เห็นบ่นกันจัง ถามกันจัง ทำไมญี่ปุ่นเจริญ คนมีวินัย โน่นนี่นั่น ฯลฯ บลาๆๆ
ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตส่วนตัว ( ไม่มีงานวิชาการที่ไหนรองรับ ) จากการเสพสื่อบางประเภทนะครับ
------------------------------------
"ตะปูตั้งอยู่บนพื้น โผล่ด้านแหลมชี้ฟ้าอยู่แท้ๆ แต่ตัวเราก็ยังดันไปเหยียบเข้าได้ นี่ย่อมแสดงว่าสายตาของเรายังไม่ละเอียดรอบคอบพอ และสติ - จิตใจของเราก็ยังดูแลไม่ครอบคลุมไปทั่วร่างกายตลอดเวลา นอกจากนี้การที่ตัวเราเหยียบตะปูอย่างแรงจนตะปูตำทะลุรองเท้า แทงลึกเข้าไปในฝ่าเท้าเป็นบาดแผลได้ ก็แสดงว่าร่างกายของเรายังขาดความคล่องแคล่วว่องไวเพียงพอ เพราะถ้าหากร่างกายของเรามีประสาทที่รวดเร็วฉับไวจริง ในตอนที่พื้นรองเท้ากำลังจะกระทบกับตัวตะปู ตัวเราน่าจะรู้ตัวได้ก่อนแล้ว"
จากนิยายเรื่อง
"มิยาโมโต้ มูซาชิ" ( Yoshikawa Eiji : เขียน , สุวินัย ภรณวลัย : แปลและเรียบเรียง )
-------------------------------------
เห็นอะไรไหมครับ?
ยอมรับว่าไม่เคยสัมผัสกับคนญี่ปุ่นหรอก แต่หลายปีที่ผ่านมา เมื่อถามคนที่เคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสังคมญี่ปุ่น ก็มักจะมองคนญี่ปุ่นเป็นไปในแบบบทข้างต้นที่ผมยกมานี้
นั่นคือ
"โทษตัวเองก่อน ไม่ปัดความรับผิดชอบให้คนหรือสิ่งอื่น"
อันที่จริง การโยนความผิดไปให้คนอื่นหรือสิ่งอื่น ไม่ใช่เรื่องแปลก ในทางจิตวิทยามันคือ
"กลไกการปกป้องตนเอง" อย่างหนึ่งของมนุษย์ ซึ่งเราจะเห็นพฤติกรรมลักษณะนี้ได้ทั่วไป ไม่จำกัดเฉพาะชนชาติใดชนชาติหนึ่งเท่านั้น
แต่มนุษย์ก็มีคำว่า
"ค่านิยมหลัก" ( Core Value ) อันหมายถึงสิ่งที่สังคมหนึ่งๆ มองว่าเป็นอุดมคติ เป็นบุคลิกภาพที่คนในสังคมนั้นๆ ปรารถนา มุ่งหวังจะไปให้ถึง รวมถึงให้ความคาดหวังว่าคนอื่นๆ ในสังคมเดียวกัน จะประพฤติปฏิบัติตนแบบนั้นด้วย
ทีนี้ที่มันไม่ปกติ เพราะค่านิยมหลักของสังคมญี่ปุ่น ดันเป็นค่านิยมที่
"ปฏิเสธกลไกการปกป้องตนเอง" ที่เป็นธรรมชาิติของคนเรา ตรงกันข้าม กลับมุ่งเน้นที่จะลงโทษตนเองก่อนเป็นสิ่งแรก ( ซามูไรคว้านท้อง ยากุซ่าตัดนิ้ว ฯลฯ ) ซึ่งสังคมอื่นๆ ไม่น่าจะมีแบบนี้ หรือถึงมีก็คงไม่เข้มข้นได้เท่านี้
มันเลยมีปรากฏการณ์แปลกๆ ประเภทคำพังเพยของนักเลงโบราณ ประมาณว่า
"อดอย่างเสือ ดีกว่าอิ่มอย่างหมา" ดังที่เราเห็นตอนสึนามิปี 2011 พร้อมๆ กับความหวาดกลัวกัมมันตภาพรังสีรั่วไหลจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิม่า
แทนที่จะเิกิดการจลาจลแย่งสิ่งของ ตรงกันข้าม กลับต่อแถวเ้ข้าคิว รับของกันอย่างเป็นระเบียบมาก
( แม้แต่ประเทศมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลกอย่างสหรัฐอเมริกา ก็ยัง
"ทึ่ง" กับปรากฏการณ์ดังกล่าว เพราะตอนไต้ฝุ่นแคทรินาถล่ม กองทัพสหรัฐฯ ต้องออกมาควบคุมสถานการณ์ ไม่ให้เกิดภาวะจลาจล )
-------------------------------------
ประเด็นต่อมา
ไม่รู้ว่ามีใครสังเกต
"การ์ตูนสายหลัก" ของเด็กผู้ชาย ( ประเภทต่อสู้ - ผจญภัย ทั้งแบบที่เป็น Realistic คือสู้กันแบบนักเลง - ใช้หมัดๆ มวยๆ ไม่มีความเวอร์ และแบบที่เป็น Fantasy คือพวกที่มีการปล่อยพลัง ใช้ท่าที่มันเวอร์ๆ ทั้งหลาย ) เหมือนอย่างผมไหม?
