เรื่องมีอยู่ว่าบริษัทที่ผมทำงานอยู่ต้องการทำผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งเพื่อนำมาใช้บริษัท แต่เนื่องจากสินค้าตัวนี้ ร้านค้าที่ผลิตปริมาณน้อย ๆ ในท้องตลาดหายาก และผมทราบมาว่าญาติผมเขาทำงานคล้าย ๆ กับสินค้าที่บริษัทกำลังต้องการ ดังนั้นผมจึงลองติดต่อไปสอบถามญาติผมดู
ผมจึงลองLINE ถามว่า "มีรู้จักร้านที่ทำสินค้าตัวนี้ได้ไหม ช่วยแนะนำให้หน่อย" ผมต้องขอเกริ่นเบื้องหลังญาติผมคนนี้ว่า เขาเป็นคนค่อนข้างอารมณ์ฉุนเฉียว ผมเคยได้ยินคนรอบตัวมาเล่าให้ฟังว่า บางทีเขาไปอยู่โรงงานก็ด่าว่าคนงานแรง ๆ บ้าง ผมจึงไม่อยากให้เขาทำงานนี้ ผมแค่ขอคำแนะนำร้านค้าที่สามารถทำงานนี้ได้แทน แต่สุดท้ายเขาก็บอกว่า "เขาทำได้ เขาจะทำเอง" และเขายังแนะนำผมอีกว่า เขาจะใช้ชื่อญาติอีกคนมาแทนนะในการดิวงาน เพราะนามสกุลของเขา กับนามสกุลผมเป็นนามสกุลเดียวกัน(เป็นญาติทางพ่อ) เดี๋ยวเจ้านายเห็นเข้าจะหาว่าฮั้วกันกินเงินบริษัท ซึ่งความจริงแล้วผมไม่ได้อะไรเลยแม้แต่สตางค์เดียว ผมแค่แนะนำมาให้ทำงานบริษัทเท่านั้น คิดว่าให้งานจบเสร็จตามใจเจ้านายก็แล้วกัน
ปัญหาเกิด เมื่อเริ่มทำงาน
1. ตัวผมเองทำงานอยู่ในส่วนของการออกแบบกราฟฟิค เมื่อสรุปแบบกับเจ้านายผมเสร็จ ผมทำแบบเพื่อเตรียมนำไปผลิต เมื่อตกลงแบบได้แล้ว ให้นายดู เลือกวัสดุได้ ญาติผมคนนี้ก็ไปทำตัวอย่างขึ้นมาตามที่ตกลงกันไว้เบื้องต้น แต่เนื่องจากว่าเจ้านายผมเป็นคนไม่ค่อยมีหัวทางการออกแบบเท่าไร นึกภาพไม่ค่อยออกจนกว่าจะเห็นของจริง พอญาติผมทำของต้นแบบออกมา นายผมเห็นว่ายังไม่ถูกใจเท่าไร เลยขอปรับเปลี่ยนแบบใหม่ ในระหว่างการประชุมแบบตัวอย่างครั้งแรกนั้น ญาติผมเขาออกเสียงไม่ค่อยดีเท่าไร ประมาณว่าคุยแบบกันแล้วก็ทำแบบมาแล้ว ทำไมยังไม่พอใจอีก การประชุมแบบนั้นจบไป เย็นวันนั้นญาติผมอาศัยที่ผมเป็นญาติกัน ก็โทรมาระบาย ต่อว่าเจ้านายผมว่า มันมีสมองป่าวนี่ ระบายความโมโหให้ผมฟังด้วยอารมณ์ประมาณคนทำงานแล้วโดนเปลี่ยนแแบบ นี่ทำก็ตามแบบแล้วนะ และอีกมากมาย ถึงผมจะไม่ชอบฟัง แต่ก็ได้แต่ฟัง ๆ และบอกเขาว่า นายผมก็เป็นแบบนี้แหละ ผมเจอมาเยอะแล้ว ผมเข้าใจ
