(ขอคำแนะนำ)พ่อแม่ใครอายุ 60+ บ้างครับ ตอนนี้พ่อแม่ ผมทะเลาะกันครับ

ครอบครัวผมมี 6 คน
พ่อ แม่ พี่ชายคนโต พี่สาว ฝาแฝดผม และตัวผม

ก่อนหน้านี้ที่บ้านมีปัญหา พ่อกับพี่ชายคนโตจึงไปอยู่ ตจว. เป็นบ้านของน้องสาวพ่อ
ส่วนที่ กทม. แม่ พี่สาว และพี่ชายฝาแฝดผมเรามาหาบ้านพยายามหาบ้านเช่าอยู่ด้วยกัน เราก็ย้ายไปมาเรื่อย บ้านหลังไหนจะขายเราก็ย้าย พยายามเลือกบ้านที่ผ่อน/เดือนน้อยที่สุด

ก็ตั้งแต่ผมเรียนปี 2 จนผมจบและเริ่มทำงาน จึงได้ชวนพ่อที่อยู่บ้านที่ ตจว. มาอยู่ด้วย พ่อกับแม่ก็อยู่ห่างกันมา ประมาณ 2-3 ปี

แม่เป็นคนขยันมากๆ ขี้บ่น ใจร้อน แต่มีน้ำใจ และรักสัตว์มากๆ บ้านผมเลี้ยงสุนัข 1 ตัว และแมวจรจัดร่วม 7-8 ตัว
ช่วงนี้ก็จะมีไปช่วยงานทำตุ๊กตากับเพื่อนของผมตอนมัธยมบ้าง ด้วยหลายๆอย่างพวกผมช่วงเรียนและทำงานไปด้วย ทำให้ที่บ้านแม่ค่อนข้างดูแลเกือบทั้งหมด แต่เรื่องซักผ้า กวาด ถูบ้าน เราจะแบ่งหน้าที่กันในบ้านกัน

พ่อเป็นคนที่ดูเฉื่อยชา ผิดอะไรพ่อจะชอบยิ้มไว้ก่อน พ่อจะเป็นคนคิดไม่เหมือนคนอื่นเท่าไร เราบอกนี้ไม่ดีท่านจะไม่สนท่านก็จะทำ พ่ออยู่ที่นู่นก็ทำงาน แต่ทำกับน้องสาวของพ่อ ก็จะส่งเงินมาให้ตลอด

หลังจากไม่ได้อยู่ด้วยกันมานาน 2-3 ปี ก็ได้มาอยู่ด้วยกัน ตอนนี้พวกเรามีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว พี่ๆและผมทำงานกันหมด

ทำให้พวกผมไม่ค่อยได้อยู่บ้านกัน จะกลับมาทีก็เย็นๆค่ำๆแล้ว
พ่อกับแม่ซึ่งตอนนี้ไม่ได้ทำงานแล้ว  ก็อยู่บ้านกัน

ปัญหาจึงเริ่มขึ้น

ด้วยที่แม่ทำงานมาตลอดเป็นคนไม่อยู่เฉย ทักหาอะไรทำตลอด และพ่อเป็นคนเฉื่อยๆ ไม่ค่อยแคร์คนเท่าไร
พ่อผมอายุ 62 ปี ส่วนแม่อายุ 53 ปี แม่จึงดูกระฉับกระเฉง และนิสัยที่ต่างกันด้วย จึงทำให้ทะเลาะกันบ่อยขึ้นๆ

พ่อจะเป็นคนนอนไว ตื่นเช้า และจะมาเปิดทีวีดูในตอน 6 โมงซึ่งผิดกับแม่ที่นอนดึก และอยากตื่นสาย  ซึ่งมันเป็นเวลาที่แม่ยังไม่พร้อมตื่น
ทำให้แม่ไม่พอใจ พ่อจะนั่งดูทีวีเกือบทั้งวัน และทุกวัน จะมีก็วันอาทิตย์ที่ท่านจะออกไปโบสถ์ ในวันปกติแม่จะหาอะไรทำ ตลอดในบ้าน ทำให้ท่านไม่พอใจในสิ่งที่พ่อทำมากขึ้น มากขึ้น

เนื่องด้วยที่บ้านผมเลี้ยงสุนัข และแมวจรจัดทำให้แม่ค่อนข้างรักและห่วงมาก
แต่พ่อไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อน เวลาแม่ไม่อยู่ไม่สะดวก ก็อยากให้พ่อช่วยเรื่องนี้ พ่อเหมือนสติท่านไม่ค่อยนิ่ง เวลาใครพูดอะไรท่านจะไม่ค่อยได้ยิน จึงทำให้พ่อโดนว่าบ่อยๆ

