สวัสดียามเช้าครับ วันพฤหัสบดี พี่ๆ น้องๆ ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call Option
เมื่อวานนี้ SET index ค่อนข้างตัวตัวในกรอบแคบๆ (1361-1371) เนื่องจาก นักลงทุนส่วนใหญ่ ยังคงรอความชัดเจน
จาก สถานการณ์การชุมนุม ทางการเมืองภายในประเทศ ที่ค่อนข้างยืดเยื้อ และ รอ ผลการประชุม FOMC เกี่ยวกับ มาตราการกระตุ้น
เศรษฐกิจ ว่าจะยังคง หรือลด QE หรือเปล่า ในสัปดาห์หน้า วันที่17-18 นี้ ดังนั้นเมื่อวานนี้ SET index ปิดตลาดไป
ที่ระดับ 1369 จุด +1.93 จุด วันนี่มาติดตามกันต่อว่า SET index จะสามารถไปต่อได้ไกล แค่ไหน ?
Fundamental "เอเชียเช้านี้" ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดวันนี้ที่ 15,377.32 จุด ลดลง 137.74 จุด หรือ -0.89% เพราะได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ และจากการที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงมาอยู่ต่ำกว่า
กรอบ 102 ต่อเยน
โบรกเกอร์กล่าวว่า นักลงทุนเทขายหุ้นหลายกลุ่มในช่วงเช้านี้ หลังจากดาวโจนส์ดิ่งลงเมื่อคืนนี้ ภายหลังจากผู้นำการเจรจางบประมาณ
ในสภาคองเกรสสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้เกิดความวิตกกังวล
ว่าอาจจะกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (11 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าการบรรลุข้อตกลง
ด้านการคลังในสภาคองเกรสอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)
ดัชนีเฉลี่ยดาวโจนส์ร่วงลง 129.60 จุด หรือ 0.81% ปิดที่ 15,843.53 จุด
ดัชนี S&P 500 ลดลง 20.40 จุด หรือ 1.13% ปิดที่ 1,782.22 จุด
ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 56.68 จุด หรือ 1.40% ปิดที่ 4,003.81 จุด
นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะเริ่มพิจารณาปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือ QE หลังจากผู้นำการเจรจางบประมาณในสภา
คองเกรสสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐในวันที่ 15 ม.ค.แล้ว โดยข้อตกลงดังกล่าว
จะกำหนดระดับการใช้จ่ายสำหรับรัฐบาลกลางในอีก 2 ปีข้างหน้า และจะยุติมาตรการลดรายจ่ายโดยอัตโนมัติ หรือที่เรียกว่า sequester
บางส่วน ในอีก 2 ปีข้างหน้าเช่นกัน ทั้งนี้ ร่างข้อตกลงดังกล่าวจำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมาธิการทั้งในสภาผู้แทนราษฎร
และวุฒิสภาของสหรัฐ ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีกำหนดประชุมในวันอังคารและพุธหน้า ซึ่งตลาดกำลังรอดูว่าเฟดจะเริ่มปรับ
ลดการซื้อสินทรัพย์รายเดือนลงเมื่อใด นักลงทุนจับตาดูกระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนพ.ย.ในวันนี้เวลา 20.30 น.
ตามเวลาไทย ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่ายอดค้าปลีกเดือนพ.ย.จะเพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.4%
ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 7 ธ.ค. ในเวลา 20.30 น.