2. เมื่อแก้แบบรอบที่สองมาใหม่ ญาติผมคนนี้ก็มีท่าทีเริ่มปิดกั้นผมมากขึ้น ทำน้ำเสียงไม่พอใจบ้างเวลาผมถามรายละเอียด สงสัยกลัวเจ้านายผมเปลี่ยนแปลงแบบ อันนี้ยอมรับว่าเจ้านายผมก็มีส่วนในความไม่ชัดเจนครับ หลาย ๆ ครั้งผมรู้สึกไม่กล้าที่จะโทรไปแจ้งเขาว่าเจ้านายขอเปลี่ยนแบบนะ บางครั้งญาติผมก็จะบอกว่านี่จริง ๆ ก็ไม่อยากทำนะงานนิดเดียว ทำบริษัทอื่นเยอะกว่านี้อีก (ฟังแบบนี้ผมก็ไม่ค่อยชอบเท่าไรแล้ว เหมือนไม่เคารพอาชีพตัวเอง แล้วตอนแรกมาทำทำไมนี่ ผมบอกจำนวนแล้วว่าไม่เยอะ) ผมไม่อยากเจอน้ำเสียงไม่ดีแบบนั้นครับ ผมยังคิดเลยว่าถ้าผมไม่ได้เป็นญาติกับเขา เขาจะทำกับผมแบบนี้หรือเปล่า
3. และมีอีกหลายเหตุการณ์ครับ ที่ผมเป็นคนกลางระหว่างเจ้านายผม กับญาติผมคนนี้ ผมก็ได้แต่อึดอัดใจพูดอะไรก็ไม่ออก พูดก็ไม่ได้ พูดไปฟ้องนายไป ก็เหมือนขุดหลุมฆ่าตัวเอง ผมจึงอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องทำต่อไป งานก็เลิกงานได้ไม่ได้ เพราะเปลี่ยนแบบแล้ว ทำตัวอย่างแล้ว ญาติผมแจ้งว่าเขาไปซื้อของมาแล้ว และจะไม่ทำแล้ว รำคาญมาก เมื่อไรจะจบเสียที ถ้าอยากจบก็จ่ายทั้งหมดมา เป็นไปได้หรอครับที่เจ้านายผมจะจ่าย โดยที่ไม่ได้ของอะไรเลย ได้แค่ตัวอย่างเพียงชิ้นเดียว
จนเหตุการณ์มาถึงวันนึงที่สรุปแบบได้ประมาณนึงแล้ว แต่ว่าเนื่องจากมีการเปลี่ยนแบบ จึงต้องมีค่าใช้จ่าย พอทำแบบใหม่ออกมาโอเคแล้ว แต่ตัวน็อตที่อยู่ในงานมันสูงไป ผมแค่โทรไปว่าอยากจะเปลี่ยนให้มันตัวเล็กลงได้ไหม เป็นประมาณนี้จะได้ดูสวยขึ้น
http://pantip.com/topic/30781690 เขาก็แจ้งผมว่า ไม่ได้ ไม่เปลี่ยนแล้ว
ผมหมดความอดทนเต็มทีแล้ว เลยพยายามไปหาว่าน๊อตนี่หาซื้อได้ที่ไหนบ้าง สุดท้าย ผมก็ต้องไปหาซื้อมาเอง แถวรามคำแหง 51/3 เผื่อเอามาเปลี่ยน เงินบริษัทออกเอง ทั้ง ๆ ที่งานพวกนี้น่าจะเป็นของญาติผมที่เป็นผู้ผลิตหรือเปล่าครับ
ถึงปัจจุบันนี้งานจะจบลงแล้ว พร้อมกับความรู้สึกของการเป็นญาติมิตรที่จบไปด้วย ผมบล็อกเบอร์ และช่องทางการติดต่อของเขาไปหมดแล้ว รวมทั้งงานรวมญาติผมก็ไม่ไปเช่นกัน เพราะไม่อยากไปพบหน้าเขาอีกต่อไป
