ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ซึ่งจะลงมติในวาระที่ 3 วันที่ 27 ก.ย.นี้ มีสิทธิ์
จะกลายเป็นวิบากกรรมสำหรับพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้ เมื่อล่าสุดกลุ่ม
สว.สรรหานำโดย พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม นายสมชาย แสวงการ และนายคำนูณสิทธิสมาน ได้ยื่นเรื่อง
ต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และขอให้
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคร่วมรัฐบาลที่ร่วมเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้
นอกจากขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว ยังให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้
นายสมศักดิ์เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา และสส.พรรค
ร่วมรัฐบาล 310 คน ที่ร่วมลงชื่อในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยุติบทบาทจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยว่าร่างแก้ไข
ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่
กลุ่มสว.สรรหาให้เหตุผลในการยื่นคำร้องว่า กระบวนการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นนี้ไม่ถูกต้องตั้งแต่
การกำหนดวันและเวลาการแปรญัตติ อีกทั้งผู้สงวนคำแปรญัตติ 57 รายถูกตัดสิทธิ์การอภิปราย
ขณะที่พรรคฝ่ายค้านคือประชาธิปัตย์โดย นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
ให้วินิจฉัยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาสว.ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 เช่นกัน โดยทั้งกลุ่มสว.สรรหา
และพรรคประชาธิปัตย์ขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้รัฐสภาลงมติในวาระที่ 3 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญ
จะมีคำวินิจฉัยชี้ขาด
นายวิรัตน์ ย้ำว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้มีเจตนาที่จะทำให้วุฒิสภากลับไปเป็นสภาทาสหรือสภา
ผัวเมียเหมือนในอดีตอันเป็นการทำลายระบบตรวจสอบถ่วงดุลเปิดช่องให้มีการใช้อำนาจโดยมิชอบเอื้อ
ประโยชน์แก่พวกพ้องอันขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68
ทั้งนี้รัฐธรรมนูญมาตรา 68 บัญญัติว่า บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้หรือเพื่อให้ได้มาซึ่ง
อำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้
ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่งผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิ์เสนอ
เรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการ
กระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว
ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้พรรคการเมืองใดเลิกกระทำการตามวรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญ
อาจสั่งยุบพรรคการเมืองดังกล่าวได้
ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคการเมืองตามวรรคสามให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้า
พรรคการเมืองและกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบในขณะที่กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง
เป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งดังกล่าว
เพราะฉะนั้นคงต้องรอลุ้นคำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญซึ่งมีสิทธิ์ที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาสว.อาจ
ตายน้ำตื้น หรือหากเลวร้ายกว่านั้น สส.พรรคร่วมรัฐบาลมีสิทธ์ิตายหมู่ยกก๊วน
ทีมข่าวการเมือง
http://www.naewna.com/creative/69151
ไม่ใช่แค่พรรคร่วมตายหมู่ ประชาธิปไตยประเทศไทยก็ตายสนิทไปพร้อมกันด้วย
เพราะจะกลายเป็นว่า แม้จะมีเสียงข้างมากในรัฐสภา แต่ก็ไม่สามารถใช้สิทธิ
นั้นได้ เพราะดูเหมือนว่า เสียงข้างน้อย สามารถร่วมกับองค์กรอิสระ หยุดยั้ง
และทำลาย เสียงข้างมากได้ เราจะเรียกระบอบนี้ว่าอะไร ดี หากมันเป็นตาม
ที่ "แนวหน้า" เขา ผ่าประเด็นร้อน มาให้อ่านกัน
วิบากกรรมแก้รธน.ติดหล่ม พรรคร่วมมีสิทธิ์ตายหมู่ ..... ผ่าประเด็นร้อน ... แนวหน้าออนไลน์
จะกลายเป็นวิบากกรรมสำหรับพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้ เมื่อล่าสุดกลุ่ม
สว.สรรหานำโดย พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม นายสมชาย แสวงการ และนายคำนูณสิทธิสมาน ได้ยื่นเรื่อง
ต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และขอให้
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคร่วมรัฐบาลที่ร่วมเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้
นอกจากขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว ยังให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้
นายสมศักดิ์เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา และสส.พรรค
ร่วมรัฐบาล 310 คน ที่ร่วมลงชื่อในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยุติบทบาทจนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัยว่าร่างแก้ไข
ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่
กลุ่มสว.สรรหาให้เหตุผลในการยื่นคำร้องว่า กระบวนการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นนี้ไม่ถูกต้องตั้งแต่
การกำหนดวันและเวลาการแปรญัตติ อีกทั้งผู้สงวนคำแปรญัตติ 57 รายถูกตัดสิทธิ์การอภิปราย
ขณะที่พรรคฝ่ายค้านคือประชาธิปัตย์โดย นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สส.สงขลา ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
ให้วินิจฉัยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาสว.ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 เช่นกัน โดยทั้งกลุ่มสว.สรรหา
และพรรคประชาธิปัตย์ขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวไม่ให้รัฐสภาลงมติในวาระที่ 3 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญ
จะมีคำวินิจฉัยชี้ขาด
นายวิรัตน์ ย้ำว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้มีเจตนาที่จะทำให้วุฒิสภากลับไปเป็นสภาทาสหรือสภา
ผัวเมียเหมือนในอดีตอันเป็นการทำลายระบบตรวจสอบถ่วงดุลเปิดช่องให้มีการใช้อำนาจโดยมิชอบเอื้อ
ประโยชน์แก่พวกพ้องอันขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68
ทั้งนี้รัฐธรรมนูญมาตรา 68 บัญญัติว่า บุคคลจะใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญเพื่อล้มล้างการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้หรือเพื่อให้ได้มาซึ่ง
อำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้มิได้
ในกรณีที่บุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทำการตามวรรคหนึ่งผู้ทราบการกระทำดังกล่าวย่อมมีสิทธิ์เสนอ
เรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการ
กระทำดังกล่าว แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำการดังกล่าว
ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้พรรคการเมืองใดเลิกกระทำการตามวรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญ
อาจสั่งยุบพรรคการเมืองดังกล่าวได้
ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคการเมืองตามวรรคสามให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้า
พรรคการเมืองและกรรมการบริหารของพรรคการเมืองที่ถูกยุบในขณะที่กระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง
เป็นระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งดังกล่าว
เพราะฉะนั้นคงต้องรอลุ้นคำวินิจฉัยของรัฐธรรมนูญซึ่งมีสิทธิ์ที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาสว.อาจ
ตายน้ำตื้น หรือหากเลวร้ายกว่านั้น สส.พรรคร่วมรัฐบาลมีสิทธ์ิตายหมู่ยกก๊วน
ทีมข่าวการเมือง
http://www.naewna.com/creative/69151
ไม่ใช่แค่พรรคร่วมตายหมู่ ประชาธิปไตยประเทศไทยก็ตายสนิทไปพร้อมกันด้วย
เพราะจะกลายเป็นว่า แม้จะมีเสียงข้างมากในรัฐสภา แต่ก็ไม่สามารถใช้สิทธิ
นั้นได้ เพราะดูเหมือนว่า เสียงข้างน้อย สามารถร่วมกับองค์กรอิสระ หยุดยั้ง
และทำลาย เสียงข้างมากได้ เราจะเรียกระบอบนี้ว่าอะไร ดี หากมันเป็นตาม
ที่ "แนวหน้า" เขา ผ่าประเด็นร้อน มาให้อ่านกัน