ตามเวลาไทย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 320,000 ราย จากสัปดาห์ก่อนหน้า
ที่ระดับ 298,000 ราย
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (11 ธ.ค.) เนื่องจากข่าวที่ว่าผู้นำการเจรจางบประมาณในสภาคองเกรสสหรัฐ
ได้บรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าอาจจะกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐ
(เฟด) เริ่มปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)
ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวลง 0.5% ปิดที่ 313.3
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,086.86 จุด ลดลง 4.28 จุด หรือ -0.10%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 9,077.11 จุด ลดลง 37.33 จุด หรือ -0.41%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,507.72 จุด ลดลง 15.59 จุด หรือ -0.24%
นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะเริ่มพิจารณาปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือ QE หลังจากผู้นำการเจรจางบประมาณในสภา
คองเกรสสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐในวันที่ 15 ม.ค.แล้ว โดยข้อตกลงดังกล่าวจะ
กำหนดระดับการใช้จ่ายสำหรับรัฐบาลกลางในอีก 2 ปีข้างหน้า และจะยุติมาตรการลดรายจ่ายโดยอัตโนมัติ หรือที่เรียกว่า sequester
บางส่วน ในอีก 2 ปีข้างหน้าเช่นกัน ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีกำหนดประชุมในวันอังคารและพุธ
หน้า ซึ่งตลาดกำลังรอดูว่าเฟดจะเริ่มปรับลดการซื้อสินทรัพย์รายเดือนลงเมื่อใด
หุ้นรอยัล แบงก์ ออฟ สก็อตแลนด์ ร่วงลง 2.9% ขณะที่หุ้น Mediolanum (MED) ร่วงลง 6.9% ส่วนหุ้น European Aeronautic,
Defence& Space Co. และหุ้น BAE Systems พุ่งขึ้นกว่า 2% ขานรับข่าวที่ว่าผู้นำการเจรจางบประมาณในสภาคองเกรสสหรัฐได้
บรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐในวันที่ 15 ม.ค.
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของยูโรโซนนั้น สำนักงานสถิติเยอรมนีเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพ.ย.เพิ่มขึ้น 1.3%
เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสูงกว่าระดับ 1.2% ในเดือนต.ค.อยู่เล็กน้อย สาเหตุหลักที่ทำให้เงินเฟ้อเดือนพ.ย.ยังอยู่ในระดับต่ำมาจากการ
ร่วงลง 6.5% ของราคาของผลิตภัณฑ์น้ำมันแร่ ส่งผลให้ราคาพลังงานลดลง 0.3% โดยรวม เมื่อเทียบเป็นรายเดือนแล้ว ราคาผู้บริโภค
ในเยอรมนีเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ย.
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis : S50Z13 TF day เมื่อวานนี้ แกว่งตัวในกรอบแคบมากๆ (927-937)
เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงรอความชัดเจน จาก สถานการณ์การเชุมนุม ทางการเมืองภายในประเทศ และ รอผลการประชุม
FOMC ที่จะมาถึงในวันที่ 17-18 ธันวา นี้ แนวโน้มหลักยังคงมองลงไป ทดสอบ 915 Fibo 23.6% หรือ ปิด Gap 911
ก่อน ค่อยฟื้นตัวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง / หรือถ้าหากมีแรงซื้อกลับเข้ามา ก็ลุ้นให้กลับขึ้นไปยืน 950 Fibo 38.2% ให้ได้ เพราะจะทำให้
สัญญาณกลับมาดูดี อีกครั้ง
TF60 แกว่งตัวในกรอบแคบมากๆ และ เลื้อยเลีย บริเวณ EMA25 วัน มีบางช่วงที่พยายามจะขึ้นไปยืน EMA75 วัน
แต่ไม่สำเร็จเจอแรงเทขายออกมาเรื่อยๆ แม้ ช่วงบ่ายจะ ก่อฟอร์มคล้ายๆ "Bullish Rising Three Method" ก็ไม่สามารถพุ่งต่อไปได้
แถมแท่งสุดท้ายยังปิดไปแบบ Star แท่งสีแดง จึงทำให้ แนวโน้มวันนี้ น่าจะ Sideway Down อีกวัน
Resistance 937 940 945
Support 930 925 915
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
พี่ๆ น้องๆ ท่านใดมี iDea เจ๋งๆ เชิญขนมาแชร์กันได้ ครับ / สายจินตนาการ เล่นสั้น เล่นยาว
*สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ
กู๊ดมอนิ่ง ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call (12 Dec 13)
สวัสดียามเช้าครับ วันพฤหัสบดี พี่ๆ น้องๆ ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call Option
เมื่อวานนี้ SET index ค่อนข้างตัวตัวในกรอบแคบๆ (1361-1371) เนื่องจาก นักลงทุนส่วนใหญ่ ยังคงรอความชัดเจน
จาก สถานการณ์การชุมนุม ทางการเมืองภายในประเทศ ที่ค่อนข้างยืดเยื้อ และ รอ ผลการประชุม FOMC เกี่ยวกับ มาตราการกระตุ้น
เศรษฐกิจ ว่าจะยังคง หรือลด QE หรือเปล่า ในสัปดาห์หน้า วันที่17-18 นี้ ดังนั้นเมื่อวานนี้ SET index ปิดตลาดไป
ที่ระดับ 1369 จุด +1.93 จุด วันนี่มาติดตามกันต่อว่า SET index จะสามารถไปต่อได้ไกล แค่ไหน ?
