เธอชื่อ เก๋
ทำงานที่ ฮ่องกงแบ็งค์ สาขาสีลม (เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว) เธอเป็นคนท้วม ขาว ประมาณนางเอกหนังเรื่อง Bridget Jones's Diary
แต่รูปหน้าเธอสวยนะ เวลาเธอยิ้มแก้มเธอจะเป็นสีชมพู เธอมีมุกตลกเยอะ
เพื่อนที่ทำงานชอบที่จะมานั่งคุยกับเธอคุยเม้าเรื่องต่าง ๆแล้วก็หัวเราะกันสนุกสนาน
ผมเป็นช่างคอมพิวเตอร์
เวลาเครื่องที่ HSBC มีปัญหาจะต้องมี เพจเจอร์ มาดังที่ผม ผมจะต้องเข้าไปทำให้ระบบมัน work ให้ได้ แม้จะต้อง
ทำงานกันดึก ๆ ดื่น ๆ ก็ตาม
ที่ HSBC
เรารู้จักกัน เป็นเพียงผู้ที่ต้องทำงานด้วยกัน (บางครั้ง) แต่เธอเข้ากับคนง่าย เธอใช้สรรพนามว่า (เรา,เธอ) กับผม
เหมือนว่าเราเป็นเพี่อนเรียนมาด้วยกัน....รู้สึกดีครับ แต่ก็ไม่คิดที่จะจีบเธอ "เราจะมีแฟนเป็นคนอ้วนเหรอ ..ไม่หรอก
เรายังมีทางเลือกอีกเยอะ" ผมคิดในใจ
วันหนึ่ง ที่หน้าโรงหนัง ลิโด้
หลังดูหนังจบ กำลังลงบันไดเลื่อน อะ..นั่นเก๋นี่ มาคนเดียวซะด้วย ผมมองเธอสักพักจนแน่ใจว่า
เธอมาคนเดียว จึงเดินไปทัก
"เก๋ " ผมทัก
"อ้าว..... มาดูหนังหรือ" เธอทักทายตอบ
"ก็เดินออกมาโรงหนัง จะให้มาทำอะไร"... ผมแซว
"เก๋มาคนเดียวหรือ
"ใช่"....ผมจำว่าเธอหยุดไปพักหนึ่งก่อนตอบ เราเงียบกันไปพักหนึ่ง ผมรู้สึกได้ถึงความเหงาที่ทั้งผม และเธอคงจะ
มีสถานะภาพที่ไม่ต่างกัน วันหยุด ดูหนังคนเดียว... เดินห้างคนเดียว... ซื้อหมูปิ้งข้างถนนกินคนเดียว
ดูประกวดโค๊กมิวสิกอวอร์ดคนเดียว หัวเราะคนเดียว ซึ้งกับเพลงคนเดียว ทั้งที่มองรอบข้างมีผู้คนเป็นร้อยเป็นพัน
เราเดินคุยกันไป..เรื่อย ๆ ปลายทางเราคือป้ายรถเมล์ที่หน้า wtc (ตอนนี้เป็น CTW) ก่อนขึ้นรถเมล์ ผมบอกกับเธอที
เล่นทีจริงไปว่า
"คราวหน้า เรามาดูหนังคนเดียวด้วยกันดีมั้ย"
"ได้" แล้วเราทั้งสองก็หัวเราะ
ที่ทำงาน
" นี่...ไปดูหนังเรื่อง ฟอเรสกัมส์กันมั้ย" เก๋ โทรมาชวนไปดูหนังรอบทุ่ม ผมตกลงทันทีใจมันตื่นเต้นบอกไม่ถูก ชีวิตทำงานกรุงเทพ
เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ยังไม่เคยมีสาวคนใหนชวนดูหนัง
เย็นนั้นเธอรอผมที่หน้าโรงหนัง เราดูหนัง ออกมาทานก๋วยเตี๋ยวแถวสยาม เราคุยกันหลายเรื่อง เราแลกเปลี่ยนเรื่องราวใน
ชีวิตที่ผ่านมาซึ่งกันและกัน เธอเล่าว่า เธอเป็นคน กทม. เธอจบศิลปากรนครปฐม ทำงานครั้งแรก ต่างจังหวัด แต่ทำงาน
ได้ไม่กี่เดือนก็ลาออก ร้องให้ทุกคืน คิดถึงกรุงเทพ เธออยู่แฟลตกับแม่และน้องสาว .ทั้งหมดเธอเล่าให้ผมรับรู้ สังเกตว่า
เธอมีความสุขกับการเล่าเรื่องมาก เราใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ห้า หก ชั่วโมงได้มั้ง แต่เป็น ห้า หกชั่วโมงที่เราทั้งสองมีแต่รอยยิ้ม
เธอให้ผมฟังเพลง 25 minute too late เธอบอกว่าเพราะมาก
เรื่องตลกของเธอมีมากมายเสียจนผมอยากจะหยุดเวลา ให้เธอเล่าให้หมด หรือจนเธอเบื่อเสียก่อน
พอกันทีความเหงา
ความว่างเปล่า กับวันเสาร์ อาทิตย์ ที่ไม่รู้จะไปใหน ทำอะไร อยู่แต่ในห้องแคบ ๆ กับตู้ปลา กับเตียง กับตู้เสื้อผ้า ต่อไปนี้ทุกเสาร์
อาทิตย์ ผมจะมีนัดกับเก๋ เราจะออกไปเที่ยวด้วยกัน ไปต่างจังหวัด ไปชายทะเล ไปฟังเพลง ไปเดินห้างด้วยกัน ...ผมว่าเก๋ก็ต้อง
คิดเหมือนผม ...ผมจะได้มีแฟนกับเค้าซะที..สาวกรุงเทพด้วย ฝันมานาน
แล้วผมก็เปลี่ยนงาน
ได้ตำแหน่งที่ดีกว่า เงินดีกว่า ซื้อรถ ได้พบเจอหญิงมากขึ้น ไม่ต้องไป support ที่ HSBC อีกแล้ว ด้วยเหตุผลบางอย่าง ผมตัดสิน
ใจที่จะไม่สานต่อความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเก๋
สี่ปีผ่านไป
"เฮ้ย ....เองจำเก๋ได้เปล่า" เพื่อนที่ทำงานเก่า โทรมาเปิดประเด็น
"เมื่อวานกูเจอที่สีลม จำแทบไม่ได้ ผอม เพรียว สวยกว่าเดิม กูขอเบอร์มา เอ็งจะเอาเปล่า"
แล้วผมก็ได้เบอร์เก๋ ผมรอจนพักเที่ยงไม่ได้เลยโทรไป
"เก๋หรือเปล่า"
" ใช่ ใครอะ"
"....ไง จำได้เปล่า"
"อ๋อ จำได้ เป็นไงบ้าง ไม่โทรมาเลยนะ......." แล้วเราก็เล่าเรื่องราวของกันและกันให้ฟังอีก HSBC ย้ายจากสีลม มาที่หัวถนนสาธรแล้ว
เธอแต่งงานแล้ว มีลูกแล้ว ซื้อบ้านอยู่ที่บางบัวทอง ชีวิตเธอตอนนี้วุ่นวายอยู่กับลูก...ท้ายสุดเธอนัดทานข้าว แต่ผมปฎิเสธ .....คงไม่มี
ประโยชน์อะไรอีกแล้วแหละ...ผมคิดในใจ
ทุกวันนี้
ผมมี DVD หนังเรื่องฟอเรสกั้มส์ ทุกครั้งที่ได้ยินเพลง 25 minutes too late ผมจะยิ้ม และนึกถึงเธอ
เก๋..
