สวัสดีชาวพันทิปทั้งหลายค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกเลยที่จะมารีวิวเกี่ยวกับอลาสก้า ตื่นเต้นอ่ะ ผิดพลาดประการใด ขออภัยค่ะ > <
ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อน จขกท.เป็นเด็กโครงการWork&Travel มีโอกาสได้ไปอยู่อลาสก้ามา4เดือน ที่เมืองAnchorage (ซึ่งถือว่าเจริญที่สุดในอลาสก้าแล้ว) วันที่ไปคือ13มี.ค.-13ก.ค.56 ช่วงที่ไปอลาสก้ากำลังหมดwinterพอดี เปลี่ยนไปเป็นspringไม่กี่อาทิตย์ และกลายเป็นsummerที่มีกลางคืนแค่2-3ชม.เท่านั้น (เท่ากับได้อยู่3ฤดูเลยทีเดียว)
กระทู้แรกนี้ตั้งใจมารีวิวเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนไปอลาสก้าค่ะ (เห็นเด็กหลายคนมาตั้งกระทู้เกี่ยวกับW&Tที่AKกัน) เลยจะเอาประสบการณ์มาแชร์ค่ะ
ก่อนอื่นเลย เราต้องดูว่าเราไปช่วงเดือนอะไร เป็นฤดูอะไรของบ้านเค้า เพราะถ้าไปในช่วงSummerนั้น ไม่หนาวอย่างที่คิดค่ะ ไม่มีหิมะไปหลายเมืองเลยทีเดียว เพราะแดดแรง (แต่ลมก็แรงมากเหมือนกัน) 5555
สิ่งแรกที่เราควรนำติดตัวขึ้นเครื่องเลย นั่นคือเสื้อขนเป็ดค่ะ!!!
มันคือเสื้อช่วยชีวิตจขกท.ตอนไปอยู่ช่วง2เดือนแรก ไม่งั้นหนาวจนแสบท้องเลย เสื้อขนเป็ดก็มีหลายประเภท หลายยี่ห้อ ประโยชน์คือกันทั้งอากาศหนาว กันทั้งลมค่ะ โดยส่วนตัวขอเกริ่นก่อนเลยว่านี่ไม่ได้จะมาโฆษณาแต่อย่างใด แต่ซื้อมาใช้แล้วของเค้าดีจริงๆค่ะ เอาอยู่ทุกสถานการณ์ เลยอยากบอกต่อ นั่นคือเสื้อขนเป็ดของUniqloค่ะ (จากที่จขกท.และบรรดาเพื่อนๆใช้มา สามารถใช้เสื้อขนเป็ดได้ทั้งหนาและบางค่ะ มีหลายแบบ ลองเลือกเอาตามความชอบ) หรือบางคนจะหิ้วเสื้อโค้ชไปก็ได้ค่ะ แต่มันจะหนักและอุ่นน้อยกว่า แต่ถือว่าเอาอยู่เหมือนกันค่ะ
สิ่งต่อมาที่หลายคนอาจจะกังวลคือรองเท้า
รองเท้านั้นขอแนะนำให้ไปซื้อที่นู่นค่ะ เพราะทั้งคุณภาพที่ดีมากและราคาที่ถูกมากๆ หาซื้อได้ตามWalmartหรือห้างทั่วไปค่ะ ขาไปก็ใส่พวกผ้าใบที่ดีๆหน่อยไปก่อน ถุงเท้านี่ควรซื้อแบบหนาๆเลยค่ะ ไม่งั้นเดินท่ามกลางหิมะอาจเกิดอาการตะคริวกิน หรือแสบเท้า เท้าชากันเลย (ตอนจขกท. ใส่ถุงเท้าแบบหนาๆ2-3ชั้นเลย ไม่งั้นมันเย็นจนปวดฝ่าเท้าค่ะ เพราะต้องเดินย่ำหิมะไกลเวลาไปทำงาน) รองเท้าก็มีอยู่2ประเภทค่ะที่ใช้อยู่