Fundamental "เอเชียเช้านี้" ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดวันนี้ที่ 15,377.32 จุด ลดลง 137.74 จุด หรือ -0.89% เพราะได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ และจากการที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงมาอยู่ต่ำกว่า
กรอบ 102 ต่อเยน
โบรกเกอร์กล่าวว่า นักลงทุนเทขายหุ้นหลายกลุ่มในช่วงเช้านี้ หลังจากดาวโจนส์ดิ่งลงเมื่อคืนนี้ ภายหลังจากผู้นำการเจรจางบประมาณ
ในสภาคองเกรสสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้เกิดความวิตกกังวล
ว่าอาจจะกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (11 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าการบรรลุข้อตกลง
ด้านการคลังในสภาคองเกรสอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจปรับลดขนาดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)
ดัชนีเฉลี่ยดาวโจนส์ร่วงลง 129.60 จุด หรือ 0.81% ปิดที่ 15,843.53 จุด
ดัชนี S&P 500 ลดลง 20.40 จุด หรือ 1.13% ปิดที่ 1,782.22 จุด
ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 56.68 จุด หรือ 1.40% ปิดที่ 4,003.81 จุด
นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะเริ่มพิจารณาปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือ QE หลังจากผู้นำการเจรจางบประมาณในสภา
คองเกรสสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐในวันที่ 15 ม.ค.แล้ว โดยข้อตกลงดังกล่าว
จะกำหนดระดับการใช้จ่ายสำหรับรัฐบาลกลางในอีก 2 ปีข้างหน้า และจะยุติมาตรการลดรายจ่ายโดยอัตโนมัติ หรือที่เรียกว่า sequester
บางส่วน ในอีก 2 ปีข้างหน้าเช่นกัน ทั้งนี้ ร่างข้อตกลงดังกล่าวจำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมาธิการทั้งในสภาผู้แทนราษฎร
และวุฒิสภาของสหรัฐ ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีกำหนดประชุมในวันอังคารและพุธหน้า ซึ่งตลาดกำลังรอดูว่าเฟดจะเริ่มปรับ
ลดการซื้อสินทรัพย์รายเดือนลงเมื่อใด นักลงทุนจับตาดูกระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนพ.ย.ในวันนี้เวลา 20.30 น.
ตามเวลาไทย ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่ายอดค้าปลีกเดือนพ.ย.จะเพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.4%
ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 7 ธ.ค. ในเวลา 20.30 น.