ที่เก๋ต่อว่าผมว่า "ทำไม ผลุบ ๆ โผล่ ..แล้วก็หายไป " ผมก็มีเหตุผลของผม เชื่อผมเถอะ ถ้าเราคบกันไปเราคงไม่ได้แต่งงาน และอยู่ด้วยกัน
ไปจนตายหรอก
ผมอยากเก็บความรู้สึกดี ๆ ที่มีคุณค่าของเราไว้
ผมยิ้มและนึกถึงเก๋ทุกครั้งนะที่ได้ฟังเพลง 25minute too late Michael Learns to Rock
นึกถึงเก๋ทุกครั้งที่ ผ่าน HSBC
อย่างหนังที่เก๋ชวนผมไปดู ได้บอกเรานั่นแหละ "ชีวิตเราก็เหมือนช๊อกโกแล็ตที่อยู่ในกล่อง เราไม่รู้ว่ามันจะเป็นสีอะไร รูปร่างอย่างไร รสอย่างไร จนกว่าเราจะแกะกล่องมันออกมาชิมดู"
ที่เข้าห้องสยาม ก็เพาะผู้หญิงคนหนึ่ง
ทำงานที่ ฮ่องกงแบ็งค์ สาขาสีลม (เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว) เธอเป็นคนท้วม ขาว ประมาณนางเอกหนังเรื่อง Bridget Jones's Diary
แต่รูปหน้าเธอสวยนะ เวลาเธอยิ้มแก้มเธอจะเป็นสีชมพู เธอมีมุกตลกเยอะ
เพื่อนที่ทำงานชอบที่จะมานั่งคุยกับเธอคุยเม้าเรื่องต่าง ๆแล้วก็หัวเราะกันสนุกสนาน
ผมเป็นช่างคอมพิวเตอร์
เวลาเครื่องที่ HSBC มีปัญหาจะต้องมี เพจเจอร์ มาดังที่ผม ผมจะต้องเข้าไปทำให้ระบบมัน work ให้ได้ แม้จะต้อง
ทำงานกันดึก ๆ ดื่น ๆ ก็ตาม
ที่ HSBC
เรารู้จักกัน เป็นเพียงผู้ที่ต้องทำงานด้วยกัน (บางครั้ง) แต่เธอเข้ากับคนง่าย เธอใช้สรรพนามว่า (เรา,เธอ) กับผม
เหมือนว่าเราเป็นเพี่อนเรียนมาด้วยกัน....รู้สึกดีครับ แต่ก็ไม่คิดที่จะจีบเธอ "เราจะมีแฟนเป็นคนอ้วนเหรอ ..ไม่หรอก
เรายังมีทางเลือกอีกเยอะ" ผมคิดในใจ
วันหนึ่ง ที่หน้าโรงหนัง ลิโด้
หลังดูหนังจบ กำลังลงบันไดเลื่อน อะ..นั่นเก๋นี่ มาคนเดียวซะด้วย ผมมองเธอสักพักจนแน่ใจว่า
เธอมาคนเดียว จึงเดินไปทัก
"เก๋ " ผมทัก
"อ้าว..... มาดูหนังหรือ" เธอทักทายตอบ
"ก็เดินออกมาโรงหนัง จะให้มาทำอะไร"... ผมแซว
"เก๋มาคนเดียวหรือ
"ใช่"....ผมจำว่าเธอหยุดไปพักหนึ่งก่อนตอบ เราเงียบกันไปพักหนึ่ง ผมรู้สึกได้ถึงความเหงาที่ทั้งผม และเธอคงจะ
มีสถานะภาพที่ไม่ต่างกัน วันหยุด ดูหนังคนเดียว... เดินห้างคนเดียว... ซื้อหมูปิ้งข้างถนนกินคนเดียว
ดูประกวดโค๊กมิวสิกอวอร์ดคนเดียว หัวเราะคนเดียว ซึ้งกับเพลงคนเดียว ทั้งที่มองรอบข้างมีผู้คนเป็นร้อยเป็นพัน
เราเดินคุยกันไป..เรื่อย ๆ ปลายทางเราคือป้ายรถเมล์ที่หน้า wtc (ตอนนี้เป็น CTW) ก่อนขึ้นรถเมล์ ผมบอกกับเธอที
เล่นทีจริงไปว่า
"คราวหน้า เรามาดูหนังคนเดียวด้วยกันดีมั้ย"
"ได้" แล้วเราทั้งสองก็หัวเราะ
ที่ทำงาน
" นี่...ไปดูหนังเรื่อง ฟอเรสกัมส์กันมั้ย" เก๋ โทรมาชวนไปดูหนังรอบทุ่ม ผมตกลงทันทีใจมันตื่นเต้นบอกไม่ถูก ชีวิตทำงานกรุงเทพ
เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย ยังไม่เคยมีสาวคนใหนชวนดูหนัง