ประเภทแรก: รองเท้าแบบลุย adventure เลย หน้าตาดูแข็งแรง ทนทาน เวลาเดินแล้วมันไม่ลื่นค่ะ (เพราะวันแรกใส่ผ้าใบธรรมดาเดินลุยหิมะตามทางเดินนี่ ลื่นจะล้มไปหลายครั้งเลยค่ะ ต้องค่อยๆก้าวช้าๆ ลื่นมากกกกก)
ประเภทสอง: รองเท้าบู๊ท เหมาะสำหรับหิมะสูงๆ ที่ต้องเดินย่ำ ไม่งั้นหิมะเข้ารองเท้าค่ะ ละลายทีนี่มันจะเปียกชื้นที่ถุงเท้า คราวนี้หล่ะเย็นจนชาเลย (แนะนำสำหรับคุณผู้หญิงทั้งหลายค่ะ)
อันนี้รองเท้าที่ไปซื้อWalmartที่นู่นค่ะ ราคาแค่$20ถือว่าถูกมากๆและคุณภาพดีสุดๆค่ะ
ต่อมาก็เป็นพวกถุงมือ ผ้าพันคอ และหมวกค่ะ
หมวกนี่แนะนำให้เป็นหมวกไหนพรมที่ปิดถึงหูค่ะ หรือบางคนจะเอาที่ปิดหูแยกไปก็ได้ ตามความชอบค่ะ เพราะอากาศหนาวมันแสบใบหูค่ะ เหมือนหูจะขาด T^T
ผ้าพันคอเป็นอีกอย่างที่รู้สึกจำเป็นค่ะ หรือผ้าปิดปากก็ได้ เพราะเราจะแสบจมูกและหนาวคอมากเวลาโดนลมหนาวๆพัดมา เหมือนโดนกรีดเลยในความรู้สึก +__=
ถุงมือนี่แล้วแต่ความชอบเลยค่ะ ถุงมือแบบผ้าจะใส่ง่ายและสะดวกในการหยิบจับ แต่เวลาไปจับหิมะนี่ถุงมือจะชื้นและรู้สึกเปียกค่ะ ส่วนถุงมือแบบหนัง(ที่มีขนนุ่มข้างใน)ก็จะอุ่นกว่าเยอะ แต่เวลาใส่จะแน่นๆมือกำไม่ค่อยได้ แต่เวลาจับหิมะเล่นนี่ไม่เปียกเลย ดีมากๆค่ะ
เสื้อลองจอน
ขอบอกว่าใครไม่ใส่นี่ เย็นยะเยือกไปถึงไส้ติ่งแน่ค่ะ 55555 มีทั้งแบบหนาและแบบบาง จะใส่แค่เสื้อหรือจะใส่ทั้งเสื้อและกางเกงก็แล้วแต่คนค่ะ เสื้อลองจอนมันจะแนบกับผิวเราและทำให้ร่างกายอุ่น หลังจากนั้นใครจะใส่อีกกี่ชั้นก็ตามใจค่ะ แหล่งซื้อก็มีตั้งแต่ในห้างยันแพทตินั่มค่ะ ราคาไม่แพง แล้วแต่เราจะเลือกเลย
สเตร็ปซิลและยาแก้ไอน้ำดำตราเสือดาว
มันคือยาช่วยชีวิตจขกท.และเพื่อนค่ะ เนื่องจากอากาศจะค่อนข้างแห้งเพราะหนาว เลยทำให้คนเมืองร้อนอย่างเราๆเจ็บคอและไอจนหน้าดำหน้าแดงเลย สเตร็ปซิลและยาแก้ไอน้ำดำตราเสือดาวถือว่าเป็นตัวเอกที่ขาดไม่ได้ต้องติดกระเป๋าไว้ตลอด (จะบอกว่าซื้อตุนไปเยอะพอสมควร กิน2คน หมดภายใน1เดือนแรกค่ะ) ถ้าถามว่าทำไมไม่กินยาเม็ดแก้ไอหล่ะ โดยส่วนตัวกินแล้วไม่ค่อยหายค่ะ แล้วไอเจ้ายาแก้ไอน้ำดำตราเสือดาวเนี่ย เวลาคันคอมากๆจิบทีละนิดมันชุ่มคอและช่วยบรรเทาอาการคันคอได้ดีมาก ส่วนสเตร็ปซิลก็เอาไว้อมเรื่อยๆเวลาเจ็บคอ คอแห้ง เพราะที่นู่นถ้าถามหาลูกอมแก้เจ็บคอจะมีเพียงลูกอมฮอลล์ซะส่วนใหญ่และราคาค่อนข้างสูง แต่ก็ช่วยได้ในระดับนึง ควรพกน้ำติดตัวและจิบเรื่อยๆจะดีที่สุดค่ะ
