ชมคลิปจากลิงค์
http://news.voicetv.co.th/thailand/84193
นักธุรกิจสหรัฐสนใจร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของไทย
กลุ่มนักธุรกิจเอเปคสหรัฐ พบนายกรัฐมนตรีไทย ก่อนการประชุมเอเปค ที่ประเทศอินโดนิเซีย โดยระบุว่า นักธุรกิจและนักลงทุนสหรัฐ สนใจเข้าร่วมการลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย 2 ล้านล้านบาท
นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิค หรือ เอเปค จะเริ่มขึ้นที่บาหลี อินโดนีเซีย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้หารือกับ กลุ่มนักธุรกิจเอเปคสหรัฐ ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทสหรัฐชั้นนำ เช่น ไมโครซอฟต์ กูเกิ้ล เฟด-เอ็กซ์ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน พร็อคเตอร์แอนด์แกมเบิ้ล ออราเคิล อีเบย์ ไทม์วอร์เนอร์ มาสเตอร์คาร์ด เพื่อสรุปภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจไทยและลู่ทางการลงทุนให้นักธุรกิจสหรัฐได้รับทราบ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้สร้างความมั่นใจกับนักธุรกิจสหรัฐว่า ขณะนี้รัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่ ในการสร้างเสถียรภาพให้กับการเมืองไทย เพื่อทำให้ภาคธุรกิจมั่นใจและสามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง
โดยรัฐบาลไทย ได้ส่งเสริมระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นระบอบที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจมากที่สุด และยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมดูแลการลงทุนของภาคเอกชน ภายใต้กฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นธรรม ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับนักธุรกิจสหรัฐว่า เศรษฐกิจไทยมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เงินเฟ้อต่ำ เห็นได้จากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หลังน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ซึ่งรัฐบาลไทยเตรียมที่จะให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมให้กับนักลงทุน ที่ลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร รวมถึงพลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียน
นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวว่ารัฐบาลกำลังปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยครั้งสำคัญ ด้วยการประกาศใช้เกษตรโซนนิ่ง ที่จะทำให้อุปสงค์ อุปทานสอดคล้องกัน ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับภาคธุรกิจและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย เพื่อทำให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น จากการปลูกผลผลิตที่ตรงกับความต้องการของตลาด
ขณะเดียวกันได้ช่วยเหลือภาคเอกชนให้มีต้นทุนลดลงจากการลดภาษีนิติบุคคล และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่มูลค่า 2 ล้านล้านบาทในช่วง 7 ปีต่อจากนี้ เม็ดเงินจากการลงทุน ก็จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และเมื่อโครงการลงทุนแล้วเสร็จ จะเป็นการลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ให้กับผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี
นายโธมัส โดนาฮิว ประธานของกลุ่มนักธุรกิจเอเปคสหรัฐ กล่าวกับนายกรัฐมนตรีว่า ปีนี้เป็นปีที่ไทยและสหรัฐฉลองความสัมพันธ์ระหว่างกัน 180 ปี ดังนั้นเมื่อทราบว่าไทย จะมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ บริษัทในสหรัฐ จึงสนใจจะมีส่วนร่วมในโครงการลงทุนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยินดีต้อนรับภาคเอกชนสหรัฐ เข้ามาร่วมลงทุนในบางโครงการ ในลักษณะของการเป็นพันธมิตรระหว่างรัฐและเอกชน และย้ำว่าการลงทุนครั้งนี้ ไทยจะรักษาวินัยการเงินการคลังให้หนี้สาธารณะไม่เกินร้อยละ 50 ของจีดีพี รวมทั้งมั่นใจว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอาเซียนได้อย่างสะดวก
นักธุรกิจสหรัฐได้สอบถามนโยบายของรัฐบาลไทย ว่าให้ความสำคัญกับการเปิดเสรีการค้าอย่างไร ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไทยพร้อมในการเจรจาเปิดเสรีการค้าในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นแบบทวิภาคี พหุภาคี รวมถึงการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคฟื้นแปซิฟิก หรือ TPP ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบถามความเห็นจากทุกภาคส่วน
ขณะเดียวกันไทยยังคงให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อจะได้ผลิตบุคลากรตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน โดยได้ร่วมมือกับทาง กสทช. เพื่อพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมให้ทั่วถึง เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการเรียนรู้และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอีกด้วย
ประธานกลุ่มนักธุรกิจเอเปคสหรัฐ กล่าวในตอนท้ายของการหารือว่า ยินดีที่ได้พบหารือกับนายกรัฐมนตรี เพราะได้รับฟังแนวทางในการพัฒนาประเทศไทย โดยนักธุรกิจสหรัฐจำนวนมาก มีความมุ่งมั่นในการลงทุนต่อเนื่องในประเทศไทย และจะดียิ่งขึ้น ถ้านายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปพบปะกับนักธุรกิจในสหรัฐอเมริกาด้วยตนเอง เพื่อสรุปภาพรวมเศรษฐกิจ รวมถึงลู่ทางการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีรับปากว่าจะหาโอกาสไปเยือนสหรัฐอเมริกาพร้อมร่วมหารือกับนักธุรกิจในโอกาสต่อไป
by Watsana
7 ตุลาคม 2556 เวลา 13:04 น.