สื่อบันเทิงพวกนี้ บทจะแบ่งตัวร้ายไว้ 2 กลุ่ม
กลุ่มแรกเป็นพวกโลภมาก อยากได้เงิน อำนาจ ยศฐาบรรดาศักดิ์ ( แต่ไม่มีอุดมการณ์อะไร )
อีกกลุ่ม อยากได้อำนาจเหมือนกัน แต่จะเอาอำนาจไปทำตามอุดมการณ์สุดโต่งของตน ( Ex. เห็นความโสมมของสังคมมนุษย์ ก็เลยอยากทำลายโลกทิ้ง , อยากแก้แค้นสังคมที่ทำกับตนตอนที่ยังอ่อนแอไว้รุนแรงมาก , เห็นความขัดแย้งมากมายระหว่างกลุ่มหรือประเทศต่างๆ ก็เลยมุ่งจะเป็นใหญ่ เป็นเผด็จการผู้เดียวเพราะเชื่อว่าถ้าไม่มีก๊กต่างๆ มากมาย แผ่นดินหรือโลกจะสงบสุข ฯลฯ )
สังเกตกันไหมครับ? พวกตัวร้ายกลุ่มแรก พอตอนจะตาย บทจะให้ตายแบบทุเรศมากๆ ( กลัว , ร้องขอชีวิต , เล่นสกปรกตุกติก ฯลฯ )
ตรงกันข้าม พวกตัวร้ายกลุ่มหลัง ถูกพวกพระเอกปราบได้จริง แต่มักจะตายแบบเท่ๆ ( ยืนรับพลัง ร่างสลายไปพร้อมๆ กับรอยยิ้ม , ตายในอ้อมกอดใครสักคนที่ัตัวเองหลงรักหรือมีความรู้สึกที่ดีด้วย , ได้รับการยอมรับนับถือจากพวกพระเอก ฯลฯ )
ที่สำคัญ บทของตัวร้ายกลุ่มหลัง มักจะปูพื้น ที่มาที่ไปไว้อย่างกินใจมากๆ
อย่าหาว่าผมคิดไปไกลนะครับ ผมว่ามันเป็นการปลูกฝังให้คนญี่ปุ่น
"ศรัทธาในหนทางของตนจนวาระสุดท้าย" จริงๆ แม้สุดท้ายจะต้องตาย แต่ยอมตายไปกับความเชื่อของตน ดีกว่ายอมแพ้
( ตายอย่างมีเกียรติ ดีกว่าอยู่อย่างไร้เกียรติ? )
-------------------------------------
อีกประเด็นหนึ่งที่สังเกตเห็น
ค่านิยมของสังคมญี่ปุ่น น่าจะให้ความสำคัญกับ
"คนที่พยายามสู้ แม้จะไม่มีพลัง และรู้ทั้งรู้ว่าสู้ไม่ไ้ด้"
เช่นเคย การ์ตูนสายหลักแทบทุกเรื่อง จะต้องมีตัวละครประเภท..มันไม่เก่งอะไรสักอย่าง ไม่มีพรสวรรค์ ไม่มีสายเลือดในตำนาน ฯลฯ
แต่ตัวละครพวกนี้ ถึงเจอศัตรูที่เก่งกว่ามากๆ รู้ละว่าอาจต้องตายแน่ๆ ฝีมือห่างเกินไป แต่ก็ยังฝืนเข้าไปสู้ ตัวเองตายก็มี ไม่ตายก็มี ( ถ่วงเวลาให้พระเอกรักษาหาย , รวมพลัง , ฝึกเคล็ดวิชาขั้นสุดยอด ฯลฯ )
ในทางตรงข้าม คนอ่อนแอเหมือนกัน แต่ถ้าไม่คิดจะต่อสู้ ( ชนิดที่ยินดีเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ) ก็จะไม่ได้รับการยอมรับ
