ผมขอไม่เอ่ยนามนะครับ
ผมมีเรื่องอยากจะมาเล่าให้ฟังครับ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมเขียนเป็นความจริงที่เกิดขึ้นกับตัวผม 100% ครับ ไม่ได้แต่งเดิมแต่อย่างใด
คือเรื่องมีอยู่ว่า
ผมได้คบกับแฟนผมมาแล้ว 9 ปี ผ่านทุกข์ผ่านสุขมากันก็มาก ยังไม่ได้แต่งงานหรือมีลูกแต่อย่างใด
ผมเป็นคนต่างจังหวัดครับผมเลิกกับแฟนคนสุดท้ายมาแล้ว 3 ปีและผมย้ายมาหลายจังหวัด ที่สุดท้ายที่ผมอยู่คือ กาญฯ ผมได้เล่นเกมส์ Slave ผ่านเว็ปไซต์นึง แล้วจนทำให้ผมได้เจอกับแฟนผมโดยผมใช้เหลี่ยมขอผมในการขอเบอร์แฟนผมหลังจากที่คุยกันสักพักแล้ว โดยบอกว่าผมให้เบอร์กับเธอไป แล้วบอกว่าถ้าพรุ่งนี้จะเล่นกันอีกโทรมาบอกทีจะได้เล่นด้วยกัน และแล้วเธอก็โทรมา นั้นละครับ คือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด
ผมได้คุยกันผ่านโทรศัพท์และโทรหากันเป็นระยะเวลา 6 เดือนก่อนที่ผมกับเธอจะเจอกัน โดยที่แฟนผมเป็นคนนั่งรถลงมาหาผมที่บ้านที่กาญฯ ผมดีใจมากครับในครั้งนั้น ผมจึงถามเธอว่าหิวข้าวไหม ผมจึงลงไปทอดไข่เจียว(ราดซอสพริก) มาให้เธอ แต่ปรากฎว่าเธอไม่กินครับ เพราะ เธอเป็นคนที่ไม่ชอบกินอาหารที่ใส่ซอสเผ็ดๆ ผมจึงได้ลงไปทอดใหม่หลังจากที่ทะเลาะกันไปรอบนึงแบบเล็กๆน้อย
หลังจากนั้นเราก็คุยกันต่ออีก 1 เดือนนิดๆ และผมได้ชวนเธอแอบมานอนบ้านผม โดยผมได้วางแผนเอาไว้ล่วงหน้าไว้หมดแล้ว แต่ปรากฎว่าพอวันที่เธอมา โดนยายผมจับได้และผมได้ทะเลาะกับที่บ้าน และ เธอกำลังจะกลับบ้านผมอาสาจะไปส่งเธอ โดยที่ตอนนั้นเราทั้ง 2 คน ขึ้นไปนั่งรอบนรถทัวร์แล้ว และเธอได้พูดประโยคนึงขึ้นมาว่า ถ้าไปถึง กทม "เราเลิกกันนะ" เป็นประโยคที่เจ็บปวดมาก ณ ตอนนั้นเพราะผมได้รักเธอไปแล้ว ผมจึงตัดสินใจหยิบกระเป๋าตังค์ที่เธอวางไว้บนตักและวิ่งรถจากรถเพื่อให้เธอวิ่งตามลงมา และเธอก็ตามมาจริงๆ วันนั้นผมได้วิ่งหนึเธอเหมือนในหนังแขก วิ่งไปหลายกิโลพอสมควรครับ สุดท้ายผมได้บอกกับเธอตรงๆเลยว่า ผมไม่อยากเลิกกับเธอจริงๆที่ทำแบบนี้ และเราก็ปรับความเข้าใจกัน โดยผมขอร้องเธอว่าวันนี้ไม่ต้องกลับบ้านนะ นอนที่นี้ละ ผมจึงพาเธอไปเปิดโรงแรมม่านรูดนอน เพราะมันถูกสุดแล้วครับ ตอนนั้นผม อายุ 16 เองครับ ยังไม่มีงานทำ เรียนก็ไม่จบ โดยที่ผมขี่มอเตอร์ไซต์พาเธอไปเปิดแล้วผมก็กลับบ้านก่อนเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ที่บ้านสงสัยครับ และหลังจากที่บ้านหลับกันหมดแล้วประมาณ 4 ทุ่ม ผมก็ได้แอบเข็นมอเตอร์ไซต์ออกจากบ้าน สตาร์ทเลยไม่ได้คับ เสียงมันดัง ผมจึงไปสตาร์ทข้างนอกครับ เพื่อที่จะไปหาแฟนผมและนอนด้วยกัน แต่หลังจากที่ผมนอนด้วยกันผมต้องรีบตื่นตอน 5.30 เพราะว่าต้องรีบกลับบ้านก่อนที่บ้านจะตื่นกัน และหลังจากนั้นผมก็ได้คืนดีกัน และกลับมาคุยกันเหมือนเดิมครับ
หลังจากที่เธอกลับบ้านไปเราก็ยังโทรคุยกันอีก ประมาณ 3 เดือนครับ (ตอนนั้นผมสมัครเรียน ปวช) ทุกเสาร์ผมจะเข้า กทม ไปหาเธอ และแอบนอนบ้านเธอ และจะนั่งรถกลับบ้านมาในวันอาทิตย์ครับ และหลังจากนั้นผมรู้สึกว่าผมไม่ไหวแล้วผมไม่อยากนั่งรถไปรถมาแบบนี้แล้วผมอยากย้ายมาเรียนที่ กทม เพื่อผมจะได้มีเวลาอยู่กับแฟนผมและจะได้ไม่ต้องโดนที่บ้านบังคับมากด้วยครับ ผมจึงยื่นข้อเสนอให้กับที่บ้านว่าถ้าผมได้เกรดเฉลี่ยมากกว่า 3.8 ผมจะขอย้ายไปเรียนที่ กทม ตอนแรกที่บ้านผมตกลง แต่พอผมเรียนจบเทอม 1 ผมได้เกรดเฉลี่ย 3.94 และผมได้กลับไปขอคำตอบจากที่บ้านผมเหมือนเดิม แต่ปรากฎว่าคำตอบที่ได้คือ ไม่ได้ มันเป็นประโยคที่ฟังแล้วหัวใจวัยรุ่นตอนนั้นแทบแตก ผมจึงได้ปรึกษากับแฟนของผมครับว่าควรทำยังไงดี แฟนผมจึงบอกว่าหนีออกจากบ้านแล้วมาอยู่ด้วยกัน และค่อยเรียน กศน เอา ผมบอกว่าถ้าอย่างนั้นมารับเค้าได้มั้ย ถ้ามาได้เค้าไปแน่ (ไม่ต้องว่าแฟนผมว่าเป็นคนไม่ดีนะครับ ผมตัดสินใจเองด้วยครับว่าผมจะทำเพราะตอนนั้นเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนครับ)
วันนั้นเป็นช่วงก่อนเปิดเทอมแค่ 1 สัปดาห์ผมบอกที่บ้านว่าจะไปเที่ยว กทม และผมได้ตัดสินใจหนีออกจากบ้านจริงๆครับ แต่ไม่ใช้ครั้งแรกครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ครับโดยผมได้เขียนจดหมายทิ้งไว้ โดยผมเอา Computer ไปด้วย และไอ้เน่า เสื้อผ้าอีก 3 ตัว เพื่อไปเผชิญชีวิตเองอีกครั้งครับโดยที่วันนั้นผมได้นั่งรถเข้า กทม กับแฟนผม วันนั้นอากาศหนาวด้วยเพราะฝนตก และแอร์บนรถทัวร์ก็หนาวจับใจ ผมได้มาลงที่หน้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้าแล้วนั่งเข้าบ้านแฟนผม โดยที่วันนั้นโชคดีมากที่แม่ของแฟนและพ่อของแฟนผมไม่อยู่บ้าน