ส่วนพวกเสื้อผ้าอื่นๆแนะนำว่าไม่ต้องเอาไปเยอะค่ะ เปลืองน้ำหนักกระเป๋า เอาแค่พอดี เพราะที่นู่นเวลาซักผ้าก็จะมีเครื่องปั่นผ้า แห้งทันทีค่ะ เสื้อผ้าจึงใส่ซ้ำไปมา (แต่สำหรับสาวๆบางคนที่แฟชั่นจ๋าก็เลือกเอาไปแต่พอดีนะคะ เพราะเอาเข้าจริงๆก็ใส่อยู่ไม่กี่ตัว) พวกโลชั่นก็เน้นพวกmoisturizer ยี่ห้อที่ดีๆก็จะเป็นพวกeucerin, nivea ลิปมันก็ถือว่าสำคัญค่ะ ปากแห้งเลือดซิปนี่ได้ซี๊ดทั้งวันชัวร์ๆ บางคนอาจจะติดร่มคันเล็กๆไปหรือไปซื้อที่นู่นก็ได้ เพราะบางทีก็อาจมีฝนตกปรอยๆเบาๆให้พอไม่สบายอยู่บ้าง
วันนี้ก็ขอจบเพียงเท่านี้ดีกว่า ไว้คราวหน้าว่างๆจะมารีวิวว่าไปเที่ยวไหนมามั่งนะคะ ฮิฮิ
ก็หวังว่ากระทู้นี้จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับหลายๆคนที่กำลังหาข้อมูลกันอยู่ ไม่มากก็น้อยนะคะ
ทิ้งท้ายให้อิจฉาเล่นกับจุดชมวิวที่สูงที่สุดในเมืองAnchorage, Alaska "Flattop Mountain view"
[CR] Alaska ฤดูร้อนนี้.. ฉันหนาว~
ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อน จขกท.เป็นเด็กโครงการWork&Travel มีโอกาสได้ไปอยู่อลาสก้ามา4เดือน ที่เมืองAnchorage (ซึ่งถือว่าเจริญที่สุดในอลาสก้าแล้ว) วันที่ไปคือ13มี.ค.-13ก.ค.56 ช่วงที่ไปอลาสก้ากำลังหมดwinterพอดี เปลี่ยนไปเป็นspringไม่กี่อาทิตย์ และกลายเป็นsummerที่มีกลางคืนแค่2-3ชม.เท่านั้น (เท่ากับได้อยู่3ฤดูเลยทีเดียว)
กระทู้แรกนี้ตั้งใจมารีวิวเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนไปอลาสก้าค่ะ (เห็นเด็กหลายคนมาตั้งกระทู้เกี่ยวกับW&Tที่AKกัน) เลยจะเอาประสบการณ์มาแชร์ค่ะ
ก่อนอื่นเลย เราต้องดูว่าเราไปช่วงเดือนอะไร เป็นฤดูอะไรของบ้านเค้า เพราะถ้าไปในช่วงSummerนั้น ไม่หนาวอย่างที่คิดค่ะ ไม่มีหิมะไปหลายเมืองเลยทีเดียว เพราะแดดแรง (แต่ลมก็แรงมากเหมือนกัน) 5555
สิ่งแรกที่เราควรนำติดตัวขึ้นเครื่องเลย นั่นคือเสื้อขนเป็ดค่ะ!!!
