คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 8
วิเคราะห์ กลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาด (4P’s) ของยาสีฟันสมุนไพรดอกบัวคู่
กลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาด(4P) เน้นสร้างความแตกต่างของตัวผลิตภัณฑ์ และเนื่องจากครีมอาบน้ำดอกบัวคู่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแนะนำผลิตภัณฑ์ ดังนั้นส่วนผสมทางการตลาดที่สำคัญที่สุดในช่วงแนะนำคือ
Promotion เพื่อสร้างการรับรู้และทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ โดยใช้การสื่อสารทางการตลาดแบบครบวงจร คือ IMC เน้นทั้ง Above the Line และ Below the Line ทั้งโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ตลอดจนส่งเสริมการขาย ด้วย Sale Promotion โดยช่วงแนะนำอาจขายพ่วงกับยาสีฟันเดิมเป็นต้น และมีการแจกตัวอย่างสินค้า ตามห้างต่างๆ จัด Event ออกบูธโชว์สินค้ากระตุ้นให้เกิดการทดลอง และรับรู้อย่างกว้างขวาง
Product เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพราะเป็นสิ่งที่ลูกค้าซื้อ สินค้าจะต้องมีคุณภาพดีและมีคุณค่าในสายตาของลูกค้าจริงและแตกต่างจากคู่แข่งขันคือ ครีมอาบน้ำ มีส่วนผสมของ Witch Hazel Extract จากประเทศเยอรมนี , Olive Oil Derivative , ขมิ้น และสมุนไพรสูตรเฉพาะของดอกบัวคู่ ซึ่งมีจุดเด่น คือ ป้องกันริ้วรอย ต่อต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเสื่อมของเซลส์ กระชับผิว ลดผดผื่น คันได้ และมีกลิ่นหอม ทำให้ผู้บริโภครู้สึกสดชื่น และสามารถดูแลผิวพรรณได้อย่างดี เหมาะกับสาวทำงานที่อายุ 30 ปี ขึ้นไป กลัวความแก่ต้องการคงความงามไว้ให้นานที่สุด
ส่วนแชมพูและครีมนวดผม สูตรซีรั่มสกัดสมุนไพรจากใบจูนิเปอร์และใบสติ้งกิ้ง-เน็ทเทิ้ล ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ปรับสภาพผมเสียจากสารเคมี เน้นผมเสีย ผมทำสี ป้องกันเส้นผมจากมลภาวะ เหมาะกับสาวตั้งแต่วัยรุ่นขึ้นไป ที่ชอบทำสีผม ชอบย้อม ชอบดัด โดยแต่ละผลิตภัณท์ สามารถเน้นกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ทำให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
Price มีการกำหนดราคาที่คำนึงถึงการแข่งขัน เน้นคุณภาพเหนือกว่าคู่แข่งขันในราคาที่เหมาะสม ไม่แพงกว่าคู่แข่งขันในตลาดใหม่
Place ช่องทางการจัดจำหน่ายสามารถใช้ช่องทางเดิมของยาสีฟัน ที่มีศักยภาพดีอยู่แล้ว และเพิ่มเข้าไปวางในตลาดซุปเปอร์มาเก็ต โมเดิร์นเทรด และคอนวีเนี่ยนสโตร์ให้มากขึ้น
กลยุทธ์ส่วนประสมทางการตลาด(4P) เน้นสร้างความแตกต่างของตัวผลิตภัณฑ์ และเนื่องจากครีมอาบน้ำดอกบัวคู่เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแนะนำผลิตภัณฑ์ ดังนั้นส่วนผสมทางการตลาดที่สำคัญที่สุดในช่วงแนะนำคือ
Promotion เพื่อสร้างการรับรู้และทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ โดยใช้การสื่อสารทางการตลาดแบบครบวงจร คือ IMC เน้นทั้ง Above the Line และ Below the Line ทั้งโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ตลอดจนส่งเสริมการขาย ด้วย Sale Promotion โดยช่วงแนะนำอาจขายพ่วงกับยาสีฟันเดิมเป็นต้น และมีการแจกตัวอย่างสินค้า ตามห้างต่างๆ จัด Event ออกบูธโชว์สินค้ากระตุ้นให้เกิดการทดลอง และรับรู้อย่างกว้างขวาง
