มาถึงวินาทีนี้ เราคงได้เห็นธาตุแท้...เหง้าเดิมของ
“การเมือง” กันเป็นที่เรียบร้อย
เหล่าเสื้อแดง ...ต่างได้เห็นภาพความจริงที่ไมอาจปฎิเสธในใจลึก ๆ ตรงกันว่า สุดท้ายการได้มาซึ่งอำนาจเสวยสุขนั้น ล้วนใช้ “ประชาชน” เป็นเครื่องมือในการเหยียบย่ำขึ้นไปแทบทั้งสิ้น
กรณี
“นิรโทษกรรม” สร้างความเจ็บช้ำหัวใจให้แก่บรรดาเสื้อแดงที่ต่อสู้ด้วย ความเชื่อว่า
“ใช่” และ คาดหวังว่า มันจะ
“เป็น” สุดท้ายคงได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยโรงเรียนทักกี้
เหล่าขุนพลคนกร่าง ที่เคยประกาศบนเวทีเสื้อแดง เมื่อครั้งยังไม่ได้สวมครุยอำมาตย์ ..วันนั้น กับ วันนี้ ไม่น่าเชื่อว่า พลิกหน้ามือเป็นหลัง... ได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่า กิ้งก่าเปลี่ยนสี
ไอ้ที่เคย..ประกาศให้เอาน้ำมันมาคนละขวด...บัดนี้ เงียบฉี่ เพราะถ้านิรโทษผ่าน...ตัวเองก็สำราญในบั้นปลาย
หัวเขียง...ที่เคยเย้ว ๆ ท้าทายฟ้าสูง..อวดเบ่ง ถึงกระสุน....... วันนี้ไร้วี่แวว
ทั้งแรมโบ้...คนโต, อำมาตย์เต้นที่มันส์ปากท้า
"เผา!" แล้วใครจะเอาอะไรมาเอาที่ผม ....สุดท้าย!!??, หรือขนาดโหวงเหวง และเมียรักที่ใหม่ ๆ ซ่าส์ถึงขนาดจะประกาศให้ทุกพื้นที่มีโรงเรียนแดง บัดนี้..กลายเป็นเสียงอ่อย ....
แทบไม่น่าเชื่อว่า คนเหล่านี้เคยพูด..เคยลั่นสัจจะไว้อย่างไร?....และสุดท้ายเมื่อได้รางวัลหลากหลั่นกันตามผลงาน ...ปากที่เคยกล้าก็กลับขาสั่นในเวลาต่อมา
เพราะทุกอย่างที่วางมา มันคือ
“เกม” เกมที่วางไว้เพื่อใครคนนั้นเท่านั้น! และที่สำคัญ เกมนั้น มันคือเกมแสนอำมหิตที่ใช้ชีวิตคนยากไร้ และสร้างความ

ให้แผ่นดินเกิดเป็นแหล่งกำเนิดเกมเพื่อ
“ตัวเองและพวกพ้อง”
ภาพชายเสื้อแดงที่โบกธงไสว...พลันล้มลงลาจากโลกนี้ไปในสภาพอเน็จอนาถกับการถูกระเบิดหัว..กลายเป็นเกมการฆ่าที่ถูกต่อยอดปั่นความคิดให้เกิดความเกลียดชังและเพิ่มความขึงขังในการปลุกเร้าจากเหล่าแกนนำ เหล่านี้ล้วนเป็น "เกม" ที่มีการทำงานกันเป็นทีม!
ทุกคนปักใจเชื่อว่า ...ชายผู้เคราะห์ร้ายคนนั้น คนที่สู้อุตส่าห์์ใช้ชีวิตทะนุถนอมมาจนเติบใหญ่ ตายเพราะ "ทหาร" แต่ วันนี้เมื่อคิดถึง "ทฤษฎีสมคบคิด" อาจต้องเปลี่ยนความคิดว่า ชายคนนั้น สุดท้ายก็คือการเซ่นสังเวยเพื่อให้ "พี่" และ "นาย" มีวันนี้.. คือ ต้นฉบับตำราพิชัยยุทธชั้นครู แบบที่ต้องบอกว่า
“สุดยอดเหี้ยม!”