ผมเลยอยากมาถามคนที่อ่านเรื่องราวนี้หน่อยครับว่าท่านคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ
ทำงานกับญาติ เมื่องานจบ ความรู้สึกมันก็จบด้วยเช่นกัน
ผมจึงลองLINE ถามว่า "มีรู้จักร้านที่ทำสินค้าตัวนี้ได้ไหม ช่วยแนะนำให้หน่อย" ผมต้องขอเกริ่นเบื้องหลังญาติผมคนนี้ว่า เขาเป็นคนค่อนข้างอารมณ์ฉุนเฉียว ผมเคยได้ยินคนรอบตัวมาเล่าให้ฟังว่า บางทีเขาไปอยู่โรงงานก็ด่าว่าคนงานแรง ๆ บ้าง ผมจึงไม่อยากให้เขาทำงานนี้ ผมแค่ขอคำแนะนำร้านค้าที่สามารถทำงานนี้ได้แทน แต่สุดท้ายเขาก็บอกว่า "เขาทำได้ เขาจะทำเอง" และเขายังแนะนำผมอีกว่า เขาจะใช้ชื่อญาติอีกคนมาแทนนะในการดิวงาน เพราะนามสกุลของเขา กับนามสกุลผมเป็นนามสกุลเดียวกัน(เป็นญาติทางพ่อ) เดี๋ยวเจ้านายเห็นเข้าจะหาว่าฮั้วกันกินเงินบริษัท ซึ่งความจริงแล้วผมไม่ได้อะไรเลยแม้แต่สตางค์เดียว ผมแค่แนะนำมาให้ทำงานบริษัทเท่านั้น คิดว่าให้งานจบเสร็จตามใจเจ้านายก็แล้วกัน
ปัญหาเกิด เมื่อเริ่มทำงาน
1. ตัวผมเองทำงานอยู่ในส่วนของการออกแบบกราฟฟิค เมื่อสรุปแบบกับเจ้านายผมเสร็จ ผมทำแบบเพื่อเตรียมนำไปผลิต เมื่อตกลงแบบได้แล้ว ให้นายดู เลือกวัสดุได้ ญาติผมคนนี้ก็ไปทำตัวอย่างขึ้นมาตามที่ตกลงกันไว้เบื้องต้น แต่เนื่องจากว่าเจ้านายผมเป็นคนไม่ค่อยมีหัวทางการออกแบบเท่าไร นึกภาพไม่ค่อยออกจนกว่าจะเห็นของจริง พอญาติผมทำของต้นแบบออกมา นายผมเห็นว่ายังไม่ถูกใจเท่าไร เลยขอปรับเปลี่ยนแบบใหม่ ในระหว่างการประชุมแบบตัวอย่างครั้งแรกนั้น ญาติผมเขาออกเสียงไม่ค่อยดีเท่าไร ประมาณว่าคุยแบบกันแล้วก็ทำแบบมาแล้ว ทำไมยังไม่พอใจอีก การประชุมแบบนั้นจบไป เย็นวันนั้นญาติผมอาศัยที่ผมเป็นญาติกัน ก็โทรมาระบาย ต่อว่าเจ้านายผมว่า มันมีสมองป่าวนี่ ระบายความโมโหให้ผมฟังด้วยอารมณ์ประมาณคนทำงานแล้วโดนเปลี่ยนแแบบ นี่ทำก็ตามแบบแล้วนะ และอีกมากมาย ถึงผมจะไม่ชอบฟัง แต่ก็ได้แต่ฟัง ๆ และบอกเขาว่า นายผมก็เป็นแบบนี้แหละ ผมเจอมาเยอะแล้ว ผมเข้าใจ