Product เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพราะเป็นสิ่งที่ลูกค้าซื้อ สินค้าจะต้องมีคุณภาพดีและมีคุณค่าในสายตาของลูกค้าจริงและแตกต่างจากคู่แข่งขันคือ ครีมอาบน้ำ มีส่วนผสมของ Witch Hazel Extract จากประเทศเยอรมนี , Olive Oil Derivative , ขมิ้น และสมุนไพรสูตรเฉพาะของดอกบัวคู่ ซึ่งมีจุดเด่น คือ ป้องกันริ้วรอย ต่อต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งการเสื่อมของเซลส์ กระชับผิว ลดผดผื่น คันได้ และมีกลิ่นหอม ทำให้ผู้บริโภครู้สึกสดชื่น และสามารถดูแลผิวพรรณได้อย่างดี เหมาะกับสาวทำงานที่อายุ 30 ปี ขึ้นไป กลัวความแก่ต้องการคงความงามไว้ให้นานที่สุด
ส่วนแชมพูและครีมนวดผม สูตรซีรั่มสกัดสมุนไพรจากใบจูนิเปอร์และใบสติ้งกิ้ง-เน็ทเทิ้ล ช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ปรับสภาพผมเสียจากสารเคมี เน้นผมเสีย ผมทำสี ป้องกันเส้นผมจากมลภาวะ เหมาะกับสาวตั้งแต่วัยรุ่นขึ้นไป ที่ชอบทำสีผม ชอบย้อม ชอบดัด โดยแต่ละผลิตภัณท์ สามารถเน้นกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ทำให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
Price มีการกำหนดราคาที่คำนึงถึงการแข่งขัน เน้นคุณภาพเหนือกว่าคู่แข่งขันในราคาที่เหมาะสม ไม่แพงกว่าคู่แข่งขันในตลาดใหม่
Place ช่องทางการจัดจำหน่ายสามารถใช้ช่องทางเดิมของยาสีฟัน ที่มีศักยภาพดีอยู่แล้ว และเพิ่มเข้าไปวางในตลาดซุปเปอร์มาเก็ต โมเดิร์นเทรด และคอนวีเนี่ยนสโตร์ให้มากขึ้น
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ช่วยวิเคราะ SWOT and 4P's ของยาสีฟันดอกบัวคู่
แม้ว่าจะเป็นผู้นำในเซ็กเมนต์ยาสีฟันสมุนไพร แต่ยาสีฟันดอกบัวคู่ก็มีข้อจำกัดสำคัญในการทำตลาดนั่นคือ ภาพลักษณ์ของสินค้าที่ดูไม่ทันสมัย ทำให้ถูกมองว่าเป็นสินค้าของคนต่างจังหวัด ดอกบัวคู่จึงต้อง Rebranding ตัวเองครั้งใหญ่ ด้วยงบประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อขยายตลาดไปสู่กลุ่มคนเมือง
กระแสธรรมชาติ โอกาสของดอกบัวคู่
- แม้ว่าตลาดยาสีฟันรวม ซึ่งมีมูลค่า 5,000 ล้านบาท จะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 10%
- แต่เซ็กเมนต์ที่มีอัตราการเติบโตมากที่สุด คือยาสีฟันสมุนไพร กลับมีอัตราเติบโตถึง 30% ต่อปี ขณะที่ยาสีฟันสูตรมาตรฐานมีอัตราเติบโตเพียงปีละประมาณ 5% ต่อปีเท่านั้น
- การที่ผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจในการดูแลสุขภาพโดยวิธีธรรมชาติมากขึ้นเช่นนี้ ทำให้ดอกบัวคู่มองเห็นโอกาสที่จะขยายตลาดให้กว้างออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายไปสู่กลุ่มคนเมือง ซึ่งที่ผ่านมาเป็นกลุ่มที่ใช้ยาสีฟันดอกบัวคู่ไม่มากนัก
- รวมทั้งเพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างขึ้น จากเดิมที่จับกลุ่มที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ลงมาเป็นกลุ่มที่อายุ 18 ปีขึ้นไป
ดอกบัวคู่ ดำแต่ดี
- สาเหตุสำคัญที่ทำให้ยาสีฟันดอกบัวคู่ไม่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้ที่อยู่ในเมืองก็เนื่องมาจากภาพลักษณ์ของสินค้าที่ไม่ทันสมัย ทั้งในส่วนของแพ็กเก็จจิ้ง และเนื้อยาสีฟันที่มีสีดำ ทำให้ดูไม่น่าใช้
- การ Rebranding ของดอกบัวคู่ครั้งนี้จึงเริ่มจากการปรับเปลี่ยนแพ็กเก็จจิ้งใหม่ให้ดูทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงเน้นโทนสีขาวและเขียวเพื่อสื่อถึงความเป็นสมุนไพร
- ส่วนในแง่ภาพลักษณ์ของยาสีฟันนั้น ดอกบัวคู่แก้ด้วยการออกหนังโฆษณาเรื่องใหม่ ภายใต้แนวคิด “ดำแต่ดี..เพราะทำจากสมุนไพรล้วน ๆ” เพื่อชูคุณภาพจากสมุนไพรและลบจุดอ่อนด้านความรู้สึกที่ผู้บริโภคมีต่อเนื้อยาสีฟันที่มีสีดำ
