ชาวภาคใต้ที่มาม็อบอย่าลืมกลับไปดูแลบ้านบ้างนะคะ
ดิฉันได้คุยกับน้องผู้ชายคนหนึ่ง ร้านของเขาอยู่หน้าหอพักที่ดิฉันพักอยู่ เขาและภรรยาทำร้านขายน้ำปั่นและขายขนมเล็กๆ น้อยๆ และดิฉันก็เป็นลูกค้าประจำ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาดิฉันเห็นร้านไม่เปิด ดิฉันก็เลยถามว่า ทำไมปิดร้าน เขาบอกว่า อาจจะต้องปิดไปอีกนานเพราะภรรยาของเขาต้องไปดูแลลุงกับป้าที่ระนอง ถามว่าลุงกับป้าเป็นอะไร เขาบอกว่า ป้าของภรรยาเขาล้มป่วย เนื่องจากทิ้งสวนยางให้พม่ากรีดแล้วไปม็อบราชดำเนิน กลับมาเจอสวนยางสิบกว่าไร่ยืนต้นตายเกือบหมดทั้งสวน ตกใจจนช็อค
ดิฉันถามต่อว่า แล้วทำไมเป็นอย่างนั้น น้องก็เล่าให้ฟังว่า พม่าที่จ้างมาเกิดโลภอยากได้ตังค์เยอะๆ เพราะเจ้าของสวนให้ส่วนแบ่งเยอะมากคือ ให้ 60% เนื่องจากทั้งลุงกับป้าไม่ได้ทำเองและลูกๆหลานๆก็ไม่มีใครทำ ต้องง้อพม่า ทีนี้พอเจ้าของไม่อยู่ พม่ากรีดยางแบบรีดน้ำยางเพื่อให้ได้ปริมาณน้ำยางมากๆ กรีดลึกจนไปตัดท่อน้ำเลี้ยง ก็เลยเป็นแบบที่เห็น ตอนนี้พม่านั้นก็หายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว (ยางอ่อนเพิ่งเปิดหน้ายางได้ 2 ปี เท็จจริงแค่ไหนดิฉันไม่ทราบเพราะไม่ได้ไปเห็นกับตา
แต่ก็ไม่คิดว่าน้องผู้ชายคนนั้นจะมาเล่าเรื่องโกหกให้ดิฉันฟังหรอกนะคะ
ลูกค้าของดิฉันหลายรายที่ทำธุรกิจที่รายได้ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อาทิตย์ที่แล้วได้คุยกับลูกค้าสามสี่ราย มีทั้งบริษัทฯทัวร์ บริษัทขายของที่ระลึก ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจโรงแรม บ่นให้ฟังว่า รายได้ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย ทุกวันนี้บริหารธุรกิจไป ขาดทุนไป (แต่ก็ต้องสู้กันต่อไป) ดิฉันถามว่า คิดว่าที่เป็นแบบนี้เพราะอะไร 100% ตอบว่าเพราะม็อบนั่นแหละ ตอนนี้ต่างประเทศประกาศไม่ให้คนของเขามาเที่ยวเมืองไทยกันเกือบทั่วโลกแล้ว ดิฉันก็ได้แต่ยิ้มๆ ลูกค้าถามดิฉันว่า ดิฉันเป็นคนที่ไหน (ทำไมน่ารักจัง .... อันนี้ใส่ไข่เอาเอง ฮา ...) ดิฉันตอบว่า อยู่ภูเก็ตมาปีกว่าแล้ว (ตอบได้ตรงคำถามมั่กๆ) แล้วถามกลับลูกค้าเป็นคนภูเก็ตหรือเปล่า ? ลูกค้าบางคนก็เป็นคนภูเก็ต บางคนก็เป็นคนกระบี่ บางคนก็มาจากกรุงเทพฯ หรือจากที่อื่น แต่ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นคนใต้ ..... แปลก ! พอพูดถึงตรงนี้ ไม่มีใครพูดถึงม็อบกันต่ออีกเลย .... เอ้า.... ก็ให้อภัยกันเองก็แล้วกันนะ .... ทำไงได้ ทำกันเอง ก็ต้องทนสภาพกันไป ...