มันคือเสื้อช่วยชีวิตจขกท.ตอนไปอยู่ช่วง2เดือนแรก ไม่งั้นหนาวจนแสบท้องเลย เสื้อขนเป็ดก็มีหลายประเภท หลายยี่ห้อ ประโยชน์คือกันทั้งอากาศหนาว กันทั้งลมค่ะ โดยส่วนตัวขอเกริ่นก่อนเลยว่านี่ไม่ได้จะมาโฆษณาแต่อย่างใด แต่ซื้อมาใช้แล้วของเค้าดีจริงๆค่ะ เอาอยู่ทุกสถานการณ์ เลยอยากบอกต่อ นั่นคือเสื้อขนเป็ดของUniqloค่ะ (จากที่จขกท.และบรรดาเพื่อนๆใช้มา สามารถใช้เสื้อขนเป็ดได้ทั้งหนาและบางค่ะ มีหลายแบบ ลองเลือกเอาตามความชอบ) หรือบางคนจะหิ้วเสื้อโค้ชไปก็ได้ค่ะ แต่มันจะหนักและอุ่นน้อยกว่า แต่ถือว่าเอาอยู่เหมือนกันค่ะ
สิ่งต่อมาที่หลายคนอาจจะกังวลคือรองเท้า
รองเท้านั้นขอแนะนำให้ไปซื้อที่นู่นค่ะ เพราะทั้งคุณภาพที่ดีมากและราคาที่ถูกมากๆ หาซื้อได้ตามWalmartหรือห้างทั่วไปค่ะ ขาไปก็ใส่พวกผ้าใบที่ดีๆหน่อยไปก่อน ถุงเท้านี่ควรซื้อแบบหนาๆเลยค่ะ ไม่งั้นเดินท่ามกลางหิมะอาจเกิดอาการตะคริวกิน หรือแสบเท้า เท้าชากันเลย (ตอนจขกท. ใส่ถุงเท้าแบบหนาๆ2-3ชั้นเลย ไม่งั้นมันเย็นจนปวดฝ่าเท้าค่ะ เพราะต้องเดินย่ำหิมะไกลเวลาไปทำงาน) รองเท้าก็มีอยู่2ประเภทค่ะที่ใช้อยู่
ประเภทแรก: รองเท้าแบบลุย adventure เลย หน้าตาดูแข็งแรง ทนทาน เวลาเดินแล้วมันไม่ลื่นค่ะ (เพราะวันแรกใส่ผ้าใบธรรมดาเดินลุยหิมะตามทางเดินนี่ ลื่นจะล้มไปหลายครั้งเลยค่ะ ต้องค่อยๆก้าวช้าๆ ลื่นมากกกกก)
ประเภทสอง: รองเท้าบู๊ท เหมาะสำหรับหิมะสูงๆ ที่ต้องเดินย่ำ ไม่งั้นหิมะเข้ารองเท้าค่ะ ละลายทีนี่มันจะเปียกชื้นที่ถุงเท้า คราวนี้หล่ะเย็นจนชาเลย (แนะนำสำหรับคุณผู้หญิงทั้งหลายค่ะ)
อันนี้รองเท้าที่ไปซื้อWalmartที่นู่นค่ะ ราคาแค่$20ถือว่าถูกมากๆและคุณภาพดีสุดๆค่ะ
ต่อมาก็เป็นพวกถุงมือ ผ้าพันคอ และหมวกค่ะ
หมวกนี่แนะนำให้เป็นหมวกไหนพรมที่ปิดถึงหูค่ะ หรือบางคนจะเอาที่ปิดหูแยกไปก็ได้ ตามความชอบค่ะ เพราะอากาศหนาวมันแสบใบหูค่ะ เหมือนหูจะขาด T^T
ผ้าพันคอเป็นอีกอย่างที่รู้สึกจำเป็นค่ะ หรือผ้าปิดปากก็ได้ เพราะเราจะแสบจมูกและหนาวคอมากเวลาโดนลมหนาวๆพัดมา เหมือนโดนกรีดเลยในความรู้สึก +__=
ถุงมือนี่แล้วแต่ความชอบเลยค่ะ ถุงมือแบบผ้าจะใส่ง่ายและสะดวกในการหยิบจับ แต่เวลาไปจับหิมะนี่ถุงมือจะชื้นและรู้สึกเปียกค่ะ ส่วนถุงมือแบบหนัง(ที่มีขนนุ่มข้างใน)ก็จะอุ่นกว่าเยอะ แต่เวลาใส่จะแน่นๆมือกำไม่ค่อยได้ แต่เวลาจับหิมะเล่นนี่ไม่เปียกเลย ดีมากๆค่ะ
