" ณัฐวุติ "สั่งเสื้อแดง อยู่ในที่ตั้ง และ " บ.ก.ลายจุด "ขอบคุณนายกยิ่งสักษณ์

กระทู้ข่าว
วันที่ 05 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 เวลา 19:05:00 น. มติชน ออนไลน์
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน เร่งเกมเร็วเพื่อผู้ชุมนุมจะได้กลับบ้านว่า การออกมาปลุกกระแสคัดค้านเป็นวิธีการที่ ปชป.ใช้ในการปลุกระดมคนมาชุมนุม แต่คิดว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้ชุมนุม แต่อยู่ที่การสร้างกระแสที่จะส่งผลมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าจะใช้เรื่องนี้เป็นเหตุล้มรัฐบาล ตนเชื่อว่าประชาชนผู้รักประชาธิปไตยที่เป็นคนลงคะแนนเสียงเลือกตั้งรัฐบาลชุดนี้ ต้องออกมาปกป้องหลักการที่ถูกต้อง เพราะการค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมจะเป็นเหตุในการล้มรัฐบาลได้ เพราะคนละเรื่องกัน และตนเชื่อว่าเป้าหมายหลักในการล้มรัฐบาล คือเป้าหมายหลักของ ปชป.มาโดยตลอดจนถึงวันนี้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เอาทุกเรื่องมาเป็นข้ออ้างอยู่แล้ว ถ้าจะค้าน พ.ร.บ.ก็เป็นเรื่องของกระบวนการสภาทำหน้าที่ที่วุฒิสภาจะพิจารณาซึ่งสถานการณ์อยู่ตรงนั้น แต่บอกว่าเอามาล้มล้างรัฐบาลเลยคิดว่าสังคมส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย

ส่วนการออกมาชุมนุมในลักษณะที่เหมือนม็อบจุดติดแล้วนั้น นายณัฐวุฒิกล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดูแล และตนเห็นว่าฝ่ายที่จะล้มรัฐบาลเขาพยายามเทียบเคียงโมเดลสมัยที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ออกมากดดันรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยอาศัยกลุ่มก้อนในสังคมออกมาแสดงท่าที โมเดลนี้ถือเป็นเสียงหนึ่งในสังคมที่รัฐบาลต้องรับฟัง แต่ถ้าเป็นเหตุล่มรัฐบาลยืนยันว่าตนไม่เอาด้วย

"รวมทั้ง นปช.และพี่น้องเสื้อแดงมีจุดยืนในเรื่องนี้ ตนก็พูดคุยทำความเข้าใจแล้วว่า เราได้แสดงหลักการเหตุผลจุดยืนและอารมณ์ความรู้สึกต่อพรรคเพื่อไทยอย่างครบถ้วน เมื่อพรรคเพื่อไทยมีมติที่จะดำเนินการต่อ ก็ถือว่าการแสดงออกไปมากกว่านี้ไม่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์ในภาพรวมในเรื่องความขัดแย้ง ยิ่งจะทำให้สถานการณ์เป็นประโยชน์กับฝ่ายตรงข้าม แล้วไม่เป็นประโยชน์ใดๆ เลยกับคนที่อยู่ข้างเดียวกัน ผมก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นความเคลื่อนไหวต่างๆ ของเราคงจะไม่ได้มีความเคลื่อนไหวอะไรเป็นพิเศษ แต่จะติดตามสถานการณ์สังเกตปฏิกิริยาของกลุ่มต่างๆ หากมีการหาเหตุล้มรัฐบาลจริง เราก็พร้อมที่จะออกมายืนเคียงข้างรัฐบาล" นายณัฐวุฒิกล่าว

เมื่อถามว่า ต้องดูถึงขนาดไหนถึงจะออกมา นายณัฐวุฒิกล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ละเอียดอ่อนที่จะต้องประเมิน มีการพูดคุยกันตลอดว่าความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายเป็นอย่างไร ส่วนการที่มีการเคลื่อนขบวนจากสามเสนมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะสองปีที่ผ่านมานี่เป็นมวลชนต่อต้านรัฐบาลที่มีความชัดเจนที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มแช่แข็งของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์

"เราไม่ได้ใช้คำว่ากลัวหรือไม่กลัวหรอก ถ้าใช้คำว่ากลัวรัฐบาลก็ไม่มีหน้าที่กลัวกับกลุ่มไหน แต่ถ้าบอกว่าไม่กลัว เดี๋ยวก็จะบอกว่าท้าทาย แต่เอาว่าเป็นสถานการณ์ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษและต้องประเมินให้ดี ส่วนพี่น้องคนเสื้อแดง ผมพูดคุยกับพรรคพวกแล้วให้นิ่งอยู่ในที่ตั้ง เพราะการแสดงความเห็นต่างกับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมมันครบถ้วนแล้วทั้งเหตุผลหลักการ จุดยืน ความรู้สึกครบ" นายณัฐวุฒิกล่าว