ผมจึงเข้าบ้านได้แบบสบายๆครับ ผมได้เข้าบ้านอาบน้ำแล้วก็นอน จำได้ว่าคืนนั้นเป็นคืนที่มีความสุขมากครับ ผมได้อยู่กับคนที่ผมรัก (อย่าเอาอะไรมากครับ ตอนนั้นอายุยังน้อยคิดอะไรไม่ค่อยได้ครับ) ผ่านไปจากนั้น 2 วัน แม่ผมก็รู้ว่าผมได้หนีออกจากบ้านครับเพราะไปเจอ จดหมาย ที่ผมทิ้งไว้ แต่ติดต่อผมไม่ได้ครับ เนื่องจากผมปิดเครื่องตลอด และแม่ของผมไม่รู้จะติดต่อผมยังไง จึงบอกพี่ผมที่อยู่ กทม ช่วยติดต่อหน่อย พี่ผมก็ไม่รู้จะติดต่อยังไงเหมือนกันได้แค่ส่งเมลเข้ามาหาผม ผมเกิดความรู้สึกแปลกๆ ผมจึงอยากเปิดเมลอ่านดู ปรากฎว่า มีเมลเข้ามาจริงๆว่า ขอให้กลับมาเรียนเทอม 2 ก่อน และจะให้เข้ามาเรียนที่ กทม แต่ขอให้ตอนนี้กลับบ้านมาเรียนก่อน แม่เป็นห่วงมาก แต่ผมได้ตอบ เมลนั้นกลับไปว่า มันมาไกลเกินไปแล้วในเมื่อทุกคนผิดสัญญา ผมก็ไม่ขอกลับไปเรียนอีกแล้ว จะขอใช้ชีวิตเอง ถ้าผมเอาตัวไม่รอดก็จะไม่กลับไปให้เห็นหน้า แต่ถ้าผมประสบความสำเร็จผมจะกลับไปขอโทษ
(วันนี้ผมขอแค่นี้ก่อนนะครับ เอาไว้ผมจะมาเขียนต่อวันพรุ่งนี้นะครับ ผมต้องกลับบ้านแล้วครับ)
การห่างกันเจ็บกว่าการเลิกกัน เป็น 100 เท่า (เรื่องจริง จากตัวผมเอง)
ผมมีเรื่องอยากจะมาเล่าให้ฟังครับ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมเขียนเป็นความจริงที่เกิดขึ้นกับตัวผม 100% ครับ ไม่ได้แต่งเดิมแต่อย่างใด
คือเรื่องมีอยู่ว่า
ผมได้คบกับแฟนผมมาแล้ว 9 ปี ผ่านทุกข์ผ่านสุขมากันก็มาก ยังไม่ได้แต่งงานหรือมีลูกแต่อย่างใด
ผมเป็นคนต่างจังหวัดครับผมเลิกกับแฟนคนสุดท้ายมาแล้ว 3 ปีและผมย้ายมาหลายจังหวัด ที่สุดท้ายที่ผมอยู่คือ กาญฯ ผมได้เล่นเกมส์ Slave ผ่านเว็ปไซต์นึง แล้วจนทำให้ผมได้เจอกับแฟนผมโดยผมใช้เหลี่ยมขอผมในการขอเบอร์แฟนผมหลังจากที่คุยกันสักพักแล้ว โดยบอกว่าผมให้เบอร์กับเธอไป แล้วบอกว่าถ้าพรุ่งนี้จะเล่นกันอีกโทรมาบอกทีจะได้เล่นด้วยกัน และแล้วเธอก็โทรมา นั้นละครับ คือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด
ผมได้คุยกันผ่านโทรศัพท์และโทรหากันเป็นระยะเวลา 6 เดือนก่อนที่ผมกับเธอจะเจอกัน โดยที่แฟนผมเป็นคนนั่งรถลงมาหาผมที่บ้านที่กาญฯ ผมดีใจมากครับในครั้งนั้น ผมจึงถามเธอว่าหิวข้าวไหม ผมจึงลงไปทอดไข่เจียว(ราดซอสพริก) มาให้เธอ แต่ปรากฎว่าเธอไม่กินครับ เพราะ เธอเป็นคนที่ไม่ชอบกินอาหารที่ใส่ซอสเผ็ดๆ ผมจึงได้ลงไปทอดใหม่หลังจากที่ทะเลาะกันไปรอบนึงแบบเล็กๆน้อย
