หลังจากที่ผมได้ถามคำถามเดียวกันนี้ไปในบางกระทู้ แต่ยังไม่ได้ความเห็นที่ชัดเจน .. จึงขออนุญาตตั้งถามคำถามเดิมในกระทู้ใหม่ครับ
ถูกผิดขออภัย ความเห็นส่วนตัวครับ.. หลังจากที่ตามฟังวิทยุถ่ายทอดการอภิปรายเมื่อวาน .. เข้าใจได้ว่าในฝ่ายโต้แย้งทุกคน เค้าห็นด้วยว่าบ้านเราควรจะต้องพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานได้แล้ว แต่ที่ติดใจคือขั้นตอนการทำงานที่รัฐบาลจะทำการลงทุนในระดับที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก.. ย้ำเลยครับว่าระดับโลก โดยใช้กฏหมายพิเศษฉบับนี้ ซึ่งจะทำให้ขั้นตอนการอนุมัติโครงการลงทุนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ใช้ช่องทางพิเศษ หรือ 'ทางลัด' ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องไปผ่านกระบวนการทางการคลังปกติ
แน่นอน เราเคยใช้มาตรการออกกฏหมายพิเศษแบบนี้มาแล้วในบางโครงการที่ต้องการความคล่องตัวและเป็นความจำเป็นเร่งด่วน แต่ข้อสังเกตุของผู้เห็นต่างคือทำไม โครงการในเสกลใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกขนาดนี้ รัฐบาลอยากจะตัดสินใจขอกู้เงินเลย โดยที่ยังไม่มีแม้ผลการศึกษาในรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญ . ซึ่งจริงๆ น่าจะขออนุมัติทีละขั้นตอนได้ เช่น ศึกษาโครงการและความเป็นไปได้ > แล้วค่อยมาขออนุมัติการลงทุนเป็นรายโครงการไป ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติ และงบประมาณของประเทศก็มีช่องทางเพียงพอที่จะขอกู้ได้ตามระเบียบงบประมาณปกติ ซึ่งมีขั้นตอนที่สามารถตรวจสอบได้ 'ชัดเจน' กว่า
ท่านรัฐมนตรีชัชชาติ (ส่วนตัวผมคิดว่าท่านเป็นรัฐมนตรีคมนาคมที่มีความรู้ความสามารถที่ดีที่สุดท่านนึงในประวัติศาสตร์ชาติไทยเลย) ได้กรุณาชี้แจงว่าต้องการให้การลงทุนครั้งนี้ สอดคล้องไปทั้งระบบไปพร้อมๆ กัน ถนน + รถไฟ + ระบบเชื่อมต่อ .. ซึ่งผมเห็นด้วยล้านเปอร์เซนต์ ว่าเราต้องทำแบบนี้ ไม่งั้นมันก็จะเป็นเหมือนเดิมที่ผ่านมาคือเราลงทุนไปในระบบที่ไม่ได้มองให้รอบด้านแล้วเชื่อมถึงกันได้จริงๆ
แต่คำถามที่ติดอยู่ในใจผม คือ 'ทำไม' รัฐบาลต้องรีบร้อนขนาดนี้ ?? ทำไมไม่แค่ตัดสินใจที่จะดำเนินโครงการ โดยทำการศึกษาให้เรียบร้อยเป็นรูปร่างก่อน แล้วค่อยขอมติออกกฏหมายพิเศษตอนนั้น น่าจะเป็นผลดีกว่าหรือไม่ครับ??
มีคำถามเกี่ยวกับกฏหมายที่เพิ่งผ่านกันไปเมื่อวานนี้ครับ
ถูกผิดขออภัย ความเห็นส่วนตัวครับ.. หลังจากที่ตามฟังวิทยุถ่ายทอดการอภิปรายเมื่อวาน .. เข้าใจได้ว่าในฝ่ายโต้แย้งทุกคน เค้าห็นด้วยว่าบ้านเราควรจะต้องพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานได้แล้ว แต่ที่ติดใจคือขั้นตอนการทำงานที่รัฐบาลจะทำการลงทุนในระดับที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก.. ย้ำเลยครับว่าระดับโลก โดยใช้กฏหมายพิเศษฉบับนี้ ซึ่งจะทำให้ขั้นตอนการอนุมัติโครงการลงทุนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ใช้ช่องทางพิเศษ หรือ 'ทางลัด' ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องไปผ่านกระบวนการทางการคลังปกติ
แน่นอน เราเคยใช้มาตรการออกกฏหมายพิเศษแบบนี้มาแล้วในบางโครงการที่ต้องการความคล่องตัวและเป็นความจำเป็นเร่งด่วน แต่ข้อสังเกตุของผู้เห็นต่างคือทำไม โครงการในเสกลใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกขนาดนี้ รัฐบาลอยากจะตัดสินใจขอกู้เงินเลย โดยที่ยังไม่มีแม้ผลการศึกษาในรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญ . ซึ่งจริงๆ น่าจะขออนุมัติทีละขั้นตอนได้ เช่น ศึกษาโครงการและความเป็นไปได้ > แล้วค่อยมาขออนุมัติการลงทุนเป็นรายโครงการไป ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติ และงบประมาณของประเทศก็มีช่องทางเพียงพอที่จะขอกู้ได้ตามระเบียบงบประมาณปกติ ซึ่งมีขั้นตอนที่สามารถตรวจสอบได้ 'ชัดเจน' กว่า
ท่านรัฐมนตรีชัชชาติ (ส่วนตัวผมคิดว่าท่านเป็นรัฐมนตรีคมนาคมที่มีความรู้ความสามารถที่ดีที่สุดท่านนึงในประวัติศาสตร์ชาติไทยเลย) ได้กรุณาชี้แจงว่าต้องการให้การลงทุนครั้งนี้ สอดคล้องไปทั้งระบบไปพร้อมๆ กัน ถนน + รถไฟ + ระบบเชื่อมต่อ .. ซึ่งผมเห็นด้วยล้านเปอร์เซนต์ ว่าเราต้องทำแบบนี้ ไม่งั้นมันก็จะเป็นเหมือนเดิมที่ผ่านมาคือเราลงทุนไปในระบบที่ไม่ได้มองให้รอบด้านแล้วเชื่อมถึงกันได้จริงๆ
แต่คำถามที่ติดอยู่ในใจผม คือ 'ทำไม' รัฐบาลต้องรีบร้อนขนาดนี้ ?? ทำไมไม่แค่ตัดสินใจที่จะดำเนินโครงการ โดยทำการศึกษาให้เรียบร้อยเป็นรูปร่างก่อน แล้วค่อยขอมติออกกฏหมายพิเศษตอนนั้น น่าจะเป็นผลดีกว่าหรือไม่ครับ??