( ตรงนี้เคยมีเซียนมวยตั้งข้อสังเกตเหมือนกัน..นักมวยของญี่ปุ่น ไม่ยอมแพ้ทั้งที่โดนคู่ต่อสู้ชกจนไม่มีแรงจะตั้งการ์ดแล้ว จนคนดูเองนี่แหละ กลัวว่าเขาจะตายคาเวที )
------------------------------------
เห็นอะไรไหมครับ?
สังคมญี่ปุ่นเขากล่อมเกลาคนแบบนี้จริงๆ
ถ้าเป็นละคร Series สำหรับผู้ใหญ่หรือเด็กโตหน่อย จะเน้นเรื่องที่มัน Realistic ประเภทการทำงานหนัก ใส่ใจในรายละเอียดของงาน
แต่ถ้าเป็นการ์ตูน หรือสื่อบันเทิงของเด็กโตหรือวัยรุ่น จะเน้นอะไรที่เป็นคุณค่าเชิงนามธรรม ประเภท
"สู้ตาย ยืนหยัดในหนทางของตน"
( ซึ่งเราจะไม่มีวันได้เห็นกระบวนการแบบในนี้ในสังคมไทย เพราะคุณค่าหลักหรือ Core Value ของเรา ไม่ได้เข้มข้นแบบเขา )
--------------------------------
ทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้โปรญี่ปุ่นนะครับ ตรงกันข้าม ผมไม่สามารถใช้ชีวิตในลักษณะนั้นได้ด้วย
อ่านมูซาชิจบไป 2 รอบ สมัยที่ซื้อมาใหม่ๆ เคยลองพยายามใช้ชีวิตแบบนั้น คือเวลาไปไหนเราจะพยายามมีสติ หูตาไว ระวังตัว และใส่ใจรายละเอียดของทุกๆ เรื่องตลอดเวลา พอมีอะไรผิดพลาดเราจะโทษตัวเองก่อน ยังไม่พาดพิงคนหรือสิ่งอื่น ปรากฏว่าอยู่ได้ไม่เกิน 2 อาทิตย์ กลับมาชิลๆ ขี้เกียจ เปื่อยๆ เหมือนเดิมดีกว่า 

( ไม่รู้ว่าคนญี่ปุ่นเขาทนใช้ชีวิตในค่านิยมแบบนั้นได้ยังไง? )
แต่ที่เขียนกระทู้นี้ขึ้นมา แค่ต้องการให้เห็นครับ ว่าสังคมที่โน่นเขาสอนอะไร ยึดถืออะไร
แล้วลองมองสังคมไทย ว่าเราเคยสอนอะไรแบบนี้กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ในระดับที่ยกขึ้นเป็น Core Value ของสังคมหรือเปล่า?
ถ้าคำตอบคือไม่..ผมว่าเราอยู่แบบของเราดีแล้วครับ อย่าไปโหยหาความเป็นญี่ปุ่นเลย
( เพราะสังคมแบบนั้น เราคนนอกมองว่าเท่ แต่อีกด้าน มันเครียดมากนะเออ ญี่ปุ่นติด 1 ใน 10 ประเทศที่คนฆ่าตัวตายมากที่สุดในโลกนะครับ )
ปล.ขอถ่ายข้อความในหนังสือ ทั้งบทที่ว่า และเจตนารมณ์ของผู้เขียนนิยายเรื่องดังกล่าว มาลงด้วยนะครับ
อยากเป็นอย่าง "ญี่ปุ่น" แล้ว "คนไทย" ทำอย่างเขาได้ไหม?
ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตส่วนตัว ( ไม่มีงานวิชาการที่ไหนรองรับ ) จากการเสพสื่อบางประเภทนะครับ
------------------------------------
"ตะปูตั้งอยู่บนพื้น โผล่ด้านแหลมชี้ฟ้าอยู่แท้ๆ แต่ตัวเราก็ยังดันไปเหยียบเข้าได้ นี่ย่อมแสดงว่าสายตาของเรายังไม่ละเอียดรอบคอบพอ และสติ - จิตใจของเราก็ยังดูแลไม่ครอบคลุมไปทั่วร่างกายตลอดเวลา นอกจากนี้การที่ตัวเราเหยียบตะปูอย่างแรงจนตะปูตำทะลุรองเท้า แทงลึกเข้าไปในฝ่าเท้าเป็นบาดแผลได้ ก็แสดงว่าร่างกายของเรายังขาดความคล่องแคล่วว่องไวเพียงพอ เพราะถ้าหากร่างกายของเรามีประสาทที่รวดเร็วฉับไวจริง ในตอนที่พื้นรองเท้ากำลังจะกระทบกับตัวตะปู ตัวเราน่าจะรู้ตัวได้ก่อนแล้ว"
จากนิยายเรื่อง "มิยาโมโต้ มูซาชิ" ( Yoshikawa Eiji : เขียน , สุวินัย ภรณวลัย : แปลและเรียบเรียง )
-------------------------------------
เห็นอะไรไหมครับ?
ยอมรับว่าไม่เคยสัมผัสกับคนญี่ปุ่นหรอก แต่หลายปีที่ผ่านมา เมื่อถามคนที่เคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสังคมญี่ปุ่น ก็มักจะมองคนญี่ปุ่นเป็นไปในแบบบทข้างต้นที่ผมยกมานี้
นั่นคือ "โทษตัวเองก่อน ไม่ปัดความรับผิดชอบให้คนหรือสิ่งอื่น"
อันที่จริง การโยนความผิดไปให้คนอื่นหรือสิ่งอื่น ไม่ใช่เรื่องแปลก ในทางจิตวิทยามันคือ "กลไกการปกป้องตนเอง" อย่างหนึ่งของมนุษย์ ซึ่งเราจะเห็นพฤติกรรมลักษณะนี้ได้ทั่วไป ไม่จำกัดเฉพาะชนชาติใดชนชาติหนึ่งเท่านั้น
แต่มนุษย์ก็มีคำว่า "ค่านิยมหลัก" ( Core Value ) อันหมายถึงสิ่งที่สังคมหนึ่งๆ มองว่าเป็นอุดมคติ เป็นบุคลิกภาพที่คนในสังคมนั้นๆ ปรารถนา มุ่งหวังจะไปให้ถึง รวมถึงให้ความคาดหวังว่าคนอื่นๆ ในสังคมเดียวกัน จะประพฤติปฏิบัติตนแบบนั้นด้วย
ทีนี้ที่มันไม่ปกติ เพราะค่านิยมหลักของสังคมญี่ปุ่น ดันเป็นค่านิยมที่ "ปฏิเสธกลไกการปกป้องตนเอง" ที่เป็นธรรมชาิติของคนเรา ตรงกันข้าม กลับมุ่งเน้นที่จะลงโทษตนเองก่อนเป็นสิ่งแรก ( ซามูไรคว้านท้อง ยากุซ่าตัดนิ้ว ฯลฯ ) ซึ่งสังคมอื่นๆ ไม่น่าจะมีแบบนี้ หรือถึงมีก็คงไม่เข้มข้นได้เท่านี้
มันเลยมีปรากฏการณ์แปลกๆ ประเภทคำพังเพยของนักเลงโบราณ ประมาณว่า "อดอย่างเสือ ดีกว่าอิ่มอย่างหมา" ดังที่เราเห็นตอนสึนามิปี 2011 พร้อมๆ กับความหวาดกลัวกัมมันตภาพรังสีรั่วไหลจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิม่า
แทนที่จะเิกิดการจลาจลแย่งสิ่งของ ตรงกันข้าม กลับต่อแถวเ้ข้าคิว รับของกันอย่างเป็นระเบียบมาก
( แม้แต่ประเทศมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลกอย่างสหรัฐอเมริกา ก็ยัง "ทึ่ง" กับปรากฏการณ์ดังกล่าว เพราะตอนไต้ฝุ่นแคทรินาถล่ม กองทัพสหรัฐฯ ต้องออกมาควบคุมสถานการณ์ ไม่ให้เกิดภาวะจลาจล )
-------------------------------------
ประเด็นต่อมา
ไม่รู้ว่ามีใครสังเกต "การ์ตูนสายหลัก" ของเด็กผู้ชาย ( ประเภทต่อสู้ - ผจญภัย ทั้งแบบที่เป็น Realistic คือสู้กันแบบนักเลง - ใช้หมัดๆ มวยๆ ไม่มีความเวอร์ และแบบที่เป็น Fantasy คือพวกที่มีการปล่อยพลัง ใช้ท่าที่มันเวอร์ๆ ทั้งหลาย ) เหมือนอย่างผมไหม?