เย็นวันอาทิตย์ วันนั้นฟ้าแจ่ม พวกเรากะจะไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกทะเลดวงโตๆ สวยๆ ที่แหลมพรหมเทพมาฝากเพื่อนๆห้องราชดำเนินซะหน่อย ที่ไหนได้ไม่สามารถหาที่จอดรถได้เลย คนเยอะมากๆ ก็เลยตัดสินใจกลับลงมาหาข้าวเย็นทานกันที่ริมหาดราไวย์ ที่หาดราไวย์คนเยอะ แต่เราก็โชคดีหาที่จอดรถและโต๊ะนั่งได้ เจ้าของร้านเข้ามารับออร์เดอร์ เราสั่งกับข้าวเสร็จ เจ้าของร้านก็ชวนคุย ลุงแกบอกว่า วันนี้มีนักท่องเที่ยวขึ้นแหลมพรหมเทพเยอะ ก่อนหน้านั้นนักท่องเที่ยวเงียบเหงามาก แกบอกว่าคนเริ่มกลับมาจากไปม็อบแล้ว ... ดิฉันก็ถามว่าลุงได้ไปม็อบรึป่าว ? ในใจก็คาดหวังว่าลุงแกจะตอบว่า ไม่ได้ไปพร้อมกับด่าม็อบให้ฟังบ้าง (กะหาพวกงัย) แต่แกตอบว่า ตัวแกไม่ได้ไปเพราะต้องดูแลร้านแต่น้องชายของแกไปหลายวันแล้วป่านนี้ยังไม่กลับเลย ตัวแกเองก็อยากไปแต่ห่วงร้าน ถ้าได้ไปก็ว่าจะไปเป็นการ์ดให้ม็อบ แกอยากเป็นการ์ด พูดแล้วก็เดินตัวเอียงขากะเผลกนิดหน่อย ไปรับออร์เดอร์โต๊ะถัดไป .... โห...จะไปเป็นการ์ด เดินให้มันทันเค้าก่อนเหอะลุง ... ดิฉันคิดในใจ (ฮา)
ตอนที่รับออร์เดอร์โต๊ะข้างๆ ลุงแกก็พูดเรื่องการเมืองน้ำไหลไฟดับกับลูกค้าซึ่งก็เป็นคนใต้ด้วยกันอะแหละ (แหลงใต้) มีตอนหนึ่งทำเอาดิฉันแทบสำลักปลากระพงทอดกระเทียมก็คือ ลุงแกบอกว่าที่นายเอกยุทธ์ถูกฆ่าเพราะถูก ทษ. สั่งเก็บ เนื่องจากนายเอกยุทธ์ไม่เข้าข้างระบอบทักษิณ ผมนี่แหละรู้วงในเย๊อะ ระบอบทักษิณมันชั่วร้ายจริงๆ ทำลายประเทศ บลา ๆ ๆ ๆ ดิฉันอดชำเลืองมองลูกค้าโต๊ะนั้นไม่ได้ ซึ่งก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ พยายามจะสั่งอาหารให้จบๆไป ... คงจะอาย...