2. เมื่อแก้แบบรอบที่สองมาใหม่ ญาติผมคนนี้ก็มีท่าทีเริ่มปิดกั้นผมมากขึ้น ทำน้ำเสียงไม่พอใจบ้างเวลาผมถามรายละเอียด สงสัยกลัวเจ้านายผมเปลี่ยนแปลงแบบ อันนี้ยอมรับว่าเจ้านายผมก็มีส่วนในความไม่ชัดเจนครับ หลาย ๆ ครั้งผมรู้สึกไม่กล้าที่จะโทรไปแจ้งเขาว่าเจ้านายขอเปลี่ยนแบบนะ บางครั้งญาติผมก็จะบอกว่านี่จริง ๆ ก็ไม่อยากทำนะงานนิดเดียว ทำบริษัทอื่นเยอะกว่านี้อีก (ฟังแบบนี้ผมก็ไม่ค่อยชอบเท่าไรแล้ว เหมือนไม่เคารพอาชีพตัวเอง แล้วตอนแรกมาทำทำไมนี่ ผมบอกจำนวนแล้วว่าไม่เยอะ) ผมไม่อยากเจอน้ำเสียงไม่ดีแบบนั้นครับ ผมยังคิดเลยว่าถ้าผมไม่ได้เป็นญาติกับเขา เขาจะทำกับผมแบบนี้หรือเปล่า
3. และมีอีกหลายเหตุการณ์ครับ ที่ผมเป็นคนกลางระหว่างเจ้านายผม กับญาติผมคนนี้ ผมก็ได้แต่อึดอัดใจพูดอะไรก็ไม่ออก พูดก็ไม่ได้ พูดไปฟ้องนายไป ก็เหมือนขุดหลุมฆ่าตัวเอง ผมจึงอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ต้องทำต่อไป งานก็เลิกงานได้ไม่ได้ เพราะเปลี่ยนแบบแล้ว ทำตัวอย่างแล้ว ญาติผมแจ้งว่าเขาไปซื้อของมาแล้ว และจะไม่ทำแล้ว รำคาญมาก เมื่อไรจะจบเสียที ถ้าอยากจบก็จ่ายทั้งหมดมา เป็นไปได้หรอครับที่เจ้านายผมจะจ่าย โดยที่ไม่ได้ของอะไรเลย ได้แค่ตัวอย่างเพียงชิ้นเดียว
จนเหตุการณ์มาถึงวันนึงที่สรุปแบบได้ประมาณนึงแล้ว แต่ว่าเนื่องจากมีการเปลี่ยนแบบ จึงต้องมีค่าใช้จ่าย พอทำแบบใหม่ออกมาโอเคแล้ว แต่ตัวน็อตที่อยู่ในงานมันสูงไป ผมแค่โทรไปว่าอยากจะเปลี่ยนให้มันตัวเล็กลงได้ไหม เป็นประมาณนี้จะได้ดูสวยขึ้น http://pantip.com/topic/30781690 เขาก็แจ้งผมว่า ไม่ได้ ไม่เปลี่ยนแล้ว
ผมหมดความอดทนเต็มทีแล้ว เลยพยายามไปหาว่าน๊อตนี่หาซื้อได้ที่ไหนบ้าง สุดท้าย ผมก็ต้องไปหาซื้อมาเอง แถวรามคำแหง 51/3 เผื่อเอามาเปลี่ยน เงินบริษัทออกเอง ทั้ง ๆ ที่งานพวกนี้น่าจะเป็นของญาติผมที่เป็นผู้ผลิตหรือเปล่าครับ
ถึงปัจจุบันนี้งานจะจบลงแล้ว พร้อมกับความรู้สึกของการเป็นญาติมิตรที่จบไปด้วย ผมบล็อกเบอร์ และช่องทางการติดต่อของเขาไปหมดแล้ว รวมทั้งงานรวมญาติผมก็ไม่ไปเช่นกัน เพราะไม่อยากไปพบหน้าเขาอีกต่อไป
ผมเลยอยากมาถามคนที่อ่านเรื่องราวนี้หน่อยครับว่าท่านคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