กลุ่มนักธุรกิจเอเปคสหรัฐ สนใจร่วมลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไทย พร้อมเชิญนายกฯปู เดินทางเยือนสหรัฐ พบปะนักธุรกิจด้วยตนเอง
http://news.voicetv.co.th/thailand/84193
นักธุรกิจสหรัฐสนใจร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของไทย
กลุ่มนักธุรกิจเอเปคสหรัฐ พบนายกรัฐมนตรีไทย ก่อนการประชุมเอเปค ที่ประเทศอินโดนิเซีย โดยระบุว่า นักธุรกิจและนักลงทุนสหรัฐ สนใจเข้าร่วมการลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย 2 ล้านล้านบาท
นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิค หรือ เอเปค จะเริ่มขึ้นที่บาหลี อินโดนีเซีย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้หารือกับ กลุ่มนักธุรกิจเอเปคสหรัฐ ซึ่งประกอบไปด้วย ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทสหรัฐชั้นนำ เช่น ไมโครซอฟต์ กูเกิ้ล เฟด-เอ็กซ์ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน พร็อคเตอร์แอนด์แกมเบิ้ล ออราเคิล อีเบย์ ไทม์วอร์เนอร์ มาสเตอร์คาร์ด เพื่อสรุปภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจไทยและลู่ทางการลงทุนให้นักธุรกิจสหรัฐได้รับทราบ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้สร้างความมั่นใจกับนักธุรกิจสหรัฐว่า ขณะนี้รัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่ ในการสร้างเสถียรภาพให้กับการเมืองไทย เพื่อทำให้ภาคธุรกิจมั่นใจและสามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง
โดยรัฐบาลไทย ได้ส่งเสริมระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นระบอบที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจมากที่สุด และยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมดูแลการลงทุนของภาคเอกชน ภายใต้กฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นธรรม ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับนักธุรกิจสหรัฐว่า เศรษฐกิจไทยมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง เงินเฟ้อต่ำ เห็นได้จากการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว หลังน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 ซึ่งรัฐบาลไทยเตรียมที่จะให้คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมให้กับนักลงทุน ที่ลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร รวมถึงพลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียน
นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวว่ารัฐบาลกำลังปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยครั้งสำคัญ ด้วยการประกาศใช้เกษตรโซนนิ่ง ที่จะทำให้อุปสงค์ อุปทานสอดคล้องกัน ตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อช่วยลดต้นทุนให้กับภาคธุรกิจและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย เพื่อทำให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น จากการปลูกผลผลิตที่ตรงกับความต้องการของตลาด
ขณะเดียวกันได้ช่วยเหลือภาคเอกชนให้มีต้นทุนลดลงจากการลดภาษีนิติบุคคล และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่มูลค่า 2 ล้านล้านบาทในช่วง 7 ปีต่อจากนี้ เม็ดเงินจากการลงทุน ก็จะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และเมื่อโครงการลงทุนแล้วเสร็จ จะเป็นการลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ให้กับผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี
นายโธมัส โดนาฮิว ประธานของกลุ่มนักธุรกิจเอเปคสหรัฐ กล่าวกับนายกรัฐมนตรีว่า ปีนี้เป็นปีที่ไทยและสหรัฐฉลองความสัมพันธ์ระหว่างกัน 180 ปี ดังนั้นเมื่อทราบว่าไทย จะมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ บริษัทในสหรัฐ จึงสนใจจะมีส่วนร่วมในโครงการลงทุนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ยินดีต้อนรับภาคเอกชนสหรัฐ เข้ามาร่วมลงทุนในบางโครงการ ในลักษณะของการเป็นพันธมิตรระหว่างรัฐและเอกชน และย้ำว่าการลงทุนครั้งนี้ ไทยจะรักษาวินัยการเงินการคลังให้หนี้สาธารณะไม่เกินร้อยละ 50 ของจีดีพี รวมทั้งมั่นใจว่าเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอาเซียนได้อย่างสะดวก
นักธุรกิจสหรัฐได้สอบถามนโยบายของรัฐบาลไทย ว่าให้ความสำคัญกับการเปิดเสรีการค้าอย่างไร ซึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าไทยพร้อมในการเจรจาเปิดเสรีการค้าในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นแบบทวิภาคี พหุภาคี รวมถึงการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคฟื้นแปซิฟิก หรือ TPP ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบถามความเห็นจากทุกภาคส่วน
ขณะเดียวกันไทยยังคงให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อจะได้ผลิตบุคลากรตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน โดยได้ร่วมมือกับทาง กสทช. เพื่อพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมให้ทั่วถึง เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการเรียนรู้และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอีกด้วย
ประธานกลุ่มนักธุรกิจเอเปคสหรัฐ กล่าวในตอนท้ายของการหารือว่า ยินดีที่ได้พบหารือกับนายกรัฐมนตรี เพราะได้รับฟังแนวทางในการพัฒนาประเทศไทย โดยนักธุรกิจสหรัฐจำนวนมาก มีความมุ่งมั่นในการลงทุนต่อเนื่องในประเทศไทย และจะดียิ่งขึ้น ถ้านายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปพบปะกับนักธุรกิจในสหรัฐอเมริกาด้วยตนเอง เพื่อสรุปภาพรวมเศรษฐกิจ รวมถึงลู่ทางการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีรับปากว่าจะหาโอกาสไปเยือนสหรัฐอเมริกาพร้อมร่วมหารือกับนักธุรกิจในโอกาสต่อไป
by Watsana
7 ตุลาคม 2556 เวลา 13:04 น.