ยังไม่จบนะคะ ... พอลุงแกเดินข้ามทางกลับมาจากไปสั่งอาหารในครัว แกก็มาเก็บกวาดโต๊ะที่ลูกค้าทานเสร็จแล้ว เก็บกวาดไปแกก็พูดพล่ามไปเรื่อยๆถึง ระบอบทักษิณ ถึงม็อบมวลมหาชนที่แกเฝ้าฝันอยากจะไปเป็นการ์ด ซึ่งตอนแรกดิฉันก็ไม่ได้สนใจอะไร มัวแต่สนใจอาหารมากกว่า แต่พอเงยหน้าขึ้นมามองดูว่าแกพูดอยู่กับใคร ปรากฏว่า ... ลุงแกพูดพล่ามอยู่คนเดียวอ่ะ ...เพี้ยนป่ะเนี่ย ...ตรูมากินอาหารร้านคนเพี้ยนแหงม .... เฮ้อ จบดีกว่า เด่วระบอบทักษิณจะทำเอาเราเพี้ยนตามลุงแก
+ + + [เบรคกลางวัน] .... เล่าสู่กันฟัง + + +
ดิฉันได้คุยกับน้องผู้ชายคนหนึ่ง ร้านของเขาอยู่หน้าหอพักที่ดิฉันพักอยู่ เขาและภรรยาทำร้านขายน้ำปั่นและขายขนมเล็กๆ น้อยๆ และดิฉันก็เป็นลูกค้าประจำ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาดิฉันเห็นร้านไม่เปิด ดิฉันก็เลยถามว่า ทำไมปิดร้าน เขาบอกว่า อาจจะต้องปิดไปอีกนานเพราะภรรยาของเขาต้องไปดูแลลุงกับป้าที่ระนอง ถามว่าลุงกับป้าเป็นอะไร เขาบอกว่า ป้าของภรรยาเขาล้มป่วย เนื่องจากทิ้งสวนยางให้พม่ากรีดแล้วไปม็อบราชดำเนิน กลับมาเจอสวนยางสิบกว่าไร่ยืนต้นตายเกือบหมดทั้งสวน ตกใจจนช็อค
ดิฉันถามต่อว่า แล้วทำไมเป็นอย่างนั้น น้องก็เล่าให้ฟังว่า พม่าที่จ้างมาเกิดโลภอยากได้ตังค์เยอะๆ เพราะเจ้าของสวนให้ส่วนแบ่งเยอะมากคือ ให้ 60% เนื่องจากทั้งลุงกับป้าไม่ได้ทำเองและลูกๆหลานๆก็ไม่มีใครทำ ต้องง้อพม่า ทีนี้พอเจ้าของไม่อยู่ พม่ากรีดยางแบบรีดน้ำยางเพื่อให้ได้ปริมาณน้ำยางมากๆ กรีดลึกจนไปตัดท่อน้ำเลี้ยง ก็เลยเป็นแบบที่เห็น ตอนนี้พม่านั้นก็หายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว (ยางอ่อนเพิ่งเปิดหน้ายางได้ 2 ปี เท็จจริงแค่ไหนดิฉันไม่ทราบเพราะไม่ได้ไปเห็นกับตา
แต่ก็ไม่คิดว่าน้องผู้ชายคนนั้นจะมาเล่าเรื่องโกหกให้ดิฉันฟังหรอกนะคะ
ลูกค้าของดิฉันหลายรายที่ทำธุรกิจที่รายได้ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อาทิตย์ที่แล้วได้คุยกับลูกค้าสามสี่ราย มีทั้งบริษัทฯทัวร์ บริษัทขายของที่ระลึก ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจโรงแรม บ่นให้ฟังว่า รายได้ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย ทุกวันนี้บริหารธุรกิจไป ขาดทุนไป (แต่ก็ต้องสู้กันต่อไป) ดิฉันถามว่า คิดว่าที่เป็นแบบนี้เพราะอะไร 100% ตอบว่าเพราะม็อบนั่นแหละ ตอนนี้ต่างประเทศประกาศไม่ให้คนของเขามาเที่ยวเมืองไทยกันเกือบทั่วโลกแล้ว ดิฉันก็ได้แต่ยิ้มๆ ลูกค้าถามดิฉันว่า ดิฉันเป็นคนที่ไหน (ทำไมน่ารักจัง .... อันนี้ใส่ไข่เอาเอง ฮา ...) ดิฉันตอบว่า อยู่ภูเก็ตมาปีกว่าแล้ว (ตอบได้ตรงคำถามมั่กๆ) แล้วถามกลับลูกค้าเป็นคนภูเก็ตหรือเปล่า ? ลูกค้าบางคนก็เป็นคนภูเก็ต บางคนก็เป็นคนกระบี่ บางคนก็มาจากกรุงเทพฯ หรือจากที่อื่น แต่ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นคนใต้ ..... แปลก ! พอพูดถึงตรงนี้ ไม่มีใครพูดถึงม็อบกันต่ออีกเลย .... เอ้า.... ก็ให้อภัยกันเองก็แล้วกันนะ .... ทำไงได้ ทำกันเอง ก็ต้องทนสภาพกันไป ...
