สานมีหน้าที่ตัดสินไปโดยใช้หลักฐานและคำสั่งก.หตามที่ประธานสภาส่งไป ว่าทรราชขาดคุณสมบัติหรือไม่(เพราะโดนปลดหลักฐานชัด
ทรราชก็แก้ตัวไม่รอด หากมันมีหลักฐานว่าไม่หนีทหารแล้วใครจะไปปลดมันได้)หากขาดคุณสมบัติก็ตัดสิทธิไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
แต่เรื่องที่ทรราชยื่นสู้ไปที่ศาลปกครอง ว่าให้เพิกถอนคำสั่งนั้นก็เป็นอีกเรื่อง คือทรราชก็สู้ไป หากศาลปกครองให้ชนะก็คืน
ตำแหน่งส.สไป ก็แค่นั้น เหมือนข้าราชการคนอื่นโดนย้ายไม่เป็นธรรมก็ยื่นฟ้องไป แต่ก็ต้องย้ายไปก่อนหากชนะคดีก็กลับมา(จริงๆกรณีทรราชนี่ชัดกว่าที่ยกตัวอย่างอีก) ไม่เห็นเกี่ยวเลยว่าต้องรอให้ศาลไหนตัดสินก่อนหลัง ต่างคนต่างตัดสินกันคนละกรรมกัน
ผมว่าเราต้องทำอะไรกันสักอย่างแล้วล่ะกับสานแบบนี้
สส เพื่อไทย นักกฎหมายทั้งหลาย นักวิชาการทั้งหลาย อย่ามัวนั่งเฉย ทำไม่รู้ไม่ชี้ เรื่องนี้ไม่ใช่เล็กน้อยแล้วนะ
ปล่อยให้ทำแล้วทำอีก ทำตามที่ชอบที่อยากทำ ไม่อายไม่กลัวเวรกลัวกรรมใดๆเลย
อย่างนี้จะได้ใจไปใหญ่ เรื่องนี้ทรราชผิดเต็มเปา ศาลเลี่ยงแบบนี้ไปไม่รอดหรอก อย่างน้อยก็ใช้กรณีนี้ฉีกหน้ากากคนดีออกมาอีกสักชั้นนึง
กรณีสานแช่แข็งโยนเรื่องทรราชหนีทหาร ผมมีความเห็นว่า
ทรราชก็แก้ตัวไม่รอด หากมันมีหลักฐานว่าไม่หนีทหารแล้วใครจะไปปลดมันได้)หากขาดคุณสมบัติก็ตัดสิทธิไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
แต่เรื่องที่ทรราชยื่นสู้ไปที่ศาลปกครอง ว่าให้เพิกถอนคำสั่งนั้นก็เป็นอีกเรื่อง คือทรราชก็สู้ไป หากศาลปกครองให้ชนะก็คืน
ตำแหน่งส.สไป ก็แค่นั้น เหมือนข้าราชการคนอื่นโดนย้ายไม่เป็นธรรมก็ยื่นฟ้องไป แต่ก็ต้องย้ายไปก่อนหากชนะคดีก็กลับมา(จริงๆกรณีทรราชนี่ชัดกว่าที่ยกตัวอย่างอีก) ไม่เห็นเกี่ยวเลยว่าต้องรอให้ศาลไหนตัดสินก่อนหลัง ต่างคนต่างตัดสินกันคนละกรรมกัน
ผมว่าเราต้องทำอะไรกันสักอย่างแล้วล่ะกับสานแบบนี้
สส เพื่อไทย นักกฎหมายทั้งหลาย นักวิชาการทั้งหลาย อย่ามัวนั่งเฉย ทำไม่รู้ไม่ชี้ เรื่องนี้ไม่ใช่เล็กน้อยแล้วนะ
ปล่อยให้ทำแล้วทำอีก ทำตามที่ชอบที่อยากทำ ไม่อายไม่กลัวเวรกลัวกรรมใดๆเลย
อย่างนี้จะได้ใจไปใหญ่ เรื่องนี้ทรราชผิดเต็มเปา ศาลเลี่ยงแบบนี้ไปไม่รอดหรอก อย่างน้อยก็ใช้กรณีนี้ฉีกหน้ากากคนดีออกมาอีกสักชั้นนึง