หลังจากนั้นเราก็คุยกันต่ออีก 1 เดือนนิดๆ และผมได้ชวนเธอแอบมานอนบ้านผม โดยผมได้วางแผนเอาไว้ล่วงหน้าไว้หมดแล้ว แต่ปรากฎว่าพอวันที่เธอมา โดนยายผมจับได้และผมได้ทะเลาะกับที่บ้าน และ เธอกำลังจะกลับบ้านผมอาสาจะไปส่งเธอ โดยที่ตอนนั้นเราทั้ง 2 คน ขึ้นไปนั่งรอบนรถทัวร์แล้ว และเธอได้พูดประโยคนึงขึ้นมาว่า ถ้าไปถึง กทม "เราเลิกกันนะ" เป็นประโยคที่เจ็บปวดมาก ณ ตอนนั้นเพราะผมได้รักเธอไปแล้ว ผมจึงตัดสินใจหยิบกระเป๋าตังค์ที่เธอวางไว้บนตักและวิ่งรถจากรถเพื่อให้เธอวิ่งตามลงมา และเธอก็ตามมาจริงๆ วันนั้นผมได้วิ่งหนึเธอเหมือนในหนังแขก วิ่งไปหลายกิโลพอสมควรครับ สุดท้ายผมได้บอกกับเธอตรงๆเลยว่า ผมไม่อยากเลิกกับเธอจริงๆที่ทำแบบนี้ และเราก็ปรับความเข้าใจกัน โดยผมขอร้องเธอว่าวันนี้ไม่ต้องกลับบ้านนะ นอนที่นี้ละ ผมจึงพาเธอไปเปิดโรงแรมม่านรูดนอน เพราะมันถูกสุดแล้วครับ ตอนนั้นผม อายุ 16 เองครับ ยังไม่มีงานทำ เรียนก็ไม่จบ โดยที่ผมขี่มอเตอร์ไซต์พาเธอไปเปิดแล้วผมก็กลับบ้านก่อนเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้ที่บ้านสงสัยครับ และหลังจากที่บ้านหลับกันหมดแล้วประมาณ 4 ทุ่ม ผมก็ได้แอบเข็นมอเตอร์ไซต์ออกจากบ้าน สตาร์ทเลยไม่ได้คับ เสียงมันดัง ผมจึงไปสตาร์ทข้างนอกครับ เพื่อที่จะไปหาแฟนผมและนอนด้วยกัน แต่หลังจากที่ผมนอนด้วยกันผมต้องรีบตื่นตอน 5.30 เพราะว่าต้องรีบกลับบ้านก่อนที่บ้านจะตื่นกัน และหลังจากนั้นผมก็ได้คืนดีกัน และกลับมาคุยกันเหมือนเดิมครับ
หลังจากที่เธอกลับบ้านไปเราก็ยังโทรคุยกันอีก ประมาณ 3 เดือนครับ (ตอนนั้นผมสมัครเรียน ปวช) ทุกเสาร์ผมจะเข้า กทม ไปหาเธอ และแอบนอนบ้านเธอ และจะนั่งรถกลับบ้านมาในวันอาทิตย์ครับ และหลังจากนั้นผมรู้สึกว่าผมไม่ไหวแล้วผมไม่อยากนั่งรถไปรถมาแบบนี้แล้วผมอยากย้ายมาเรียนที่ กทม เพื่อผมจะได้มีเวลาอยู่กับแฟนผมและจะได้ไม่ต้องโดนที่บ้านบังคับมากด้วยครับ ผมจึงยื่นข้อเสนอให้กับที่บ้านว่าถ้าผมได้เกรดเฉลี่ยมากกว่า 3.8 ผมจะขอย้ายไปเรียนที่ กทม ตอนแรกที่บ้านผมตกลง แต่พอผมเรียนจบเทอม 1 