เย็นนั้นเธอรอผมที่หน้าโรงหนัง เราดูหนัง ออกมาทานก๋วยเตี๋ยวแถวสยาม เราคุยกันหลายเรื่อง เราแลกเปลี่ยนเรื่องราวใน
ชีวิตที่ผ่านมาซึ่งกันและกัน เธอเล่าว่า เธอเป็นคน กทม. เธอจบศิลปากรนครปฐม ทำงานครั้งแรก ต่างจังหวัด แต่ทำงาน
ได้ไม่กี่เดือนก็ลาออก ร้องให้ทุกคืน คิดถึงกรุงเทพ เธออยู่แฟลตกับแม่และน้องสาว .ทั้งหมดเธอเล่าให้ผมรับรู้ สังเกตว่า
เธอมีความสุขกับการเล่าเรื่องมาก เราใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ห้า หก ชั่วโมงได้มั้ง แต่เป็น ห้า หกชั่วโมงที่เราทั้งสองมีแต่รอยยิ้ม
เธอให้ผมฟังเพลง 25 minute too late เธอบอกว่าเพราะมาก
เรื่องตลกของเธอมีมากมายเสียจนผมอยากจะหยุดเวลา ให้เธอเล่าให้หมด หรือจนเธอเบื่อเสียก่อน
พอกันทีความเหงา
ความว่างเปล่า กับวันเสาร์ อาทิตย์ ที่ไม่รู้จะไปใหน ทำอะไร อยู่แต่ในห้องแคบ ๆ กับตู้ปลา กับเตียง กับตู้เสื้อผ้า ต่อไปนี้ทุกเสาร์
อาทิตย์ ผมจะมีนัดกับเก๋ เราจะออกไปเที่ยวด้วยกัน ไปต่างจังหวัด ไปชายทะเล ไปฟังเพลง ไปเดินห้างด้วยกัน ...ผมว่าเก๋ก็ต้อง
คิดเหมือนผม ...ผมจะได้มีแฟนกับเค้าซะที..สาวกรุงเทพด้วย ฝันมานาน
แล้วผมก็เปลี่ยนงาน
ได้ตำแหน่งที่ดีกว่า เงินดีกว่า ซื้อรถ ได้พบเจอหญิงมากขึ้น ไม่ต้องไป support ที่ HSBC อีกแล้ว ด้วยเหตุผลบางอย่าง ผมตัดสิน
ใจที่จะไม่สานต่อความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเก๋
สี่ปีผ่านไป
"เฮ้ย ....เองจำเก๋ได้เปล่า" เพื่อนที่ทำงานเก่า โทรมาเปิดประเด็น
"เมื่อวานกูเจอที่สีลม จำแทบไม่ได้ ผอม เพรียว สวยกว่าเดิม กูขอเบอร์มา เอ็งจะเอาเปล่า"
แล้วผมก็ได้เบอร์เก๋ ผมรอจนพักเที่ยงไม่ได้เลยโทรไป
"เก๋หรือเปล่า"
" ใช่ ใครอะ"
"....ไง จำได้เปล่า"
"อ๋อ จำได้ เป็นไงบ้าง ไม่โทรมาเลยนะ......." แล้วเราก็เล่าเรื่องราวของกันและกันให้ฟังอีก HSBC ย้ายจากสีลม มาที่หัวถนนสาธรแล้ว
เธอแต่งงานแล้ว มีลูกแล้ว ซื้อบ้านอยู่ที่บางบัวทอง ชีวิตเธอตอนนี้วุ่นวายอยู่กับลูก...ท้ายสุดเธอนัดทานข้าว แต่ผมปฎิเสธ .....คงไม่มี
ประโยชน์อะไรอีกแล้วแหละ...ผมคิดในใจ
ทุกวันนี้
ผมมี DVD หนังเรื่องฟอเรสกั้มส์ ทุกครั้งที่ได้ยินเพลง 25 minutes too late ผมจะยิ้ม และนึกถึงเธอ
เก๋..
ที่เก๋ต่อว่าผมว่า "ทำไม ผลุบ ๆ โผล่ ..แล้วก็หายไป " ผมก็มีเหตุผลของผม เชื่อผมเถอะ ถ้าเราคบกันไปเราคงไม่ได้แต่งงาน และอยู่ด้วยกัน
ไปจนตายหรอก
ผมอยากเก็บความรู้สึกดี ๆ ที่มีคุณค่าของเราไว้
ผมยิ้มและนึกถึงเก๋ทุกครั้งนะที่ได้ฟังเพลง 25minute too late Michael Learns to Rock
นึกถึงเก๋ทุกครั้งที่ ผ่าน HSBC
อย่างหนังที่เก๋ชวนผมไปดู ได้บอกเรานั่นแหละ "ชีวิตเราก็เหมือนช๊อกโกแล็ตที่อยู่ในกล่อง เราไม่รู้ว่ามันจะเป็นสีอะไร รูปร่างอย่างไร รสอย่างไร จนกว่าเราจะแกะกล่องมันออกมาชิมดู"