รถจักรยานยนต์เทพของผม Suzuki Hayate Fi ใช้มาเกือบๆ 40,000 กม. แล้วครับ...ปลายเดือนนี้คงครบพอดี
ที่ผ่านมาผมก็ตอบแทนความซื่อสัตย์ของมันด้วยการพาเข้าศูนย์เช็คตามระยะตลอด พอพ้นประกันปุ๊บพยายามทำเองในเรื่องง่ายๆ ไม่อยากพึ่งศูนย์มาก...เพราะร้อนวิชา
เปิดคู่มือทำเองเลย พวกเปลี่ยน นมค. กรองอากาศ เซอร์วิสเล็กๆน้อยๆ
เดือนนี้ฝนตกหนัก...แต่เมื่อเดือนก่อนพารถลุยน้ำท่วมถนนเพชรบุรีแบบไม่ตั้งใจ
คือยิ่งขี่ไปก็ยิ่งลึก ตั้งแต่อโศกยันคลองตัน น้ำบางช่วงท่วมมิดที่วางเท้า ถ้าเจอรถใหญ่ซัด ก็ไม่ต้องพูดถึง เซไปเซมา เหอๆๆๆๆ
อาการตอนนั้น คือ สายพานฟรี (เป็นอยู่แปบเดียว) คือ แปลว่าน้ำเข้าพัดลมข้างขวาแน่ๆ
สักพักวันรุ่งขึ้นก็สตาร์ทยากขึ้น ใช้ความเร็วออกตัวถึง 20 กม./ชม. แล้วรถสั่นเป็นเจ้าเข้า
จึงเปลี่ยนนมค. หัวเทียนกับนม.เฟืองท้ายใหม่ เพราะเข้าระยะ 36,000 กม. พอดี
ตอนนั้น สังเกตุว่า...
- นม.เฟืองท้ายใสเหมือนมีน้ำเจือปนครับ
- ส่วน นมค. ก็ปกติ ไม่มีน้ำเจือปน...ข้นคลั่กปนฝุ่นตะกอนเหมือนเดิม
- เปิดฝาครอบกรองอากาศมา เปลี่ยนอันใหม่เลยครับ...ไอหย๋า...ตรงฝาครอบด้านในมีไอน้ำเกาะเต็มครับ Drain plug นี่จับเป็นโคลนเลย แปลว่าน้ำเข้าแน่นอน ผมแก้ไขโดยการใช้ผ้าซับและเอาซองดูดความชื้นวางไว้สักพัก พอแห้งก็ใส่เข้าไปใหม่
- ฟองน้ำตรงฝาครอบคลัตช์เป่าออกตามปกติ หัวเทียนก็เปลี่ยนตามปกติ สองส่วนนี้ไม่มีอะไร
ขอเข้าสู่คำถามนะครับ...
1. จากเดือนนั้นถึงเดือนนี้ก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงครับ
เดิมทีสตาร์ทครั้งแรกตอนเช้าติดยาก ต้องกด 3-4 ครั้งกว่าจะติด หลังๆมานี่ดีหน่อยบางทีกดทีเดียวติด เวลาอื่นตอนเครื่องร้อนแล้วไม่เป็น ปกติทุกอย่าง
ย่านความเร็วต่ำ ยังสั่นเหมือนเดิม แต่น้อยลง สายพานไม่ฟรีแล้ว
ทุกอย่างทุเลาลง แต่ที่เพิ่มขึ้น คือ เสียงจากลูกสูบครับ ดัง "บ็อกๆๆๆๆป็อกๆๆๆๆ"
เสียงแบบนี้ แปลว่าอะไรครับ? ถึงคราวต้องคว้านสูบแล้วใช่ไหม?