ผมได้เกรดเฉลี่ย 3.94 และผมได้กลับไปขอคำตอบจากที่บ้านผมเหมือนเดิม แต่ปรากฎว่าคำตอบที่ได้คือ ไม่ได้ มันเป็นประโยคที่ฟังแล้วหัวใจวัยรุ่นตอนนั้นแทบแตก ผมจึงได้ปรึกษากับแฟนของผมครับว่าควรทำยังไงดี แฟนผมจึงบอกว่าหนีออกจากบ้านแล้วมาอยู่ด้วยกัน และค่อยเรียน กศน เอา ผมบอกว่าถ้าอย่างนั้นมารับเค้าได้มั้ย ถ้ามาได้เค้าไปแน่ (ไม่ต้องว่าแฟนผมว่าเป็นคนไม่ดีนะครับ ผมตัดสินใจเองด้วยครับว่าผมจะทำเพราะตอนนั้นเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนครับ)
วันนั้นเป็นช่วงก่อนเปิดเทอมแค่ 1 สัปดาห์ผมบอกที่บ้านว่าจะไปเที่ยว กทม และผมได้ตัดสินใจหนีออกจากบ้านจริงๆครับ แต่ไม่ใช้ครั้งแรกครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ครับโดยผมได้เขียนจดหมายทิ้งไว้ โดยผมเอา Computer ไปด้วย และไอ้เน่า เสื้อผ้าอีก 3 ตัว เพื่อไปเผชิญชีวิตเองอีกครั้งครับโดยที่วันนั้นผมได้นั่งรถเข้า กทม กับแฟนผม วันนั้นอากาศหนาวด้วยเพราะฝนตก และแอร์บนรถทัวร์ก็หนาวจับใจ ผมได้มาลงที่หน้าเซ็นทรัลปิ่นเกล้าแล้วนั่งเข้าบ้านแฟนผม โดยที่วันนั้นโชคดีมากที่แม่ของแฟนและพ่อของแฟนผมไม่อยู่บ้าน ผมจึงเข้าบ้านได้แบบสบายๆครับ ผมได้เข้าบ้านอาบน้ำแล้วก็นอน จำได้ว่าคืนนั้นเป็นคืนที่มีความสุขมากครับ ผมได้อยู่กับคนที่ผมรัก (อย่าเอาอะไรมากครับ ตอนนั้นอายุยังน้อยคิดอะไรไม่ค่อยได้ครับ) ผ่านไปจากนั้น 2 วัน แม่ผมก็รู้ว่าผมได้หนีออกจากบ้านครับเพราะไปเจอ จดหมาย ที่ผมทิ้งไว้ แต่ติดต่อผมไม่ได้ครับ เนื่องจากผมปิดเครื่องตลอด และแม่ของผมไม่รู้จะติดต่อผมยังไง จึงบอกพี่ผมที่อยู่ กทม ช่วยติดต่อหน่อย พี่ผมก็ไม่รู้จะติดต่อยังไงเหมือนกันได้แค่ส่งเมลเข้ามาหาผม ผมเกิดความรู้สึกแปลกๆ ผมจึงอยากเปิดเมลอ่านดู ปรากฎว่า มีเมลเข้ามาจริงๆว่า ขอให้กลับมาเรียนเทอม 2 ก่อน และจะให้เข้ามาเรียนที่ กทม แต่ขอให้ตอนนี้กลับบ้านมาเรียนก่อน แม่เป็นห่วงมาก แต่ผมได้ตอบ เมลนั้นกลับไปว่า มันมาไกลเกินไปแล้วในเมื่อทุกคนผิดสัญญา ผมก็ไม่ขอกลับไปเรียนอีกแล้ว จะขอใช้ชีวิตเอง ถ้าผมเอาตัวไม่รอดก็จะไม่กลับไปให้เห็นหน้า แต่ถ้าผมประสบความสำเร็จผมจะกลับไปขอโทษ
(วันนี้ผมขอแค่นี้ก่อนนะครับ เอาไว้ผมจะมาเขียนต่อวันพรุ่งนี้นะครับ ผมต้องกลับบ้านแล้วครับ)