สื่อบันเทิงพวกนี้ บทจะแบ่งตัวร้ายไว้ 2 กลุ่ม
กลุ่มแรกเป็นพวกโลภมาก อยากได้เงิน อำนาจ ยศฐาบรรดาศักดิ์ ( แต่ไม่มีอุดมการณ์อะไร )
อีกกลุ่ม อยากได้อำนาจเหมือนกัน แต่จะเอาอำนาจไปทำตามอุดมการณ์สุดโต่งของตน ( Ex. เห็นความโสมมของสังคมมนุษย์ ก็เลยอยากทำลายโลกทิ้ง , อยากแก้แค้นสังคมที่ทำกับตนตอนที่ยังอ่อนแอไว้รุนแรงมาก , เห็นความขัดแย้งมากมายระหว่างกลุ่มหรือประเทศต่างๆ ก็เลยมุ่งจะเป็นใหญ่ เป็นเผด็จการผู้เดียวเพราะเชื่อว่าถ้าไม่มีก๊กต่างๆ มากมาย แผ่นดินหรือโลกจะสงบสุข ฯลฯ )
สังเกตกันไหมครับ? พวกตัวร้ายกลุ่มแรก พอตอนจะตาย บทจะให้ตายแบบทุเรศมากๆ ( กลัว , ร้องขอชีวิต , เล่นสกปรกตุกติก ฯลฯ )
ตรงกันข้าม พวกตัวร้ายกลุ่มหลัง ถูกพวกพระเอกปราบได้จริง แต่มักจะตายแบบเท่ๆ ( ยืนรับพลัง ร่างสลายไปพร้อมๆ กับรอยยิ้ม , ตายในอ้อมกอดใครสักคนที่ัตัวเองหลงรักหรือมีความรู้สึกที่ดีด้วย , ได้รับการยอมรับนับถือจากพวกพระเอก ฯลฯ )
ที่สำคัญ บทของตัวร้ายกลุ่มหลัง มักจะปูพื้น ที่มาที่ไปไว้อย่างกินใจมากๆ
อย่าหาว่าผมคิดไปไกลนะครับ ผมว่ามันเป็นการปลูกฝังให้คนญี่ปุ่น "ศรัทธาในหนทางของตนจนวาระสุดท้าย" จริงๆ แม้สุดท้ายจะต้องตาย แต่ยอมตายไปกับความเชื่อของตน ดีกว่ายอมแพ้ ( ตายอย่างมีเกียรติ ดีกว่าอยู่อย่างไร้เกียรติ? )
-------------------------------------
อีกประเด็นหนึ่งที่สังเกตเห็น
ค่านิยมของสังคมญี่ปุ่น น่าจะให้ความสำคัญกับ "คนที่พยายามสู้ แม้จะไม่มีพลัง และรู้ทั้งรู้ว่าสู้ไม่ไ้ด้"
เช่นเคย การ์ตูนสายหลักแทบทุกเรื่อง จะต้องมีตัวละครประเภท..มันไม่เก่งอะไรสักอย่าง ไม่มีพรสวรรค์ ไม่มีสายเลือดในตำนาน ฯลฯ
แต่ตัวละครพวกนี้ ถึงเจอศัตรูที่เก่งกว่ามากๆ รู้ละว่าอาจต้องตายแน่ๆ ฝีมือห่างเกินไป แต่ก็ยังฝืนเข้าไปสู้ ตัวเองตายก็มี ไม่ตายก็มี ( ถ่วงเวลาให้พระเอกรักษาหาย , รวมพลัง , ฝึกเคล็ดวิชาขั้นสุดยอด ฯลฯ )
ในทางตรงข้าม คนอ่อนแอเหมือนกัน แต่ถ้าไม่คิดจะต่อสู้ ( ชนิดที่ยินดีเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ) ก็จะไม่ได้รับการยอมรับ
( ตรงนี้เคยมีเซียนมวยตั้งข้อสังเกตเหมือนกัน..นักมวยของญี่ปุ่น ไม่ยอมแพ้ทั้งที่โดนคู่ต่อสู้ชกจนไม่มีแรงจะตั้งการ์ดแล้ว จนคนดูเองนี่แหละ กลัวว่าเขาจะตายคาเวที )
------------------------------------
เห็นอะไรไหมครับ?
