เทพ-สิทธิ์ แพ้นารีอีกแล้ว

จากคำปราศัยและการแถลงข่าวในแต่ละครั้ง
ท่านสุภาพบุรุษทั้งสองท่าน มัดคอตัวเองด้วยคำพูด
ต่อประชาชน ถึงกลับลงทุนกราบพระให้ชาวบ้านดู
(มีท่ากราบไหว้แบบเปรตขอส่วนบุญ )
การปราศัยหรือการแถลงข่าว บางครั้งพูดเอามันแบบกลอนพาไป
บางครั้งก็จำใจต้องพูด หรือบางครั้งก็โกหก ปั้นข้อเท็จขึ้นมา..โดยสรุบแล้ว

1.ไม่ยอมรับการนิรโทษกรรม หรือผลพวงใดๆ จาก พรบ.ฯนี้
2.ยินดีเข้ากระบวนการ แม้จะต้องโทษประหารก็จะรับกรรมตามโทษนั้น

สุภาพบุรุษทั้งสองท่านให้สัจจะไว้กับประชาสังคมแล้ว
เหตุการณ์ทุกอย่างสุกงอม แมงสาบ กรูขึ้นรูมาแล้ว วิ่งตามถนนเลี้ยวเข้าซอย พล่านซอยตัน
เริงร่าในชัยชนะของตัวเอง (ตามความเข้าใจหรือคิดเอาเองก็แล้วแต่)

แต่แล้วความฝันอันเรืองรองก็ชะงักอีกครั้ง! อุตส่าห์ลงทุนลงแรงแทบตาย...แล้วทีนี้จะเดินไงต่อหล่ะ?
เมื่อ รบ.โดย นายกฯ แถลงฯ กลับลำแบบ 180 องศา
และการขานรับแบบโดมิโน่ก็เกิดขึ้น แค่ "คลิก" เดียว ก็เสียววูบสันหลังแมงสาบ

พี่น้อง..ปรากฏการณ์เช่นนี้ อธิบายด้วย คำพังเพยโบราญ แบบชาวบ้านๆ
"ทุบหม้อข้าว"ใครจะโง่ทุบหม้อข้าวตัวเอง ในเมื่อโลกทั้งสามอยู่ในมือ
มีทั้ง ดิน น้ำ อากาศ  โครงการต่างๆ และที่สำคัญพี่น้องที่ล้มตายและที่ติดคุกอยู่
และญาติที่เกี่ยวข้อง ใครจะคิดตื้นๆ กดระเบิดทำลายตัวเอง

อย่าลืมว่าแมงสาบ และระบบที่สนับสนุนอยู่ไม่ใช่ธรรมดา
ทั้งเจ้าเล่ห์ ชั่วร้าย กลอกกลิ้ง โกหกเป็นไฟ ใช้ปากทำงาน ให้ร้ายชาวบ้าน
เป็นงานประจำ มองไม่เห็นผิดของตัว โยนความชั่วให้คนอื่น เป็นงานถนัด
มันจึงเป็นงานกำจัดที่ต้องใช้เกมส์ลึกและเวลา !
ไม่เชื่อลองทบทวนดูว่าตัวท่านเคยตีแมงสาบตายคามือมาแล้วกี่ตัว?
ดังนั้น เขาจึงใช้ยุทธการกลับลำแบบ 180 องศา
ปิดซอย กระทืบด้วย ซ่นเท้านารีนิ่มๆให้มันตายแบบนิ่มๆ

อย่างที่เคยบอก เด็กนักเรียนอนุบาลกระโปรงแดงก็เข้าใจได้

หัวเราะหัวเราะหัวเราะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่