วิญญูชน ผู้จะตามรักษาไว้ซึ่งความจริง อย่าพึงถึงซึ่งการสันนิษฐานโดยส่วนเดียวว่า “อย่างนี้เท่านั้นจริง, อย่างอื่นเปล่า”
(ตามธรรมชาติมนุษย์แต่ละคนมีสิ่งที่เขาเรียกว่าความจริง ที่เขาถือเป็นหลักประจำตัวของเขาอยู่ด้วยกันทั้งนั้น แล้วแต่ว่าเขาได้ทำให้มันเกิดขึ้นในใจของเขาอย่างไร ซึ่งยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้. แต่ว่าความจริงชนิดนี้ยังไม่ใช่ความจริงที่เด็ดขาด ยังไม่สูงสุด ยังใช้เป็นประโยชน์ในขั้นสูงสุดไม่ได้. ดังนั้นความจริงนั้น จะต้องถูกปรับปรุงให้ชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่งขึ้นไปจนกว่าจะกลายเป็นความจริงที่ใช้ให้สำเร็จประโยชน์ได้จริง โดยวิธีที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้อย่างน่าอัศจรรย์; กล่าวคือไม่ยึดมั่นถือมั่นความจริงในอันดับแรกนั้น แต่หล่อเลี้ยงมันไว้ในลักษณะ ที่มันจะพิสูจน์ความเป็นของจริงออกมาในตัวการปฏิบัตินั้นเอง.
ในพระพุทธภาษิตที่ทรงแนะนำไว้อย่างยืดยาวนี้ จำเป็นที่จะต้องแบ่งออกเป็น ๔ ตอน คือ
ลักษณะของความจริง ที่ชาวโลกจะได้มาตามธรรมชาติ ซึ่งยังไม่เป็นความจริงแท้ ยังจะต้องเปลี่ยนไปตามเหตุตามปัจจัย นี้ตอนหนึ่ง,
การหล่อเลี้ยงความจริงอันนั้นไว้ ให้มีโอกาสพิสูจน์ความจริงที่ยิ่งขึ้นไป นี้ตอนหนึ่ง,
การแสวงหาความจริง จากบุคคลที่กำลังปฏิบัติความจริงที่ตนประสงค์จะรู้ให้แน่ชัด นี้ตอนหนึ่ง
เมื่อได้ความแน่ชัดมาแล้ว
ตนเองที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อันนั้น จนพบความจริงนั้นด้วยตนเองโดยประจักษ์ ไม่ต้องคาดคะเน ไม่ต้องคำนวณ ไม่ต้องเชื่อตามผู้อื่นอีกต่อไป นับว่าเป็นการเข้าถึงหัวใจแห่งความจริงในกรณีนั้น เป็นตอนสุดท้าย.
ต่อไปนี้เป็นพระพุทธภาษิตที่ตรัสปรารภ ความจริงที่เป็นไปตามภาษาชาวโลก ตามธรรมชาติ )
โดยท่านพุทธทาส จากหนังสือ อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาคต้น หน้า ๘๓
http://www.pobbuddha.com/tripitaka/upload/files/963/index.html
=================================================
(ก.ความจริงตามแบบของชาวโลกตามธรรมชาติ)
ภารท๎วาชะ !
เมื่อก่อนท่านได้ถึงความเชื่อ (อย่างใดอย่างหนึ่งลงไปแล้ว)
มาบัดนี้ท่านกล่าวมันว่า (เป็นเพียง) สิ่งที่ได้ยินได้ฟังมา.
ภารท๎วาชะ ! สิ่งทั้งห้านี้ อย่างที่เราเห็น ๆ กันอยู่ในบัดนี้ เป็นสิ่งที่มีผลเป็น ๒ ฝ่าย. สิ่งทั้ง ห้านั้น คืออะไรเล่า ? คือ
ความเชื่อ (ว่าจริง),
ความชอบใจ (ว่าจริง),
เรื่องที่ ฟังตาม ๆ กันมา (ว่าจริง),
ความตริตรึกไปตามเหตุผลที่แวดล้อม (ว่าจริง),
และ ข้อยุตติที่ทนได้ต่อการเพ่งพินิจด้วยความเห็นของเขา (ว่าจริง), ดังนี้.
นี่แหละ คือสิ่งทั้งห้าที่เราเห็น ๆ กันอยู่ในบัดนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีผลเป็น ๒ ฝ่าย.
ภารท๎วาชะ !
