ผ่านไปอีก 1 เดือนแล้วทีเราอยู่ด้วยกันมา หนูอยู่กับแม่มานานเท่าไหร่แล้วน้าาา
เดือนนี้เป็นเดือนที่แม่รู้สึกว่าลูกสาวแม่กำลังจะเปลี่ยนจาก "เด็กหญิง" ไปเป็น "สาวน้อย" ของแม่
ครั้งสุดท้ายที่หนูไปรับวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า และ พยาธิหัวใจ คุณหมอบอกว่าหนูอาจจะเป็นฮีท ในเวลาไม่นานนี้
พอคุณหมอบอกแบบนั้น "เรา" (หมายถึง แม่ ป๊ะป๋า คุณตา และทุกๆคนในบ้านที่หลงหนูหัวปักหัวปำก็เตรียมตัวทันที. แม่กับป๊ะป๋า หาข้อมูลจากเว็บไซด์พร้อมทั้งไปหาซื้อกางเกงที่จะให้หนูใส่ในวันที่หนูเป็นฮีท
คุณตาถามรายบะเอียดจากคุณหมอ และบอกให้คนในบ้านสังเกตอาการหนูว่ามีอาการตามคำแนะนำของหมอหรือไม่. แต่จนถึงวันที่แม่เขียนถึงหนู ก็ยังไม่มีวี่แววที่หนูจะเป็นฮีท แต่หนูไม่ต้องกลัวนะ ถ้าหนูเป็นแม่จะดูแลหนูเอง
นอกจากการเป็นฮีทแล้ว ยังมีความเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่างที่บ่งบอกว่าหนูโตขึ้นและรู้มากขึ้น(เยอะ)
1. หนูรักสวยรักงามมากขึ้น ยอมให้แม่แปรงขน มัดจุก ทาโลชั่นหอมบำรุงขน แต่สิ่งที่ทำให้แม่แปลกใจคือ หนูเลือกกิ้ฟติดผมเอง แรกๆ ก็คิดว่าคงไม่ใช่ แต่หนูก็ทำให้แม่รู้ว่า ถ้าหนูไม่ชอบก็คือทำให้หลุดไปซะ แม่ต้องติดให้ใหม่ แต่ถ้าอันไหนถูกใจกิ้ฟอันนั้นจะติดอยู่จนกว่าแม่จะแกะให้เพื่อเข้านอน.

2. เรื่องการไม่กลัวคนแปลกหน้าไม่ว่าจะกับใครหนูจะเล่นกับเค้าได้หมดยอมให้อุ้ม ยอมให้ถ่ายรูปด้วย เวลาไปเที่ยวใครมาเล่น ใครทัก ใครขออุ้มหนูยอมหมด แต่ แค่แป้บเดียวเท่านั้นก็จะดิ้นหาแม่ หาคุณตา และที่สำคัญคือหนูจะไม่ทานอะไรที่คนอื่นให้ ซึ่งข้อนี้แม่ก็ไม่รู้ว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสีย เพราะแม้แต่ร้านอาบน้ำประจำของหนู หนูก็ยังไม่ยอมทานของว่างที่ทางร้านให้ ทั้งๆที่หนูก็คุ้นเคยดี

3. หนูรู้ว่าการเห่าเพื่อจะสั่งให้ใครทำอะไร บางครั้งก็ไม่ได้ผล เดี๋ยวนี้หนูเปลี่ยนจากเห่ามาเป็นการใช้สายตา
อ้อนวอนกดดัน เพราะรู้ว่าทุกคนต้องยอมหนู และหนูก็ใช้สายตาเดียวกันนี้อ้อนคุณตา เวลาจะฟ้องอะไรคุณตา
แล้วก็จะมีคนใดคนหนึ่งถูกคุณตาดุ (ทุกคนลงความเห็นว่าน่าหมั่นไส้มาก)
4. เดี๋ยวนี้หนูไม่ชอบวิ่งเล่นเหมือนเมื่อเดือนที่ผ่านๆมา หนูชอบนอนเหยียดตัวมองนู่นนั่นนี่ โดยเฉพาะนกกับกระรอกที่ชอบมาอยู่ตรงรั้วบ้าน และเมื่อหนูถูกสั่งให้รอหนูก็สามารถนั่งหรือนอนเหยียดตัวรอแบบนี้ได้เป็นเวลานานๆ ยิ่งตอนหนูนั่งรถเล่นแล้วเจออะไรที่หนูสนใจ (วัว รถตักดิน หมาตัวใหญ่) หนูจะกอดแขนแม่ ให้หยุดรถ
