(มติชนรายวัน 23 ก.ย.2556)
พรรคประชาธิปัตย์ปัดฝุ่นนโยบาย นำเสนอแผน "โครงการสร้างอนาคต ไทยเข้มแข็ง 2020"
เป้าหมาย คือต้องการให้ประชาชน เปรียบเทียบกับแผนรัฐบาล กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท
กรณ์ จาติกวณิช มั่นใจว่าโครงการสร้างอนาคตไทยเข้มแข็งนี้ ตอบโจทย์ประเทศไทยได้ยิ่งกว่า
การนำเสนอแผนงาน นโยบายพัฒนาประเทศของพรรคการเมือง เพื่อให้ประชาชนได้
เปรียบเทียบถือเป็นเรื่องดี พรรคการเมืองต่างๆ ไม่เฉพาะแต่ประชาธิปัตย์ หากดำเนินการ
ในลักษณะเดียวกันนี้อย่างจริงจัง และต่อเนื่อง
คิดวางแผน ศึกษา วิจัยนำความรู้ใหม่ๆ มานำเสนอเป็นทางออกทางเลือก ย่อมเป็นประโยชน์
ต่อประเทศชาติและประชาชนในการใช้ประกอบการตัดสินใจ เมื่อถึงเวลาเลือกตั้ง
ที่ผ่านมานั้น การนำเสนอนโยบายภาพรวม หรือแผนแต่ละด้านจะมีก็ต่อเมื่อ เข้าสู่ช่วงการรณรงค์
หาเสียงเลือกตั้งทั่วไป
ไม่เคยมีพรรคการเมืองใด โชว์จุดขายก่อนกาล ที่เป็นเช่นนี้ ถ้ามองแง่ลบก็คือ ไม่มีการศึกษา
เตรียมการ คิดนโยบายแก้ปัญหา วางรากฐานการพัฒนาประเทศไว้อย่างมืออาชีพ
มองแง่ดี คงมีอยู่บ้าง แต่จำเป็นต้องเก็บงำไว้ กลัว ช้ำ เมื่อถึงเวลาต้องเลือกตั้งจะไม่เหลือ
ความสดใหม่ น่าสนใจ เนื่องจากประกาศเอาไว้นานแล้ว เสียเปรียบคู่แข่งที่ได้เห็นมาตลอด
อาจคิดอ่านนำเสนออะไรที่เหนือระดับกว่านั้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับการเมืองยุคใหม่ที่เรียกร้องต้องการคุณภาพยิ่งกว่าเดิม มีความจำเป็น
อย่างน้อยระดับหนึ่ง เพราะลำพังแค่วิพากษ์วิจารณ์อย่างเดียว โดยมิได้นำเสนอทางออก
หรือวิธีการปัญหาอย่างเป็นระบบอาจไม่เพียงพอ
ต้องมีอะไรมานำเสนอโน้มน้าวประชาชน อันเป็นการทดสอบกระแสตอบรับทางหนึ่งด้วย
หากยังไม่เข้าที่เข้าทางก็ต้องปรับหาอะไรที่ "โดน" กว่านั้นมานำเสนอ
การวางโครงร่างให้ประชาชนเปรียบเทียบ แต่ละเรื่องเป็นประโยชน์ต่อสังคม เป็นการต่อสู้เชิง
คุณภาพที่ไม่มีใครปฏิเสธ
รัฐบาลมี 2 ล้านล้าน ประชาธิปัตย์ก็มีไทยเข้มแข็งมานำเสนอเคียงคู่ ให้ประชาชนได้เปรียบเทียบ
2 ล้านล้าน เป็นโครงการใหม่ ต่างจากไทยเข้มแข็งที่ต่อยอดมาจากเมื่อครั้ง ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล
เป็นสินค้าแบรนด์เก่า ที่มีข้อดี-ข้อด้อย
โครงการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง ก็เป็นผลิตผลไทยเข้มแข็ง ที่ผู้คนจดจำ และนึกภาพเสาโด่เด่
หญ้ารกครึ้มออกเป็นลำดับแรกๆ เมื่อเอ่ยถึงไทยเข้มแข็ง
ความเหมือนและความต่างอีกประการก็คือ นโยบายไทยเข้มแข็งที่ประชาธิปัตย์มองเป็นโบแดงนั้น
มีการนำไปรณรงค์ หาเสียงว่าเป็นผลงาน เป็นจุดขายในการเลือกตั้งทั่วไป 3 กรกฎาคม 2554