เสื้อลองจอน
ขอบอกว่าใครไม่ใส่นี่ เย็นยะเยือกไปถึงไส้ติ่งแน่ค่ะ 55555 มีทั้งแบบหนาและแบบบาง จะใส่แค่เสื้อหรือจะใส่ทั้งเสื้อและกางเกงก็แล้วแต่คนค่ะ เสื้อลองจอนมันจะแนบกับผิวเราและทำให้ร่างกายอุ่น หลังจากนั้นใครจะใส่อีกกี่ชั้นก็ตามใจค่ะ แหล่งซื้อก็มีตั้งแต่ในห้างยันแพทตินั่มค่ะ ราคาไม่แพง แล้วแต่เราจะเลือกเลย
สเตร็ปซิลและยาแก้ไอน้ำดำตราเสือดาว
มันคือยาช่วยชีวิตจขกท.และเพื่อนค่ะ เนื่องจากอากาศจะค่อนข้างแห้งเพราะหนาว เลยทำให้คนเมืองร้อนอย่างเราๆเจ็บคอและไอจนหน้าดำหน้าแดงเลย สเตร็ปซิลและยาแก้ไอน้ำดำตราเสือดาวถือว่าเป็นตัวเอกที่ขาดไม่ได้ต้องติดกระเป๋าไว้ตลอด (จะบอกว่าซื้อตุนไปเยอะพอสมควร กิน2คน หมดภายใน1เดือนแรกค่ะ) ถ้าถามว่าทำไมไม่กินยาเม็ดแก้ไอหล่ะ โดยส่วนตัวกินแล้วไม่ค่อยหายค่ะ แล้วไอเจ้ายาแก้ไอน้ำดำตราเสือดาวเนี่ย เวลาคันคอมากๆจิบทีละนิดมันชุ่มคอและช่วยบรรเทาอาการคันคอได้ดีมาก ส่วนสเตร็ปซิลก็เอาไว้อมเรื่อยๆเวลาเจ็บคอ คอแห้ง เพราะที่นู่นถ้าถามหาลูกอมแก้เจ็บคอจะมีเพียงลูกอมฮอลล์ซะส่วนใหญ่และราคาค่อนข้างสูง แต่ก็ช่วยได้ในระดับนึง ควรพกน้ำติดตัวและจิบเรื่อยๆจะดีที่สุดค่ะ
ส่วนพวกเสื้อผ้าอื่นๆแนะนำว่าไม่ต้องเอาไปเยอะค่ะ เปลืองน้ำหนักกระเป๋า เอาแค่พอดี เพราะที่นู่นเวลาซักผ้าก็จะมีเครื่องปั่นผ้า แห้งทันทีค่ะ เสื้อผ้าจึงใส่ซ้ำไปมา (แต่สำหรับสาวๆบางคนที่แฟชั่นจ๋าก็เลือกเอาไปแต่พอดีนะคะ เพราะเอาเข้าจริงๆก็ใส่อยู่ไม่กี่ตัว) พวกโลชั่นก็เน้นพวกmoisturizer ยี่ห้อที่ดีๆก็จะเป็นพวกeucerin, nivea ลิปมันก็ถือว่าสำคัญค่ะ ปากแห้งเลือดซิปนี่ได้ซี๊ดทั้งวันชัวร์ๆ บางคนอาจจะติดร่มคันเล็กๆไปหรือไปซื้อที่นู่นก็ได้ เพราะบางทีก็อาจมีฝนตกปรอยๆเบาๆให้พอไม่สบายอยู่บ้าง
วันนี้ก็ขอจบเพียงเท่านี้ดีกว่า ไว้คราวหน้าว่างๆจะมารีวิวว่าไปเที่ยวไหนมามั่งนะคะ ฮิฮิ
ก็หวังว่ากระทู้นี้จะช่วยสร้างประโยชน์ให้กับหลายๆคนที่กำลังหาข้อมูลกันอยู่ ไม่มากก็น้อยนะคะ
ทิ้งท้ายให้อิจฉาเล่นกับจุดชมวิวที่สูงที่สุดในเมืองAnchorage, Alaska "Flattop Mountain view"