แล้วมองสิ่งนั้นอยู่ได้ครั้งละนานๆ อย่างวันนั้นที่แม่จอดให้หนูดูวัว หนูจ้องอยู่นานจนแม่เกือบหลับเลย
ยังมีอีกหลายเรื่องที่แม่อยากเขียนถึงลูกสาวตัวน้อยของแม่ แต่แม่คงต้องหยุดไว้ก่อนเพราะได้เวลานอนของหนูแล้ว แม่ต้องปิดไฟแล้วเข้านอน เหมือนทุกๆ คืน แม่กลายเป็นคนนอนเร็วขึ้น เพราะหนูต้องนอนบนหมอนใบที่แม่หนุนทุกใบ กลายเป็นคนตื่นเช้า เพราะหนูจะต้องทำธุระในตอนเช้า ทั้งๆที่หนูไม่เคยปลุกแม่ หนูจะรอจนแม่ลืมตา
หนูถึงจะลงจากเตียงไปทำธุระ แล้วเราก็จะไปใส่บาตรด้วยกัน ทานอาหารเช้าด้วยกัน หนูรู้มั้ยทุกวันที่เราทำบุญด้วยกัน แม่จะอธิษฐานขอให้หนูเป็นลูกแม่อีก
สำหรับคนที่เค้ามองมา หนูอาจเป็นแค้หมาน้อยตัวเล็ก ๆ เป็นแค่สัตว์เลี้ยง แต่สำหรับแม่ แม่ขอบคุณอะไรก็ตาม
ที่ทำให้เราได้เจอกัน ได้อยู่ด้วยกัน
แม่รักลูกสาวของแม่มากที่สุด เจ้าหญิงน้อยของแม่
เราแม่ลูกขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ
จะเรียกว่าพัฒนาการหรือรู้มากดีหนอ(ภาค 2) ในเดือนถัดมา
เดือนนี้เป็นเดือนที่แม่รู้สึกว่าลูกสาวแม่กำลังจะเปลี่ยนจาก "เด็กหญิง" ไปเป็น "สาวน้อย" ของแม่
ครั้งสุดท้ายที่หนูไปรับวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า และ พยาธิหัวใจ คุณหมอบอกว่าหนูอาจจะเป็นฮีท ในเวลาไม่นานนี้
พอคุณหมอบอกแบบนั้น "เรา" (หมายถึง แม่ ป๊ะป๋า คุณตา และทุกๆคนในบ้านที่หลงหนูหัวปักหัวปำก็เตรียมตัวทันที. แม่กับป๊ะป๋า หาข้อมูลจากเว็บไซด์พร้อมทั้งไปหาซื้อกางเกงที่จะให้หนูใส่ในวันที่หนูเป็นฮีท
คุณตาถามรายบะเอียดจากคุณหมอ และบอกให้คนในบ้านสังเกตอาการหนูว่ามีอาการตามคำแนะนำของหมอหรือไม่. แต่จนถึงวันที่แม่เขียนถึงหนู ก็ยังไม่มีวี่แววที่หนูจะเป็นฮีท แต่หนูไม่ต้องกลัวนะ ถ้าหนูเป็นแม่จะดูแลหนูเอง
นอกจากการเป็นฮีทแล้ว ยังมีความเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่างที่บ่งบอกว่าหนูโตขึ้นและรู้มากขึ้น(เยอะ)
1. หนูรักสวยรักงามมากขึ้น ยอมให้แม่แปรงขน มัดจุก ทาโลชั่นหอมบำรุงขน แต่สิ่งที่ทำให้แม่แปลกใจคือ หนูเลือกกิ้ฟติดผมเอง แรกๆ ก็คิดว่าคงไม่ใช่ แต่หนูก็ทำให้แม่รู้ว่า ถ้าหนูไม่ชอบก็คือทำให้หลุดไปซะ แม่ต้องติดให้ใหม่ แต่ถ้าอันไหนถูกใจกิ้ฟอันนั้นจะติดอยู่จนกว่าแม่จะแกะให้เพื่อเข้านอน.