พ่อจะเป็นคนอะไรง่ายๆมาก และชอบพูดอะไรแบบง่ายๆ(แบบฟังแล้วไม่สบอารมณ์)จึงทำให้แม่ไม่พอใจมากขึ้นไปอีก

และมาช่วงนี้แม่ช่วยแมวจรจัดไว้ตัวนึง ขามันเจ็บ แม่จึงจับเข้ากรง และก็ให้อาหาร ก็จะใช้เวลาอยู่ในกรงจนกว่ามันจะหาย
พ่อเองก็รู้เรื่องนี้ว่ามันขาเจ็บ

ผ่านมา 2-3 วันพอมาวันนี้ แม่ไปช่วยงานที้บ้านเพื่อน วันนี้แม่กลับมาก็พบว่าแมวไม่อยู่ในกรง จึงได้ถามพ่อ พ่อลบอกว่าพ่อปล่อยมัน เพราะเห็นว่ามันอยู่แต่ในกรง สงสารมัน แม่ฟังแบบนั้นแม่จึงไปหยิบไม้ตียุงมาตัพ่อ และบอกให้พ่อไปหาแมวให้เจอ ไม่งั้นไม่ให้เข้าบ้าน

พอดีตอนนั้นผมกลับมาพอดีจึงไปไกล่เกลี่ยได้ทัน ก็ช่วยพ่อหา ก็ไม่เจอ จนมืดมากก็เข้าบ้านก็ให้แยกกันก่อน
แม่ก็ระบายมาหมดเลยว่าเขาไม่ไหวนะ ที่พ่อทำแบบนี้อยู่เรื่อยๆ  แม่ก็พยายามปรับหาเขา แต่พ่อไม่ค่อยแคร์ ไม่เคยปรับเท่าไร
ผมฟังไปน้ำตาก็ไหลไป ไม่เคยคิดเลยว่าแม่จะโกรธพ่อขนาดนี้

ก็เลยบอกให้แม่ใจเย็นๆเดี๋ยวช่วยหา ก็ปรีตัวมาหาพ่อ ก็พูดคุยกันพ่อก็รู้สึกผิด แต่เขาก็มีเหตุผลอะไรของเขาไม่รู้ ที่ผมฟังก็รู้สึกแปลกๆ แต่ก็พยายามเข้าใจพ่อ เพราะพ่ออายุก็ 62 แล้ว พ่อก็คงหลงๆ ลืมๆ เหม่อๆ

ก็โชคยังดีที่แมวที่ขาเจ็บไปหลบอยู่ข้างบ้าน ผมก็ปีนข้ามไปบ้านข้างๆ เพื่อจะจับมัน(ไม่มีคนอยู่ครับ แต่เขาเคยบอกว่าเข้าไปได้ครับ) แต่มันหนีไปอยู่ใต้ท้องรถทำให้จับไม่ได้

ก็มาคุยกันว่าค่อยจับตอนมันไม่กลัวเราดีกว่า ตอนนี้มันกลัวเราเพราะเราไปขังมัน

พ่อกับแม่ตอนนี้ทะเลาะกันบ่อยขึ้น ผมไม่แน่ใจว่าคนอายุ 60+ จะเหมือนพ่อผมไหม ผมไม่แน่ใจว่าพ่อป่วยหรือเปล่า มีอาการเป็นอัลไซเมอร์รึเปล่า แต่พ่อก็ยังไปโบสถ์ ใช้ชีวิตประจำวันได้ปกตินะ และก็ยังฟัง และใช้เหตุผลกับผมและที่บ้านได้อยู่ พ่อจะนั่งดูทีวีทั้งวัน ผมไม่รู้ว่าพ่อทำเหมือนเขาอยู่คนเดียวรึเปล่า เพราะชินรึเปล่า

ผมก็สงสารแม่ ผมเองก็ทำงาน คนในบ้านผมก็ทำงานหมด เย็นๆ ค่ำๆถึงจะกลับ มาฟัง มาเจอแบบนี้ก็เครียดขึ้นไปอีก

อยากขอฟังความเห็นเพื่อนๆครับ ว่าคนอายุ 60+ เขาเป็นอย่างไร เราควรหากิจกรรมอะไรให้ทำ หรือเริ่มต้นอย่างไรดีครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่