั้งดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยตลอดรอดฝั่ง แม้ในพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร ๒๕๕๖ จะมีบอกให้นายกรัฐมนตรี
เผ็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ก็ตาม ก็หมายความเป็นเพียงผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่เปิดช่องให้เท่านั้น เช่น
สั่งการณ์ให้ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ ให้ความร่วมมือกับ กกต. สนับสนุนด้านงบประมาณ เป็นที่ปรึกษา เป็นต้น
ฉะนั้น นายกจะมีส่วนรับผิดชอบ ก็เฉพาะในส่วนที่กฎหมายให้อำนาจไว้เท่านั้น ซึ่งจะรู้ว่ากฎหมายให้อำนาจไว้เท่าไร ก็ควรไปดูที่ รธน.๕๐
ว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง จึงเป็นที่มาของส่วนรับผิดชอบที่ว่า รับผิดชอบตามที่ รธน.๕๐ ให้ทำได้เท่านั้น
หน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ รับรายงานความคืบหน้า ปัญหา หรืออื่นๆจาก กกต. เพื่ออำนวยความสะดวก
กกต.แถ-ลงมาแบบนี้ ต้องการเอานายกมารับผิดชอบด้วย ซึ่งก็คือ หาเรื่องให้นายกผิดด้วยนั่นเอง ซึ่งจริงๆแล้ว อำนาจจัดการเลือกตั้ง
เป็นของ กกต. ตามที่ระบุไว้ใน รธน.๕๐ และ พ.ร.บ.ประกอบฯว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนฯ ปี ๕๐ นายกทำอะไรแทบไม่ได้เลย
นอกจากอำนวยความสะดวก
กกต.อ้างถึงสถานะการณ์ข้างหน้าตามกระบวนการว่าจะมีความไม่สงบเรียบร้อยเกิดขึ้น
ที่จริงแล้ว กระบวนการถัดไป เป็นเรื่องที่ง่ายกว่านี้มาก เพราะเหตุการณ์วันนี้ชี้หรืออธิบายได้แล้วว่า กกต. ต้องดำเนินแผนการอย่างไร
ต่อไป เช่น วิธีรับสมัคร สถานที่รับสมัคร เวลารับสมัคร
การหาเสียง กกต.แค่ควบคุมให้อยู่ในระเบียบกติกาเท่านั้น
การจัดการลงคะแนน กกต.เมื่อรู้ปัญหาว่าอาจจะมีอะไรเกิดขึ้น ก็ต้องใช้วิธีที่ได้รับบทเรียนมาแล้ว เพราะอย่างไรก็ตาม ทุกหน่วยเลือกตั้ง
คงไม่มีเหตุการชุลมุนวุ่นวาย จะมีก็ที่ กทม.บางหน่วย ต่างจังหวัด เช่น ภาคไต้บางหน่วย เท่านั้น ซึ่ง พ.ร.บ.ประกอบฯ ปี 50 ก็ให้
อำนาจ กกต.จัดการเป็นหน่วยๆไป ไม่ใช่ว่าจะต้องเลื่อนการเลือกตั้งเป็นการทั่วไปเลย
การนับคะแนน การประกาศผล ก็ถือตามการจัดการลงคะแนนเหมือนกัน
แถ-ลงในข้อนี้ของ กกต. ส่อเจตนาชัดเจนว่าไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งตามกำหนดเดิมเท่านั้น เพราะที่จริงแล้ว กระบวนการต่อไป
เริ่มไม่ยาก เริ่มจะกระจายออกไป ซึ่ง ม๊อบไม่สามารถก่อความวุ่นวายได้ทั้งหมด และวิะีการเพื่อความปลอดภัยก็น่าจะรู้แล้วว่าต้องทำ
แบบไหน กำลังตำรวจทหารมีพร้อมและ กกต. ก็มีอำนาจที่จะขอแรงมาช่วยได้ ตรงนี้ถ้า กกต.ไม่ทำ ก็คุกดีๆนี่เอง
กกต.ใช้คำว่า ขอส่งข่าวสารผ่านแถ-ลงการณ์ กกต.คงลืมไปว่า มีหน้าที่ต้องรายงานนายกด้วย
จริงอยู่ แม้จะเป็นองค์กรที่ไม่ขึ้นกับรัฐบาล แต่ในพระราชกฤษฎีกา ให้นายกรักษาการณ์ตามพราะราชกฤษฎีกานี้ด้วย เมื่อทั้ง กกต.
และนายกเป็นผู้รักษาการณ์ตามกฎหมาย เมื่อนายกจะแนะนำอะไร หรือ กกต. ทำอะไร ก็ต้องรายงานให้ทราบให้รับรู้กันด้วย
กกต.จะมาอาศัยข่าวหรือทีวีส่งแถลงการณ์แบบนี้ไม่ได้ เป็นการผิดธรรมเนียมมารยาทอย่างแรง ต้องทำเป็นหนังสือส่งไป
ข้อสังเกตุ แถ-ลงการณ์ของ กกต.ฉบับนี้ ไม่ใช่แถลงเลื่อนการเลือกตั้ง และไม่มีผลใดๆทางกฎหมายทั้งสิ้น ที่กกต.บอกว่าประชุม
ก็เหมือนการนั่งคุยกันเองมากกว่า เพราะประกาศหรือคำสั่งของ กกต. จะมีผลบังคับได้ ต้องประชุมแล้วมีมติ และต้องประกาศใน
ราชกิจานุเบกษา
สรุป ก็แค่ปาหี่กับพรรคพวกเพื่อให้ดูว่าสถานะการณ์น่ากลัวเท่านั้นเอง