เย็นวันอาทิตย์ วันนั้นฟ้าแจ่ม พวกเรากะจะไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกทะเลดวงโตๆ สวยๆ ที่แหลมพรหมเทพมาฝากเพื่อนๆห้องราชดำเนินซะหน่อย ที่ไหนได้ไม่สามารถหาที่จอดรถได้เลย คนเยอะมากๆ ก็เลยตัดสินใจกลับลงมาหาข้าวเย็นทานกันที่ริมหาดราไวย์ ที่หาดราไวย์คนเยอะ แต่เราก็โชคดีหาที่จอดรถและโต๊ะนั่งได้ เจ้าของร้านเข้ามารับออร์เดอร์ เราสั่งกับข้าวเสร็จ เจ้าของร้านก็ชวนคุย ลุงแกบอกว่า วันนี้มีนักท่องเที่ยวขึ้นแหลมพรหมเทพเยอะ ก่อนหน้านั้นนักท่องเที่ยวเงียบเหงามาก แกบอกว่าคนเริ่มกลับมาจากไปม็อบแล้ว ... ดิฉันก็ถามว่าลุงได้ไปม็อบรึป่าว ? ในใจก็คาดหวังว่าลุงแกจะตอบว่า ไม่ได้ไปพร้อมกับด่าม็อบให้ฟังบ้าง (กะหาพวกงัย) แต่แกตอบว่า ตัวแกไม่ได้ไปเพราะต้องดูแลร้านแต่น้องชายของแกไปหลายวันแล้วป่านนี้ยังไม่กลับเลย ตัวแกเองก็อยากไปแต่ห่วงร้าน ถ้าได้ไปก็ว่าจะไปเป็นการ์ดให้ม็อบ แกอยากเป็นการ์ด พูดแล้วก็เดินตัวเอียงขากะเผลกนิดหน่อย ไปรับออร์เดอร์โต๊ะถัดไป .... โห...จะไปเป็นการ์ด เดินให้มันทันเค้าก่อนเหอะลุง ... ดิฉันคิดในใจ (ฮา)
ตอนที่รับออร์เดอร์โต๊ะข้างๆ ลุงแกก็พูดเรื่องการเมืองน้ำไหลไฟดับกับลูกค้าซึ่งก็เป็นคนใต้ด้วยกันอะแหละ (แหลงใต้) มีตอนหนึ่งทำเอาดิฉันแทบสำลักปลากระพงทอดกระเทียมก็คือ ลุงแกบอกว่าที่นายเอกยุทธ์ถูกฆ่าเพราะถูก ทษ. สั่งเก็บ เนื่องจากนายเอกยุทธ์ไม่เข้าข้างระบอบทักษิณ ผมนี่แหละรู้วงในเย๊อะ ระบอบทักษิณมันชั่วร้ายจริงๆ ทำลายประเทศ บลา ๆ ๆ ๆ ดิฉันอดชำเลืองมองลูกค้าโต๊ะนั้นไม่ได้ ซึ่งก็ได้แต่ยิ้มแหยๆ พยายามจะสั่งอาหารให้จบๆไป ... คงจะอาย...
ยังไม่จบนะคะ ... พอลุงแกเดินข้ามทางกลับมาจากไปสั่งอาหารในครัว แกก็มาเก็บกวาดโต๊ะที่ลูกค้าทานเสร็จแล้ว เก็บกวาดไปแกก็พูดพล่ามไปเรื่อยๆถึง ระบอบทักษิณ ถึงม็อบมวลมหาชนที่แกเฝ้าฝันอยากจะไปเป็นการ์ด ซึ่งตอนแรกดิฉันก็ไม่ได้สนใจอะไร มัวแต่สนใจอาหารมากกว่า แต่พอเงยหน้าขึ้นมามองดูว่าแกพูดอยู่กับใคร ปรากฏว่า ... ลุงแกพูดพล่ามอยู่คนเดียวอ่ะ ...เพี้ยนป่ะเนี่ย ...ตรูมากินอาหารร้านคนเพี้ยนแหงม .... เฮ้อ จบดีกว่า เด่วระบอบทักษิณจะทำเอาเราเพี้ยนตามลุงแก