สิ่งที่เชื่อ กันแล้วเป็นอย่างดีนั่นแหละ ก็มีอยู่,
แต่ว่าสิ่งนั้นเป็นของเปล่า เป็นของไม่จริง เป็นของเท็จ อยู่ก็มี ;
แม้ สิ่งที่ไม่เชื่อกันแล้วเป็นอย่างดี ก็มีอยู่,
แต่ว่า สิ่งนั้นกลับเป็นของจริง ของแท้ ของไม่ผิดเป็นอย่างอื่น อยู่ก็มี.
ภารท๎วาชะ !
สิ่งที่ชอบใจ กันแล้วเป็นอย่างดีนั่นแหละ ก็มีอยู่,
แต่ว่าสิ่งนั้นเป็นของเปล่า เป็นของไม่จริง เป็นของเท็จ อยู่ก็มี ;
แม้ สิ่งที่ไม่ชอบใจ กันแล้วเป็นอย่างดี ก็มีอยู่,
แต่ว่าสิ่งนั้นกลับเป็นของจริง ของแท้ ของไม่ผิดเป็นอย่างอื่น อยู่ก็มี.
ภารท์วาชะ !
สิ่งที่ได้ฟังตามกันมา แล้วเป็นอย่างดีนั่นแหละ ก็มีอยู่,
แต่ว่าสิ่งนั้นเป็นของเปล่าเป็นของไม่จริง เป็นของเท็จ อยู่ก็มี ;
แม้ สิ่งที่ไม่ได้ฟังตามกันมา แล้วเป็นอย่างดี ก็มีอยู่,
แต่ว่าสิ่งนั้นกลับเป็นของจริง ของแท้ ของไม่ผิดเป็นอย่างอื่น อยู่ก็มี.
ภารท๎วาชะ !
สิ่งที่ได้ตริตรึก กันมาแล้วเป็นอย่างดีนั่นแหละ ก็มีอยู่,
แต่ว่าสิ่งนั้นกลับเป็นของเปล่า เป็นของไม่จริง เป็นของเท็จ อยู่ก็มี ;
แม้ สิ่งที่ไม่ได้ตริตรึก กันมาแล้วเป็นอย่างดี ก็มีอยู่,
แต่ว่าสิ่งนั้นกลับเป็นของจริง ของแท้ของไม่ผิดเป็นอย่างอื่น อยู่ก็มี.
ภารท๎วาชะ !
สิ่งที่ได้เพ่งพินิจ กันมาแล้วเป็นอย่างดีนั่นแหละ ก็มีอยู่,
แต่ว่าสิ่งนั้นกลับเป็นของเปล่า เป็นของไม่จริง เป็นของเท็จ อยู่ก็มี ;
แม้ สิ่งที่ไม่ได้เพ่งพินิจ กันมาแล้วเป็นอย่างดี ก็มีอยู่,
แต่ว่าสิ่งนั้นกลับเป็นของจริง ของแท้ ของไม่ผิดเป็นอย่างอื่น อยู่ก็มี.
ภารท๎วาชะ !
วิญญูชน ผู้จะตามรักษาไว้ซึ่งความจริง อย่าพึงถึงซึ่งการสันนิษฐานโดยส่วนเดียวว่า “อย่างนี้เท่านั้นจริง, อย่างอื่นเปล่า” ดังนี้.
ม. ม. ๑๓/๖๐๑-๖๐๕/๖๕๕-๖๕๗.
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาคต้น หน้า ๘๓
http://www.pobbuddha.com/tripitaka/upload/files/964/index.html
(ข.วิธีการตามรักษาไว้ซึ่งความจริง)
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาคต้น หน้า ๘๕
http://www.pobbuddha.com/tripitaka/upload/files/966/index.html
(ค. ลำดับแห่งความเป็นไป เพื่อจะได้รู้ซึ่งความเป็นจริง)
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาคปลาย หน้า ๘๗
http://www.pobbuddha.com/tripitaka/upload/files/968/index.html
(ง. การตามบรรลุถึงซึ่งความจริง)
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาคปลาย หน้า ๘๙
http://www.pobbuddha.com/tripitaka/upload/files/969/index.html
(จ. ธรรมเป็นอุปการะมากแก่การตามบรรลุถึงซึ่งความจริง)
ม. ม. ๑๓/๖๐๑-๖๐๘/๖๕๕-๖๕๙.