ตามเวลาไทย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 320,000 ราย จากสัปดาห์ก่อนหน้า
ที่ระดับ 298,000 ราย
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (11 ธ.ค.) เนื่องจากข่าวที่ว่าผู้นำการเจรจางบประมาณในสภาคองเกรสสหรัฐ
ได้บรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่าอาจจะกระตุ้นให้ธนาคารกลางสหรัฐ
(เฟด) เริ่มปรับลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)
ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวลง 0.5% ปิดที่ 313.3
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,086.86 จุด ลดลง 4.28 จุด หรือ -0.10%
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 9,077.11 จุด ลดลง 37.33 จุด หรือ -0.41%
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,507.72 จุด ลดลง 15.59 จุด หรือ -0.24%
นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดอาจจะเริ่มพิจารณาปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือ QE หลังจากผู้นำการเจรจางบประมาณในสภา
คองเกรสสหรัฐได้บรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐในวันที่ 15 ม.ค.แล้ว โดยข้อตกลงดังกล่าวจะ
กำหนดระดับการใช้จ่ายสำหรับรัฐบาลกลางในอีก 2 ปีข้างหน้า และจะยุติมาตรการลดรายจ่ายโดยอัตโนมัติ หรือที่เรียกว่า sequester
บางส่วน ในอีก 2 ปีข้างหน้าเช่นกัน ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีกำหนดประชุมในวันอังคารและพุธ
หน้า ซึ่งตลาดกำลังรอดูว่าเฟดจะเริ่มปรับลดการซื้อสินทรัพย์รายเดือนลงเมื่อใด
หุ้นรอยัล แบงก์ ออฟ สก็อตแลนด์ ร่วงลง 2.9% ขณะที่หุ้น Mediolanum (MED) ร่วงลง 6.9% ส่วนหุ้น European Aeronautic,
Defence& Space Co. และหุ้น BAE Systems พุ่งขึ้นกว่า 2% ขานรับข่าวที่ว่าผู้นำการเจรจางบประมาณในสภาคองเกรสสหรัฐได้
บรรลุข้อตกลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐในวันที่ 15 ม.ค.
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของยูโรโซนนั้น สำนักงานสถิติเยอรมนีเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพ.ย.เพิ่มขึ้น 1.3%
เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสูงกว่าระดับ 1.2% ในเดือนต.ค.อยู่เล็กน้อย สาเหตุหลักที่ทำให้เงินเฟ้อเดือนพ.ย.ยังอยู่ในระดับต่ำมาจากการ
ร่วงลง 6.5% ของราคาของผลิตภัณฑ์น้ำมันแร่ ส่งผลให้ราคาพลังงานลดลง 0.3% โดยรวม เมื่อเทียบเป็นรายเดือนแล้ว ราคาผู้บริโภค
ในเยอรมนีเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพ.ย.
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis : S50Z13 TF day เมื่อวานนี้ แกว่งตัวในกรอบแคบมากๆ (927-937)
เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงรอความชัดเจน จาก สถานการณ์การเชุมนุม ทางการเมืองภายในประเทศ และ รอผลการประชุม
FOMC ที่จะมาถึงในวันที่ 17-18 ธันวา นี้ แนวโน้มหลักยังคงมองลงไป ทดสอบ 915 Fibo 23.6% หรือ ปิด Gap 911
ก่อน ค่อยฟื้นตัวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง / หรือถ้าหากมีแรงซื้อกลับเข้ามา ก็ลุ้นให้กลับขึ้นไปยืน 950 Fibo 38.2% ให้ได้ เพราะจะทำให้
สัญญาณกลับมาดูดี อีกครั้ง
TF60 แกว่งตัวในกรอบแคบมากๆ และ เลื้อยเลีย บริเวณ EMA25 วัน มีบางช่วงที่พยายามจะขึ้นไปยืน EMA75 วัน
แต่ไม่สำเร็จเจอแรงเทขายออกมาเรื่อยๆ แม้ ช่วงบ่ายจะ ก่อฟอร์มคล้ายๆ "Bullish Rising Three Method" ก็ไม่สามารถพุ่งต่อไปได้
แถมแท่งสุดท้ายยังปิดไปแบบ Star แท่งสีแดง จึงทำให้ แนวโน้มวันนี้ น่าจะ Sideway Down อีกวัน
Resistance 937 940 945
Support 930 925 915
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
พี่ๆ น้องๆ ท่านใดมี iDea เจ๋งๆ เชิญขนมาแชร์กันได้ ครับ / สายจินตนาการ เล่นสั้น เล่นยาว
*สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