พลเอกร่มเกล้า ท่านก็ไม่ได้ต่างกัน...ชีวิตจากเด็กน้อยที่อยากเติบใหญ่เป็นทหารไทยที่เก่งกล้า...และอาสาปกป้องแผ่นดินถิ่นมารดา สุดท้ายก็ยังพลาดท่าเพราะเกมเหล่านี้ เกมที่มีเป้าสำคัญคือการตอกย้ำในการสร้างความแตกแยกให้มากที่สุด...โหมไฟ..เพลิงริษยาให้บ้านที่ตนเองกำเนิดเกิดมาลุกไปไฟ..แบบยิ่ง ฉิบ....ยยย ได้เท่าไหร่..ยิ่งเข้าล๊อก!
แต่เชื่อเถิดว่า นับจากนี้....ไม่นาน หลักอนิจจังคงทำงานได้ชัดขึ้น ...เพื่อให้หลายคนได้เข้าถึงเรื่องของความไม่จีรัง ....มียศเสื่อมยศ..มีลาภเสื่อมลาภ และทีสำคัญมันมาถึงจุดที่เป็นความจริงที่กำลังถูกเผยหมดเปลือกสิ้นไส้ว่าแท้จริง
“เรากำลังสู้เพื่อใคร?”
เมื่อครั้ง...สัญญานที่บอกว่
า “ส่งผมมาถึงฝั่งแล้ว...ผมจะขึ้นเขาต่อไป” คำนี้อย่างน้อยก็เคยสร้างความแคลงใจให้กับเสื้อแดงแบบที่ไม่คิดว่านั่นคือเป็นสัญญานเตือนแรก ๆ เพื่อมาถึงในที่สุดว่า
“ตูไม่เอาแล้ว!”
มิได้เสี้ยม..มิได้แสแสร้าง..มิได้ซ้ำเติม แต่ด้วยหัวใจคนไทยที่มีเลือดสีเดียวกัน ..ถ้าตั้งมั่นใช้สติคิดช้า ๆ ทบทวนเวลาที่ทุ่มเทเสียไป..และอีกหลายอย่างในอดีต บางทีเราอาจจะยังทันที่จะได้กลับมาเป็น
“พี่น้องคนไทย” แบบไม่มี
“นาย” ไม่
มี “ฮีโร่” กันอีกสักครั้ง....คุณว่าดีมั้ย?
เมื่อถึงเวลา "ตาสว่าง" กลางแผ่นดิน
เหล่าเสื้อแดง ...ต่างได้เห็นภาพความจริงที่ไมอาจปฎิเสธในใจลึก ๆ ตรงกันว่า สุดท้ายการได้มาซึ่งอำนาจเสวยสุขนั้น ล้วนใช้ “ประชาชน” เป็นเครื่องมือในการเหยียบย่ำขึ้นไปแทบทั้งสิ้น
กรณี “นิรโทษกรรม” สร้างความเจ็บช้ำหัวใจให้แก่บรรดาเสื้อแดงที่ต่อสู้ด้วย ความเชื่อว่า “ใช่” และ คาดหวังว่า มันจะ “เป็น” สุดท้ายคงได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยโรงเรียนทักกี้
เหล่าขุนพลคนกร่าง ที่เคยประกาศบนเวทีเสื้อแดง เมื่อครั้งยังไม่ได้สวมครุยอำมาตย์ ..วันนั้น กับ วันนี้ ไม่น่าเชื่อว่า พลิกหน้ามือเป็นหลัง... ได้อย่างรวดเร็วยิ่งกว่า กิ้งก่าเปลี่ยนสี
ไอ้ที่เคย..ประกาศให้เอาน้ำมันมาคนละขวด...บัดนี้ เงียบฉี่ เพราะถ้านิรโทษผ่าน...ตัวเองก็สำราญในบั้นปลาย
หัวเขียง...ที่เคยเย้ว ๆ ท้าทายฟ้าสูง..อวดเบ่ง ถึงกระสุน....... วันนี้ไร้วี่แวว
ทั้งแรมโบ้...คนโต, อำมาตย์เต้นที่มันส์ปากท้า "เผา!" แล้วใครจะเอาอะไรมาเอาที่ผม ....สุดท้าย!!??, หรือขนาดโหวงเหวง และเมียรักที่ใหม่ ๆ ซ่าส์ถึงขนาดจะประกาศให้ทุกพื้นที่มีโรงเรียนแดง บัดนี้..กลายเป็นเสียงอ่อย ....