อริยสัจจากพระโอษฐ์ภาคต้นหน้า ๙๐
http://www.pobbuddha.com/tripitaka/upload/files/970/index.html
วิญญูชน ผู้จะตามรักษาไว้ซึ่งความจริง อย่าพึงถึงซึ่งการสันนิษฐานโดยส่วนเดียวว่า “อย่างนี้เท่านั้นจริง, อย่างอื่นเปล่า”
(ตามธรรมชาติมนุษย์แต่ละคนมีสิ่งที่เขาเรียกว่าความจริง ที่เขาถือเป็นหลักประจำตัวของเขาอยู่ด้วยกันทั้งนั้น แล้วแต่ว่าเขาได้ทำให้มันเกิดขึ้นในใจของเขาอย่างไร ซึ่งยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้. แต่ว่าความจริงชนิดนี้ยังไม่ใช่ความจริงที่เด็ดขาด ยังไม่สูงสุด ยังใช้เป็นประโยชน์ในขั้นสูงสุดไม่ได้. ดังนั้นความจริงนั้น จะต้องถูกปรับปรุงให้ชัดเจนแจ่มแจ้งยิ่งขึ้นไปจนกว่าจะกลายเป็นความจริงที่ใช้ให้สำเร็จประโยชน์ได้จริง โดยวิธีที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้อย่างน่าอัศจรรย์; กล่าวคือไม่ยึดมั่นถือมั่นความจริงในอันดับแรกนั้น แต่หล่อเลี้ยงมันไว้ในลักษณะ ที่มันจะพิสูจน์ความเป็นของจริงออกมาในตัวการปฏิบัตินั้นเอง.
ในพระพุทธภาษิตที่ทรงแนะนำไว้อย่างยืดยาวนี้ จำเป็นที่จะต้องแบ่งออกเป็น ๔ ตอน คือ
ลักษณะของความจริง ที่ชาวโลกจะได้มาตามธรรมชาติ ซึ่งยังไม่เป็นความจริงแท้ ยังจะต้องเปลี่ยนไปตามเหตุตามปัจจัย นี้ตอนหนึ่ง,
การหล่อเลี้ยงความจริงอันนั้นไว้ ให้มีโอกาสพิสูจน์ความจริงที่ยิ่งขึ้นไป นี้ตอนหนึ่ง,
การแสวงหาความจริง จากบุคคลที่กำลังปฏิบัติความจริงที่ตนประสงค์จะรู้ให้แน่ชัด นี้ตอนหนึ่ง
เมื่อได้ความแน่ชัดมาแล้ว ตนเองที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อันนั้น จนพบความจริงนั้นด้วยตนเองโดยประจักษ์ ไม่ต้องคาดคะเน ไม่ต้องคำนวณ ไม่ต้องเชื่อตามผู้อื่นอีกต่อไป นับว่าเป็นการเข้าถึงหัวใจแห่งความจริงในกรณีนั้น เป็นตอนสุดท้าย.
ต่อไปนี้เป็นพระพุทธภาษิตที่ตรัสปรารภ ความจริงที่เป็นไปตามภาษาชาวโลก ตามธรรมชาติ )
โดยท่านพุทธทาส จากหนังสือ อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาคต้น หน้า ๘๓
http://www.pobbuddha.com/tripitaka/upload/files/963/index.html
=================================================
(ก.ความจริงตามแบบของชาวโลกตามธรรมชาติ)
ภารท๎วาชะ !
เมื่อก่อนท่านได้ถึงความเชื่อ (อย่างใดอย่างหนึ่งลงไปแล้ว)
มาบัดนี้ท่านกล่าวมันว่า (เป็นเพียง) สิ่งที่ได้ยินได้ฟังมา.
ภารท๎วาชะ ! สิ่งทั้งห้านี้ อย่างที่เราเห็น ๆ กันอยู่ในบัดนี้ เป็นสิ่งที่มีผลเป็น ๒ ฝ่าย. สิ่งทั้ง ห้านั้น คืออะไรเล่า ? คือ
ความเชื่อ (ว่าจริง),
ความชอบใจ (ว่าจริง),
เรื่องที่ ฟังตาม ๆ กันมา (ว่าจริง),
ความตริตรึกไปตามเหตุผลที่แวดล้อม (ว่าจริง),
และ ข้อยุตติที่ทนได้ต่อการเพ่งพินิจด้วยความเห็นของเขา (ว่าจริง), ดังนี้.
นี่แหละ คือสิ่งทั้งห้าที่เราเห็น ๆ กันอยู่ในบัดนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีผลเป็น ๒ ฝ่าย.
ภารท๎วาชะ !