มาแล้ว แม้แต่พรรคภูมิใจไทยพันธมิตรประชาธิปัตย์ ก็นำเสนอโครงการถนนปลอดฝุ่น เพื่อหวัง
ครองใจชาวเหนือ และโดยเฉพาะภาคอีสาน
แต่คำตอบที่ได้กลับเป็น "เพื่อไทย"
ในแง่ความขลัง ชื่อ "ไทยเข้มแข็ง" จึงไม่มีอะไรให้น่าถวิลหา ถ้ามองแบบการตลาด สินค้า
แบรนด์นี้ขายไม่ออก ชาวบ้านไม่ตอบรับ เพราะได้พิสูจน์อย่างเป็นการทั่วไปทั้งประเทศมาแล้ว
แต่เมื่อประชาธิปัตย์ยืนยันอย่างมั่นใจว่า การกลับมาใหม่ครั้งนี้ มีดีพอตอบโจทย์ประเทศได้
แม้เป็นหีบห่อบรรจุภัณฑ์เดิม ก็น่าสนใจอยู่เหมือนกันว่า ในแพคเกจจิ้งเก่านั้น มีอะไรแปลก
ใหม่มานำเสนอ
ของใหม่ที่ว่านี้จำเป็นต้องเห็นพ้อง จำกัดความให้ตรงกันเป็นพื้นฐานเบื้องต้นก่อนว่า
ต้องแปลกใหม่ มีคุณภาพในสายตาของผู้คนสังคมทั่วไปด้วย
มิใช่เห็นว่าตอบโจทย์แก้ปัญหาประเทศได้อยู่คนเดียว
ร่วมเป็นแฟนเพจเฟซบุ๊กกับมติชนออนไลน์
www.facebook.com/MatichonOnline
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1379939549&grpid=&catid=02&subcatid=0200
กำลังดู Wake up Thailand เขาบอกว่า วันนี้ คุณอภิสิทธิ์กำลังเป็นภาระของปชป.
พรรคกำลังต้องอุ้ม คุณอภิสิทธิ์ ผิดกับภาวะปกติ ที่ หัวหน้าพรรค จะเป็นผู้อุ้มพรรค
ตามเคยตรงตามโลโก้ นะคะ "ด่ามาร์ค อวยปู บูชาแม้ว" ที่คุณข้างบูรพา ยกให้ ค่ะ
แค่นี้ ก็มีคน โยน "ขรี้" มาให้แล้ว ....
แบรนด์ไทยเข้มแข็ง โดย จำลอง ดอกปิก คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่12 มติชนออนไลน์
พรรคประชาธิปัตย์ปัดฝุ่นนโยบาย นำเสนอแผน "โครงการสร้างอนาคต ไทยเข้มแข็ง 2020"
เป้าหมาย คือต้องการให้ประชาชน เปรียบเทียบกับแผนรัฐบาล กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท
กรณ์ จาติกวณิช มั่นใจว่าโครงการสร้างอนาคตไทยเข้มแข็งนี้ ตอบโจทย์ประเทศไทยได้ยิ่งกว่า
การนำเสนอแผนงาน นโยบายพัฒนาประเทศของพรรคการเมือง เพื่อให้ประชาชนได้
เปรียบเทียบถือเป็นเรื่องดี พรรคการเมืองต่างๆ ไม่เฉพาะแต่ประชาธิปัตย์ หากดำเนินการ
ในลักษณะเดียวกันนี้อย่างจริงจัง และต่อเนื่อง
คิดวางแผน ศึกษา วิจัยนำความรู้ใหม่ๆ มานำเสนอเป็นทางออกทางเลือก ย่อมเป็นประโยชน์
ต่อประเทศชาติและประชาชนในการใช้ประกอบการตัดสินใจ เมื่อถึงเวลาเลือกตั้ง
ที่ผ่านมานั้น การนำเสนอนโยบายภาพรวม หรือแผนแต่ละด้านจะมีก็ต่อเมื่อ เข้าสู่ช่วงการรณรงค์
หาเสียงเลือกตั้งทั่วไป
ไม่เคยมีพรรคการเมืองใด โชว์จุดขายก่อนกาล ที่เป็นเช่นนี้ ถ้ามองแง่ลบก็คือ ไม่มีการศึกษา
เตรียมการ คิดนโยบายแก้ปัญหา วางรากฐานการพัฒนาประเทศไว้อย่างมืออาชีพ
มองแง่ดี คงมีอยู่บ้าง แต่จำเป็นต้องเก็บงำไว้ กลัว ช้ำ เมื่อถึงเวลาต้องเลือกตั้งจะไม่เหลือ
ความสดใหม่ น่าสนใจ เนื่องจากประกาศเอาไว้นานแล้ว เสียเปรียบคู่แข่งที่ได้เห็นมาตลอด