สังคมญี่ปุ่นเขากล่อมเกลาคนแบบนี้จริงๆ
ถ้าเป็นละคร Series สำหรับผู้ใหญ่หรือเด็กโตหน่อย จะเน้นเรื่องที่มัน Realistic ประเภทการทำงานหนัก ใส่ใจในรายละเอียดของงาน
แต่ถ้าเป็นการ์ตูน หรือสื่อบันเทิงของเด็กโตหรือวัยรุ่น จะเน้นอะไรที่เป็นคุณค่าเชิงนามธรรม ประเภท "สู้ตาย ยืนหยัดในหนทางของตน"
( ซึ่งเราจะไม่มีวันได้เห็นกระบวนการแบบในนี้ในสังคมไทย เพราะคุณค่าหลักหรือ Core Value ของเรา ไม่ได้เข้มข้นแบบเขา )
--------------------------------
ทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้โปรญี่ปุ่นนะครับ ตรงกันข้าม ผมไม่สามารถใช้ชีวิตในลักษณะนั้นได้ด้วย
อ่านมูซาชิจบไป 2 รอบ สมัยที่ซื้อมาใหม่ๆ เคยลองพยายามใช้ชีวิตแบบนั้น คือเวลาไปไหนเราจะพยายามมีสติ หูตาไว ระวังตัว และใส่ใจรายละเอียดของทุกๆ เรื่องตลอดเวลา พอมีอะไรผิดพลาดเราจะโทษตัวเองก่อน ยังไม่พาดพิงคนหรือสิ่งอื่น ปรากฏว่าอยู่ได้ไม่เกิน 2 อาทิตย์ กลับมาชิลๆ ขี้เกียจ เปื่อยๆ เหมือนเดิมดีกว่า
( ไม่รู้ว่าคนญี่ปุ่นเขาทนใช้ชีวิตในค่านิยมแบบนั้นได้ยังไง? )
แต่ที่เขียนกระทู้นี้ขึ้นมา แค่ต้องการให้เห็นครับ ว่าสังคมที่โน่นเขาสอนอะไร ยึดถืออะไร
แล้วลองมองสังคมไทย ว่าเราเคยสอนอะไรแบบนี้กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ในระดับที่ยกขึ้นเป็น Core Value ของสังคมหรือเปล่า?
ถ้าคำตอบคือไม่..ผมว่าเราอยู่แบบของเราดีแล้วครับ อย่าไปโหยหาความเป็นญี่ปุ่นเลย
( เพราะสังคมแบบนั้น เราคนนอกมองว่าเท่ แต่อีกด้าน มันเครียดมากนะเออ ญี่ปุ่นติด 1 ใน 10 ประเทศที่คนฆ่าตัวตายมากที่สุดในโลกนะครับ )
ปล.ขอถ่ายข้อความในหนังสือ ทั้งบทที่ว่า และเจตนารมณ์ของผู้เขียนนิยายเรื่องดังกล่าว มาลงด้วยนะครับ