ข่าวร้ายต้องแจ้ง .. ปุ๋ยเคมี แอบขึ้นราคา อ้างภัยสงคราม

น้อยคนจะรู้ว่า ปุ๋ยเคมีที่เกษตรกรใช้ นำเข้าจากตะวันออกกลาง แต่สงครามเมกา อิหร่านเพิ่งเกิด
ทำไมปรับขึ้นราคาไวจัง แบบนี้ซ้ำเติมชาวไร่ชาวสวน เพิ่มไปอีก ครับ เพี้ยนเผือกศึกษา

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

พาณิชย์ มั่นใจปุ๋ยใช้ในประเทศพอ 6 เดือน รอนำเข้าอีก 1 แสนตัน หากวิกฤตมีแผนสำรอง

         กรมการค้าภายใน ติดตามสถานการณ์ราคา-ปริมาณปุ๋ยภายในประเทศอย่างใกลชิด จากเหตุวิกฤต
ตะวันออกกลาง กระทบต่อการขนส่ง ราคาน้ำมัน ยอมรับขณะนี้ผลผลิตออกสู่ตลาด ความต้องการปุ๋ยยังไม่สูง
ขณะที่ข้าวนาปรัง อยู่ในช่วงเริ่มเพาะปลูก มั่นใจปริมาณปุ๋ยมีเพียงพอใช้ในประเทศ 6 เดือน หากมีการเปลี่ยนแปลง
อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมใช้ธงเขียวช่วย



สงครามตะวันออกกลางเขย่า "ตลาดปุ๋ยโลก" หลังการส่งออกยูเรียจากภูมิ
ภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งคิดเป็นราว 1 ใน 3 ของตลาดโลกเผชิญความติดขัดจาก
สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ
        ... อ่านเพิ่มเติม : https://moneyandbanking.co.th/2026/229167/


นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยการติดตามสถานการณ์ปุ๋ยและราคาพลังงาน
จากปัญหาความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า ปริมาณปุ๋ยในตลาดเชื่อว่ายังมีปริมาณเพียงพอต่อ
ความต้องการในการเพาะปลูกพืชของเกษตรกร และประกอบกับช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงที่ใส่ปุ๋ย เนื่องจากมีการใช้
และเป็นช่วงที่ผลผลิตออกแล้ว เช่น ผลไม้ ทุเรียน ขณะที่ ข้าวนาปรังก็อยู่ระหว่างของการเพาะปลูกเริ่มต้น
แต่อย่างไรก็ดี กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณอย่างใกล้ชิด


         “ ปกติเราจะนำเข้าแม่ปุ๋ยยูเรียจากต่างประเทศ ใน 2 แหล่งใหญ่ อาทิ ซาอุดีอาระเบีย มาเลเซีย
เและความผันผวนของปริมาณและราคาจะอยู่กับสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมไปถึงเม็ดพลาสติก
แต่ทั้งนี้ ปุ๋ยฟอสเฟส โพแทสเซียม อื่น ๆ ยังคงปกติ ” เพี้ยนส่อง



จากข้อมูลที่กรมติดตามปริมาณสต๊อกปุ๋ยในตลาด พบว่า โดยมีสต็อกคงเหลือ ณ เดือนมกราคม 2569
ประมาณ 1.52 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 0.8 ล้านตัน สำหรับปุ๋ยยูเรียซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก
คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 36% ของการใช้ปุ๋ยทั้งหมด มีปริมาณสต๊อก 0.32 ล้านตัน หรือคิดเป็น 6.5 ล้านกระสอบ


โดยปัจจุบันมีปริมาณเพียงพอรองรับการใช้มากกว่า 2 เดือน นอกจากนี้ยังมีปุ๋ยยูเรียที่ไทยอยู่ระหว่างการนำเข้าจาก
ซาอุดีอาระเบีย ปริมาณรวมประมาณ 100,000 ตัน หรือคิดเป็นปริมาณ 2 ล้านกระสอบ ทำให้ไทยจะมีปุ๋ยยูเรียใช้ใน
ปริมาณ 8.5 ล้านกระสอบ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้ได้ถึงเดือนสิงหาคม 2569



              นอกจากนี้ ไทยยังได้มีช่องทางการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น มาเลเซีย และบรูไน
ซึ่งสามารถนำเข้าได้ปกติ ในส่วนของราคาปุ๋ยที่จำหน่ายในตลาด ที่เป็นปุ๋ยสูตรมีส่วนผสมของยูเรียยังเป็นสต็อกเดิม
ที่จัดหามาก่อนสถานการณ์ปัญหาตะวันออกกลาง ดังนั้น ราคาจำหน่ายในประเทศยังคงอยู่ในระดับเดิม

แต่อย่างไรก็ดี หากสถานกาณ์ยังคงยืดเยื้อ ต้นทุนปุ๋ยเคมีในตลาดโลกมีการปรับเปลี่ยน กรมจะติดตามสถานกาณ์
และโครงสร้างราคาอย่างใกล้ชิดและให้เป็นไปตามโครงสร้างต้นทุนจริง โดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อเกษตรกรน้อยที่สุด


           “ หากสถานการณ์ตะวันออก​กลาง​ยังไม่คลี่คลาย ภาครัฐยังมั่นใจว่าสามารถจัดหาปุ๋ยจากแหล่งนำเข้าอื่นเพิ่มเติม
ได้อย่าง​มาเลเซีย​ที่​มีการ​ผลิตปุ๋ย​ชนิด​นี้ นอกจากนี้ ยังมั่นใจว่าสถานการณ์ราคาปุ๋ยในตอนนี้ยังคงอยู่ภาวะปกติจนถึง
เดือนพฤษภาคม แต่หลังจากนั้นก็ต้องติดตามราคาอย่างใกล้ชิด หากมีการปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ กรมพร้อมที่หา
มาตรการเข้ามาช่วยดูแลเกษตรกรใน โครงการธงเขียว เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงราคาปุ๋ยที่ถูก อีกทั้ง กรมก็มีโครงสร้าง
ราคาสินค้าพร้อมที่จะเข้าดูแลหากมีอะไรที่ผิดปกติ ” เพี้ยนสะอื้น


อย่างไรก็ดี กรมก็ยังได้มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์ราคา ปริมาณ และความต้องการ
ปุ๋ยอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินและหามาตรการช่วยเหลือ ส่วนกลุ่มยาฆ่าแมลงนั้นมั่นใจได้ว่าไม่มีปัญหา เนื่องจาก
บางรายงานสินค้าไทยนำเข้าจากจีน ในส่วนของวัตถุดิบปิโตรเคมี เช่น เม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นผลพลอยได้จาก
อุตสาหกรรมปิโตรเลียม (By-product) นั้น เบื้องต้นประเมินว่า​ยังไม่มีปัญหา เนื่องจากประเทศไทยยังมีวัตถุดิบ
จากก๊าซธรรมชาติภายในประเทศที่สามารถใช้ในการผลิตได้

กรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณปุ๋ยอย่างใกล้ชิด และหากพบการจำหน่ายสินค้าในราคาสูง
เกินสมควร หรือการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผล จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิด
ความเป็นธรรมต่อเกษตรกร โดยผู้กระทำความผิดมีโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542
จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ วีไอกับเทคนิค

              ทั้งนี้ หากพี่น้องเกษตรกรหรือประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่
สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและ
ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/economy/news-1974163
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่