อาจคิดอ่านนำเสนออะไรที่เหนือระดับกว่านั้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับการเมืองยุคใหม่ที่เรียกร้องต้องการคุณภาพยิ่งกว่าเดิม มีความจำเป็น
อย่างน้อยระดับหนึ่ง เพราะลำพังแค่วิพากษ์วิจารณ์อย่างเดียว โดยมิได้นำเสนอทางออก
หรือวิธีการปัญหาอย่างเป็นระบบอาจไม่เพียงพอ
ต้องมีอะไรมานำเสนอโน้มน้าวประชาชน อันเป็นการทดสอบกระแสตอบรับทางหนึ่งด้วย
หากยังไม่เข้าที่เข้าทางก็ต้องปรับหาอะไรที่ "โดน" กว่านั้นมานำเสนอ
การวางโครงร่างให้ประชาชนเปรียบเทียบ แต่ละเรื่องเป็นประโยชน์ต่อสังคม เป็นการต่อสู้เชิง
คุณภาพที่ไม่มีใครปฏิเสธ
รัฐบาลมี 2 ล้านล้าน ประชาธิปัตย์ก็มีไทยเข้มแข็งมานำเสนอเคียงคู่ ให้ประชาชนได้เปรียบเทียบ
2 ล้านล้าน เป็นโครงการใหม่ ต่างจากไทยเข้มแข็งที่ต่อยอดมาจากเมื่อครั้ง ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล
เป็นสินค้าแบรนด์เก่า ที่มีข้อดี-ข้อด้อย
โครงการก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง ก็เป็นผลิตผลไทยเข้มแข็ง ที่ผู้คนจดจำ และนึกภาพเสาโด่เด่
หญ้ารกครึ้มออกเป็นลำดับแรกๆ เมื่อเอ่ยถึงไทยเข้มแข็ง
ความเหมือนและความต่างอีกประการก็คือ นโยบายไทยเข้มแข็งที่ประชาธิปัตย์มองเป็นโบแดงนั้น
มีการนำไปรณรงค์ หาเสียงว่าเป็นผลงาน เป็นจุดขายในการเลือกตั้งทั่วไป 3 กรกฎาคม 2554
มาแล้ว แม้แต่พรรคภูมิใจไทยพันธมิตรประชาธิปัตย์ ก็นำเสนอโครงการถนนปลอดฝุ่น เพื่อหวัง
ครองใจชาวเหนือ และโดยเฉพาะภาคอีสาน
แต่คำตอบที่ได้กลับเป็น "เพื่อไทย"
ในแง่ความขลัง ชื่อ "ไทยเข้มแข็ง" จึงไม่มีอะไรให้น่าถวิลหา ถ้ามองแบบการตลาด สินค้า
แบรนด์นี้ขายไม่ออก ชาวบ้านไม่ตอบรับ เพราะได้พิสูจน์อย่างเป็นการทั่วไปทั้งประเทศมาแล้ว
แต่เมื่อประชาธิปัตย์ยืนยันอย่างมั่นใจว่า การกลับมาใหม่ครั้งนี้ มีดีพอตอบโจทย์ประเทศได้
แม้เป็นหีบห่อบรรจุภัณฑ์เดิม ก็น่าสนใจอยู่เหมือนกันว่า ในแพคเกจจิ้งเก่านั้น มีอะไรแปลก
ใหม่มานำเสนอ
ของใหม่ที่ว่านี้จำเป็นต้องเห็นพ้อง จำกัดความให้ตรงกันเป็นพื้นฐานเบื้องต้นก่อนว่า
ต้องแปลกใหม่ มีคุณภาพในสายตาของผู้คนสังคมทั่วไปด้วย
มิใช่เห็นว่าตอบโจทย์แก้ปัญหาประเทศได้อยู่คนเดียว
ร่วมเป็นแฟนเพจเฟซบุ๊กกับมติชนออนไลน์
www.facebook.com/MatichonOnline
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1379939549&grpid=&catid=02&subcatid=0200
กำลังดู Wake up Thailand เขาบอกว่า วันนี้ คุณอภิสิทธิ์กำลังเป็นภาระของปชป.
พรรคกำลังต้องอุ้ม คุณอภิสิทธิ์ ผิดกับภาวะปกติ ที่ หัวหน้าพรรค จะเป็นผู้อุ้มพรรค
ตามเคยตรงตามโลโก้ นะคะ "ด่ามาร์ค อวยปู บูชาแม้ว" ที่คุณข้างบูรพา ยกให้ ค่ะ
แค่นี้ ก็มีคน โยน "ขรี้" มาให้แล้ว ....