2. เรื่องการไม่กลัวคนแปลกหน้าไม่ว่าจะกับใครหนูจะเล่นกับเค้าได้หมดยอมให้อุ้ม ยอมให้ถ่ายรูปด้วย เวลาไปเที่ยวใครมาเล่น ใครทัก ใครขออุ้มหนูยอมหมด แต่ แค่แป้บเดียวเท่านั้นก็จะดิ้นหาแม่ หาคุณตา และที่สำคัญคือหนูจะไม่ทานอะไรที่คนอื่นให้ ซึ่งข้อนี้แม่ก็ไม่รู้ว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสีย เพราะแม้แต่ร้านอาบน้ำประจำของหนู หนูก็ยังไม่ยอมทานของว่างที่ทางร้านให้ ทั้งๆที่หนูก็คุ้นเคยดี
3. หนูรู้ว่าการเห่าเพื่อจะสั่งให้ใครทำอะไร บางครั้งก็ไม่ได้ผล เดี๋ยวนี้หนูเปลี่ยนจากเห่ามาเป็นการใช้สายตา
อ้อนวอนกดดัน เพราะรู้ว่าทุกคนต้องยอมหนู และหนูก็ใช้สายตาเดียวกันนี้อ้อนคุณตา เวลาจะฟ้องอะไรคุณตา
แล้วก็จะมีคนใดคนหนึ่งถูกคุณตาดุ (ทุกคนลงความเห็นว่าน่าหมั่นไส้มาก)
4. เดี๋ยวนี้หนูไม่ชอบวิ่งเล่นเหมือนเมื่อเดือนที่ผ่านๆมา หนูชอบนอนเหยียดตัวมองนู่นนั่นนี่ โดยเฉพาะนกกับกระรอกที่ชอบมาอยู่ตรงรั้วบ้าน และเมื่อหนูถูกสั่งให้รอหนูก็สามารถนั่งหรือนอนเหยียดตัวรอแบบนี้ได้เป็นเวลานานๆ ยิ่งตอนหนูนั่งรถเล่นแล้วเจออะไรที่หนูสนใจ (วัว รถตักดิน หมาตัวใหญ่) หนูจะกอดแขนแม่ ให้หยุดรถ
แล้วมองสิ่งนั้นอยู่ได้ครั้งละนานๆ อย่างวันนั้นที่แม่จอดให้หนูดูวัว หนูจ้องอยู่นานจนแม่เกือบหลับเลย
ยังมีอีกหลายเรื่องที่แม่อยากเขียนถึงลูกสาวตัวน้อยของแม่ แต่แม่คงต้องหยุดไว้ก่อนเพราะได้เวลานอนของหนูแล้ว แม่ต้องปิดไฟแล้วเข้านอน เหมือนทุกๆ คืน แม่กลายเป็นคนนอนเร็วขึ้น เพราะหนูต้องนอนบนหมอนใบที่แม่หนุนทุกใบ กลายเป็นคนตื่นเช้า เพราะหนูจะต้องทำธุระในตอนเช้า ทั้งๆที่หนูไม่เคยปลุกแม่ หนูจะรอจนแม่ลืมตา
หนูถึงจะลงจากเตียงไปทำธุระ แล้วเราก็จะไปใส่บาตรด้วยกัน ทานอาหารเช้าด้วยกัน หนูรู้มั้ยทุกวันที่เราทำบุญด้วยกัน แม่จะอธิษฐานขอให้หนูเป็นลูกแม่อีก
สำหรับคนที่เค้ามองมา หนูอาจเป็นแค้หมาน้อยตัวเล็ก ๆ เป็นแค่สัตว์เลี้ยง แต่สำหรับแม่ แม่ขอบคุณอะไรก็ตาม
ที่ทำให้เราได้เจอกัน ได้อยู่ด้วยกัน
แม่รักลูกสาวของแม่มากที่สุด เจ้าหญิงน้อยของแม่
เราแม่ลูกขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