สิ่งที่เชื่อ กันแล้วเป็นอย่างดีนั่นแหละ ก็มีอยู่, แต่ว่าสิ่งนั้นเป็นของเปล่า เป็นของไม่จริง เป็นของเท็จ อยู่ก็มี ;
แม้ สิ่งที่ไม่เชื่อกันแล้วเป็นอย่างดี ก็มีอยู่, แต่ว่า สิ่งนั้นกลับเป็นของจริง ของแท้ ของไม่ผิดเป็นอย่างอื่น อยู่ก็มี.
ภารท๎วาชะ !
สิ่งที่ชอบใจ กันแล้วเป็นอย่างดีนั่นแหละ ก็มีอยู่, แต่ว่าสิ่งนั้นเป็นของเปล่า เป็นของไม่จริง เป็นของเท็จ อยู่ก็มี ;
แม้ สิ่งที่ไม่ชอบใจ กันแล้วเป็นอย่างดี ก็มีอยู่, แต่ว่าสิ่งนั้นกลับเป็นของจริง ของแท้ ของไม่ผิดเป็นอย่างอื่น อยู่ก็มี.
ภารท์วาชะ !
สิ่งที่ได้ฟังตามกันมา แล้วเป็นอย่างดีนั่นแหละ ก็มีอยู่, แต่ว่าสิ่งนั้นเป็นของเปล่าเป็นของไม่จริง เป็นของเท็จ อยู่ก็มี ;
แม้ สิ่งที่ไม่ได้ฟังตามกันมา แล้วเป็นอย่างดี ก็มีอยู่, แต่ว่าสิ่งนั้นกลับเป็นของจริง ของแท้ ของไม่ผิดเป็นอย่างอื่น อยู่ก็มี.
ภารท๎วาชะ !
สิ่งที่ได้ตริตรึก กันมาแล้วเป็นอย่างดีนั่นแหละ ก็มีอยู่, แต่ว่าสิ่งนั้นกลับเป็นของเปล่า เป็นของไม่จริง เป็นของเท็จ อยู่ก็มี ;
แม้ สิ่งที่ไม่ได้ตริตรึก กันมาแล้วเป็นอย่างดี ก็มีอยู่, แต่ว่าสิ่งนั้นกลับเป็นของจริง ของแท้ของไม่ผิดเป็นอย่างอื่น อยู่ก็มี.
ภารท๎วาชะ !
สิ่งที่ได้เพ่งพินิจ กันมาแล้วเป็นอย่างดีนั่นแหละ ก็มีอยู่, แต่ว่าสิ่งนั้นกลับเป็นของเปล่า เป็นของไม่จริง เป็นของเท็จ อยู่ก็มี ;
แม้ สิ่งที่ไม่ได้เพ่งพินิจ กันมาแล้วเป็นอย่างดี ก็มีอยู่, แต่ว่าสิ่งนั้นกลับเป็นของจริง ของแท้ ของไม่ผิดเป็นอย่างอื่น อยู่ก็มี.
ภารท๎วาชะ !
วิญญูชน ผู้จะตามรักษาไว้ซึ่งความจริง อย่าพึงถึงซึ่งการสันนิษฐานโดยส่วนเดียวว่า “อย่างนี้เท่านั้นจริง, อย่างอื่นเปล่า” ดังนี้.
ม. ม. ๑๓/๖๐๑-๖๐๕/๖๕๕-๖๕๗.
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาคต้น หน้า ๘๓
http://www.pobbuddha.com/tripitaka/upload/files/964/index.html
(ข.วิธีการตามรักษาไว้ซึ่งความจริง)
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาคต้น หน้า ๘๕
http://www.pobbuddha.com/tripitaka/upload/files/966/index.html
(ค. ลำดับแห่งความเป็นไป เพื่อจะได้รู้ซึ่งความเป็นจริง)
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาคปลาย หน้า ๘๗
http://www.pobbuddha.com/tripitaka/upload/files/968/index.html
(ง. การตามบรรลุถึงซึ่งความจริง)
อริยสัจจากพระโอษฐ์ ภาคปลาย หน้า ๘๙
http://www.pobbuddha.com/tripitaka/upload/files/969/index.html
(จ. ธรรมเป็นอุปการะมากแก่การตามบรรลุถึงซึ่งความจริง)
ม. ม. ๑๓/๖๐๑-๖๐๘/๖๕๕-๖๕๙.
อริยสัจจากพระโอษฐ์ภาคต้นหน้า ๙๐
http://www.pobbuddha.com/tripitaka/upload/files/970/index.html