2. อาการสั่นที่ย่านความเร็วต่ำเกิดจากอะไรครับ? แต่ถ้าบิดพ้น 40 กม./ชม. ไปแล้ว อาการจะหายไปครับ รถยังทำความเร็วได้ดีเหมือนเดิม 110-120 กม./ชม. แบบเดิมๆ ไม่ได้ทำอะไร อ้อ...รถยังไม่มีควันออกมานะครับ แหวนคงปกติดีอยู่
3. รถลุยน้ำมาตลอด...สังเกตุเห็นโบลต์บางตัวสนิมเอาไปกินแล้ว ผมจึงแก้ไขด้วยการเอาน้ำส้มสายชูกับผงซักฟอกขัดสนิมออก อันไหนหนักๆหน่อยจับแช่...ก็ได้ผลดีครับ...คราบออกเกือบทั้งหมด ตอนใส่กลับ...จึงลองเปรียบเทียบดูโดยชะการชะโลมโบลต์ด้วยจารบีอุตฯ / จารบีขาว / น้ำมันไล่ความชื้น (อัดยัดเข้าไปในช่อง) พบว่าจารบีอุตฯปกป้องได้ดีกว่าที่คิด (น้ำมันก็ดี แต่เปลือง) อันนี้เหมือนบ่นให้ฟัง แต่ถามว่าทำแบบนี้จะมีผลเสียอะไรไหม? มีวิธีการอะไรบ้างที่จะปกป้องโบลต์จากสนิมได้ดีกว่านี้ เพราะจากเท่าที่สังเกตุโบลต์บางตัวมีคราบขาวๆแล้ว ถ้าว่างๆจะพยายามไล่ล้างขัดสนิมให้หมด
4. เกลียดสนิมและความชื้นมาก มีน้ำยาหรือผลิตภัณฑ์อะไรสามารถนำมาใช้ป้องกะนให้กับรถจักรยานยนต์ได้ไหมครับ อาทิ undercoat / rust remover ฯลฯ (ไม่เอาสูตรประเภทเป็ดโปรนะครับ เห็นรถเพื่อนท่อด่างแล้วเหวอเลย)
ขอบคุณครับ...ผมพยายามซ่อมรถเอง ชี้แนะผมด้วยครับ
ปล.ไอ้เสียงป็อกๆเนี่ย...เดี๋ยวผมอัพโหลดวีดีโอให้ฟังครับ ข้องใจมาก
เมื่อรถมีเสียง "บ๊อกๆๆป๊อกๆๆ" ดังมาจากกระบอกสูบ...หลังจากน้ำท่วม
ที่ผ่านมาผมก็ตอบแทนความซื่อสัตย์ของมันด้วยการพาเข้าศูนย์เช็คตามระยะตลอด พอพ้นประกันปุ๊บพยายามทำเองในเรื่องง่ายๆ ไม่อยากพึ่งศูนย์มาก...เพราะร้อนวิชา
เปิดคู่มือทำเองเลย พวกเปลี่ยน นมค. กรองอากาศ เซอร์วิสเล็กๆน้อยๆ
เดือนนี้ฝนตกหนัก...แต่เมื่อเดือนก่อนพารถลุยน้ำท่วมถนนเพชรบุรีแบบไม่ตั้งใจ
คือยิ่งขี่ไปก็ยิ่งลึก ตั้งแต่อโศกยันคลองตัน น้ำบางช่วงท่วมมิดที่วางเท้า ถ้าเจอรถใหญ่ซัด ก็ไม่ต้องพูดถึง เซไปเซมา เหอๆๆๆๆ
อาการตอนนั้น คือ สายพานฟรี (เป็นอยู่แปบเดียว) คือ แปลว่าน้ำเข้าพัดลมข้างขวาแน่ๆ
สักพักวันรุ่งขึ้นก็สตาร์ทยากขึ้น ใช้ความเร็วออกตัวถึง 20 กม./ชม. แล้วรถสั่นเป็นเจ้าเข้า
จึงเปลี่ยนนมค. หัวเทียนกับนม.เฟืองท้ายใหม่ เพราะเข้าระยะ 36,000 กม. พอดี
ตอนนั้น สังเกตุว่า...