- โดยในภาพยนตร์โฆษณาได้มีการเปรียบเทียบยาสีฟันดอกบัวคู่กับชายผิวดำที่ถูกประเมินค่าผิด เพราะถูกตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้จะออกอากาศต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี
- นอกจากนี้จะมีการทำ Road Show โดยในกรุงเทพฯ จะเน้นเข้าไปประชาสัมพันธ์สินค้าในสำนักงานต่าง ๆ รวมทั้งจะให้ความสำคัญกับช่องทางการขายที่เป็นโมเดิร์นเทรดมากขึ้นด้วย
ไม่ทิ้งตลาดเก่า
- อย่างไรก็ดี ดอกบัวคู่ ยังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าเดิมที่อยู่ในต่างจังหวัดด้วย โดยจะมีการทำ Road Show ด้วยการมีหน่วยรถออกตระเวนขายสินค้าเข้าไปตามตลาดนัดและหมู่บ้าน รวมถึงการจัดกิจกรรมตามร้านค้าเล็ก ๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความใกล้ชิดให้ผู้บริโภคกับสินค้า
- นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการขายผ่านยี่ปั๊ว เพราะถือว่าเป็นช่องทางหลัก โดยปัจจุบันดอกบัวคู่จำหน่ายผ่านช่องทางนี้ถึง 53 %
ตั้งเป้าขึ้นที่ 2
- ปัจจุบันดอกบัวคู่มีส่วนแบ่งในตลาดยาสีฟันรวม 14 % และหลังจากการ รีแบรนด์ครั้งนี้คาดว่าจะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดถึง 17% ซึ่งจะทำให้ดอกบั่วคู่ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ในตลาดยาสีฟันรวม และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดสมุนไพรจาก 67% ในปีที่ผ่านมาเป็น 70%
ฝ่าสงครามราคาคู่แข่ง
- ตลาดยาสีฟันในปี 2547 มีการแข่งขันด้านราคาสูงมาก เนื่องมาจากการดัมพ์ราคาให้ต่ำลงมาของเจ้าตลาด ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการายอื่น ๆ ต้องปรับกระบวนยุทธ์เรื่องราคาใหม่ตามไปด้วย
- เริ่มจากคอลเกต เจ้าตลาดยาสีฟันที่เปิดศึกหั่นราคา ด้วยคอลเกตแพคคู่ 59 บาท จากเดิมราคา 84 บาท
- ขณะที่ ดาร์ลี่ จากค่ายเดียวกันที่ออกแพคคู่ราคา 59 บาทออกมาทำตลาดด้วย
- ทำให้ยูนิลีเวอร์เจ้าของผลิตภัณฑ์ "โคลสอัพ ใกล้ชิด" ต้องจัดแคมเปญแพคคู่ตาม ด้วยขนาด 160 กรัม ขายคู่ละ 50 บาทจาก พร้อมกับการปรับเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายของสินค้าให้เด็กลงด้วย จากเดิมที่จับกลุ่มอายุ 25-45 ปี ไปเป็นกลุ่ม อายุ 18-25 ปี
- ขณะที่ ฟลูโอคารีล หันมาเล่นในตลาดยาสีฟันสมุนไพร ด้วย ฟลูโอคารีล กรีนที ทวิสต์ เมื่อปลายปีที่แล้ว
- นอกจากเรื่องราคาแล้ว ประเด็นเรื่องฟันขาวยังถือว่าเป็นกลยุทธ์หลักที่ยาสีฟันคอลเกต ดาร์ลี่ และใกล้ชิด ให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟันขาวขึ้นใน 4 สัปดาห์ ซึ่งทั้งคอลเกตและใกล้ชิดต่างใช้เป็นจุดหลักในการโฆษณา
lIlustrated by Number
ส่วนแบ่งในตลาดยาสีฟันรวม (5,000 ล้านบาท)
คอลเกต 30%
ดาร์ลี่ 19%
ดอกบัวคู่ 14%
ใกล้ชิด 13%
อื่นๆ 24%
สัดส่วนยอดขายในตลาดยาสีฟันแบ่งตามประเภท
ยาสีฟันมาตรฐาน 51%
ยาสีฟันสมุนไพร 22%
ยาสีฟันเพื่อฟันขาว 9%
ยาสีฟันเด็ก 4%
อื่น ๆ 14%
ส่วนแบ่งในตลาดยาสีฟันสมุนไพร (1,100 ล้าน)
ดอกบัวคู่ 67% (737 ล้านบาท)
อื่น ๆ 33 %
ยอดขายยาสีฟันดอกบัวคู่แบ่งตามประเภท (765 ล้านบาท)
ออริจินอล 83%
เฟรชแอนด์คูล 14%
เฮอเบิ้ล พลัส 3%
ช่องทางการจัดจำหน่ายยาสีฟันดอกบัวคู่ (ปี 2547)
โฮลด์เซล (ยี่ปั๊ว) 53 %
โมเดิร์นเทรด 33 %
ขายตรง 14 %
:: คำถาม วิเคราะ SWOT and 4P's ของยาสีฟันดอกบัวคู่ ::