รมช.พาณิชย์กล่าวอีกว่า สำหรับการติดตามสถานการณ์เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ที่มีพูดคุยเจรจากับผู้ชุมนุมเป็นระยะ เพื่อขอความร่วมมือให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ในการชุมนุม อย่างไรก็ตาม ยังไม่ได้รับการขานรับ แต่ภาคการเมืองก็ต้องประเมินสถานการณ์ละเอียดหน่อย ส่วนการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศว่าถ้าไม่ชนะไม่กลับบ้านนั้น ก็เป็นแค่เทคนิคในการปลุกระดม แต่ตนเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เลือกวิธีการ ถ้ามีการรัฐประหาร เขาก็เอาด้วยและตนหวังว่า เขาจะละอายที่จะเรียกร้องการรัฐประหาร ซึ่งไม่แน่ว่าเขาอาจจะเรียกร้องการรัฐประหารขึ้นมาก็ได้ ดังนั้น ปชป.ต้องใช้วิธีการแบบประชาธิปไตยด้วย

"คุณสุเทพเพิ่งเป็นแกนนำการชุมนุมไม่กี่วัน อาจจะไปจำเทคนิคจากเวทีต่างๆ คิดว่าอีกสักพักอาจจะประกาศสงครามครั้งสุดท้าย แล้วก็ท้ายที่สุดและสุดท้ายของสุดท้ายไปเรื่อยๆ ก็เป็นได้ เพราะวันแรกที่ขึ้นเวทีที่สามเสน ก็ประกาศแล้วว่าชนะไม่เลิก มาราชดำเนินก็บอกว่าไม่ชนะไม่กลับบ้าน แต่ไม่ปรากฏรายงานข่าวว่านายสุเทพนอนค้างกับผู้ชุมนุมเลย ก็คงหมายความว่าคนที่มาอยู่ต่อ แต่นายสุเทพกลับบ้านได้" นายณัฐวุฒิกล่าว

เมื่อถามว่า คนเสื้อแดงมีปัญหาอะไรกันหรือไม่ จากกรณีที่มีการถอดรายการออกจากช่องเอเชียอัพเดท นายณัฐวุฒิกล่าวเสียงดังขึ้นมาว่า "รายการผมก็เป็นรายการหนึ่งที่มีการปรับเปลี่ยนด้วย ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะว่าฝ่ายสถานีเขาบอกว่าแนวทางของสถานีเขาสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับกรรมาธิการเสียงข้างมาก เมื่อเป็นเช่นนี้ก็อยากให้ข้อมูลจากสถานีเป็นไปในทิศทางที่เป็นเอกภาพ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของโทรทัศน์ทั่วโลก ที่มีการปรับผังรายการตามแนวทางของสถานี ไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาเป็นประเด็นในการเผชิญหน้าหรือประเด็นในความไม่พอใจกัน"

เมื่อถามว่า ในฐานะเป็น ส.ส.ที่งดออกเสียงในสภา หากร่างนี้ผ่านออกมาเป็นกฎหมายจริงจะรับได้หรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า มันต้องรอดูว่า ส.ว.จะพิจารณาอย่างไร เพราะข่าวที่ออกมายังมีประเด็นและท่าทีที่หลากหลายใน ส.ว.

เมื่อถามว่า การงดออกเสียงในสภาในการโหวตร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม วาระ 3 จะส่งผลต่อตำแหน่งรัฐมนตรีที่ดำรงอยู่หรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ตนพูดมาตลอดว่า นี่เป็นจุดยืนที่ให้ไว้ ดังนั้น การตัดสินใจโหวตที่ผ่านมาคือการแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน

"อย่างไรก็ตาม ผมเป็นสมาชิกพรรค พรรคมีระบบระเบียบมีกติกา ถ้าหากว่ากติกาของพรรคจะต้องให้ดำเนินการอย่างไร ก็ถือว่าผมปฏิเสธความรับผิดชอบต่อพรรคไม่ได้ อันนี้คือหลักการที่ผมเคารพและน้อมรับทุกอย่างที่เป็นการตัดสินใจของพรรค" นายณัฐวุฒิกล่าว

เมื่อถามย้ำว่า หากต้องหลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะเป็นผลพวงจากการงดออกเสียง จะว่าอย่างไร นายณัฐวุฒิหัวเราะ แล้วกล่าวว่า "โอย...อย่าไปพูดอะไรไกลขนาดนั้น"

เมื่อถามว่า เหมือนเชื่อว่าไม่มีผล นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ไม่ใช่ว่ามีผลไม่มีผล มันเป็นเรื่องที่ตนต้องเคารพในกระบวนการของพรรคอยู่แล้ว แต่โดยมารยาทมันพูดไม่ได้ล่วงหน้าว่าจะซ้ายหรือจะขวาอยู่แล้ว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่