- นม.เฟืองท้ายใสเหมือนมีน้ำเจือปนครับ
- ส่วน นมค. ก็ปกติ ไม่มีน้ำเจือปน...ข้นคลั่กปนฝุ่นตะกอนเหมือนเดิม
- เปิดฝาครอบกรองอากาศมา เปลี่ยนอันใหม่เลยครับ...ไอหย๋า...ตรงฝาครอบด้านในมีไอน้ำเกาะเต็มครับ Drain plug นี่จับเป็นโคลนเลย แปลว่าน้ำเข้าแน่นอน ผมแก้ไขโดยการใช้ผ้าซับและเอาซองดูดความชื้นวางไว้สักพัก พอแห้งก็ใส่เข้าไปใหม่
- ฟองน้ำตรงฝาครอบคลัตช์เป่าออกตามปกติ หัวเทียนก็เปลี่ยนตามปกติ สองส่วนนี้ไม่มีอะไร
ขอเข้าสู่คำถามนะครับ...
1. จากเดือนนั้นถึงเดือนนี้ก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงครับ
เดิมทีสตาร์ทครั้งแรกตอนเช้าติดยาก ต้องกด 3-4 ครั้งกว่าจะติด หลังๆมานี่ดีหน่อยบางทีกดทีเดียวติด เวลาอื่นตอนเครื่องร้อนแล้วไม่เป็น ปกติทุกอย่าง
ย่านความเร็วต่ำ ยังสั่นเหมือนเดิม แต่น้อยลง สายพานไม่ฟรีแล้ว
ทุกอย่างทุเลาลง แต่ที่เพิ่มขึ้น คือ เสียงจากลูกสูบครับ ดัง "บ็อกๆๆๆๆป็อกๆๆๆๆ"
เสียงแบบนี้ แปลว่าอะไรครับ? ถึงคราวต้องคว้านสูบแล้วใช่ไหม?
2. อาการสั่นที่ย่านความเร็วต่ำเกิดจากอะไรครับ? แต่ถ้าบิดพ้น 40 กม./ชม. ไปแล้ว อาการจะหายไปครับ รถยังทำความเร็วได้ดีเหมือนเดิม 110-120 กม./ชม. แบบเดิมๆ ไม่ได้ทำอะไร อ้อ...รถยังไม่มีควันออกมานะครับ แหวนคงปกติดีอยู่
3. รถลุยน้ำมาตลอด...สังเกตุเห็นโบลต์บางตัวสนิมเอาไปกินแล้ว ผมจึงแก้ไขด้วยการเอาน้ำส้มสายชูกับผงซักฟอกขัดสนิมออก อันไหนหนักๆหน่อยจับแช่...ก็ได้ผลดีครับ...คราบออกเกือบทั้งหมด ตอนใส่กลับ...จึงลองเปรียบเทียบดูโดยชะการชะโลมโบลต์ด้วยจารบีอุตฯ / จารบีขาว / น้ำมันไล่ความชื้น (อัดยัดเข้าไปในช่อง) พบว่าจารบีอุตฯปกป้องได้ดีกว่าที่คิด (น้ำมันก็ดี แต่เปลือง) อันนี้เหมือนบ่นให้ฟัง แต่ถามว่าทำแบบนี้จะมีผลเสียอะไรไหม? มีวิธีการอะไรบ้างที่จะปกป้องโบลต์จากสนิมได้ดีกว่านี้ เพราะจากเท่าที่สังเกตุโบลต์บางตัวมีคราบขาวๆแล้ว ถ้าว่างๆจะพยายามไล่ล้างขัดสนิมให้หมด
4. เกลียดสนิมและความชื้นมาก มีน้ำยาหรือผลิตภัณฑ์อะไรสามารถนำมาใช้ป้องกะนให้กับรถจักรยานยนต์ได้ไหมครับ อาทิ undercoat / rust remover ฯลฯ (ไม่เอาสูตรประเภทเป็ดโปรนะครับ เห็นรถเพื่อนท่อด่างแล้วเหวอเลย)
ขอบคุณครับ...ผมพยายามซ่อมรถเอง ชี้แนะผมด้วยครับ
ปล.ไอ้เสียงป็อกๆเนี่ย...เดี๋ยวผมอัพโหลดวีดีโอให้ฟังครับ ข้องใจมาก