แทบไม่น่าเชื่อว่า คนเหล่านี้เคยพูด..เคยลั่นสัจจะไว้อย่างไร?....และสุดท้ายเมื่อได้รางวัลหลากหลั่นกันตามผลงาน ...ปากที่เคยกล้าก็กลับขาสั่นในเวลาต่อมา
เพราะทุกอย่างที่วางมา มันคือ “เกม” เกมที่วางไว้เพื่อใครคนนั้นเท่านั้น! และที่สำคัญ เกมนั้น มันคือเกมแสนอำมหิตที่ใช้ชีวิตคนยากไร้ และสร้างความ
ภาพชายเสื้อแดงที่โบกธงไสว...พลันล้มลงลาจากโลกนี้ไปในสภาพอเน็จอนาถกับการถูกระเบิดหัว..กลายเป็นเกมการฆ่าที่ถูกต่อยอดปั่นความคิดให้เกิดความเกลียดชังและเพิ่มความขึงขังในการปลุกเร้าจากเหล่าแกนนำ เหล่านี้ล้วนเป็น "เกม" ที่มีการทำงานกันเป็นทีม!
ทุกคนปักใจเชื่อว่า ...ชายผู้เคราะห์ร้ายคนนั้น คนที่สู้อุตส่าห์์ใช้ชีวิตทะนุถนอมมาจนเติบใหญ่ ตายเพราะ "ทหาร" แต่ วันนี้เมื่อคิดถึง "ทฤษฎีสมคบคิด" อาจต้องเปลี่ยนความคิดว่า ชายคนนั้น สุดท้ายก็คือการเซ่นสังเวยเพื่อให้ "พี่" และ "นาย" มีวันนี้.. คือ ต้นฉบับตำราพิชัยยุทธชั้นครู แบบที่ต้องบอกว่า “สุดยอดเหี้ยม!”
พลเอกร่มเกล้า ท่านก็ไม่ได้ต่างกัน...ชีวิตจากเด็กน้อยที่อยากเติบใหญ่เป็นทหารไทยที่เก่งกล้า...และอาสาปกป้องแผ่นดินถิ่นมารดา สุดท้ายก็ยังพลาดท่าเพราะเกมเหล่านี้ เกมที่มีเป้าสำคัญคือการตอกย้ำในการสร้างความแตกแยกให้มากที่สุด...โหมไฟ..เพลิงริษยาให้บ้านที่ตนเองกำเนิดเกิดมาลุกไปไฟ..แบบยิ่ง ฉิบ....ยยย ได้เท่าไหร่..ยิ่งเข้าล๊อก!
แต่เชื่อเถิดว่า นับจากนี้....ไม่นาน หลักอนิจจังคงทำงานได้ชัดขึ้น ...เพื่อให้หลายคนได้เข้าถึงเรื่องของความไม่จีรัง ....มียศเสื่อมยศ..มีลาภเสื่อมลาภ และทีสำคัญมันมาถึงจุดที่เป็นความจริงที่กำลังถูกเผยหมดเปลือกสิ้นไส้ว่าแท้จริง “เรากำลังสู้เพื่อใคร?”
เมื่อครั้ง...สัญญานที่บอกว่า “ส่งผมมาถึงฝั่งแล้ว...ผมจะขึ้นเขาต่อไป” คำนี้อย่างน้อยก็เคยสร้างความแคลงใจให้กับเสื้อแดงแบบที่ไม่คิดว่านั่นคือเป็นสัญญานเตือนแรก ๆ เพื่อมาถึงในที่สุดว่า “ตูไม่เอาแล้ว!”
มิได้เสี้ยม..มิได้แสแสร้าง..มิได้ซ้ำเติม แต่ด้วยหัวใจคนไทยที่มีเลือดสีเดียวกัน ..ถ้าตั้งมั่นใช้สติคิดช้า ๆ ทบทวนเวลาที่ทุ่มเทเสียไป..และอีกหลายอย่างในอดีต บางทีเราอาจจะยังทันที่จะได้กลับมาเป็น “พี่น้องคนไทย” แบบไม่มี “นาย” ไม่มี “ฮีโร่” กันอีกสักครั้ง....คุณว่าดีมั้ย?