อยากทราบข้อมูล ร้านนั่ง(เหล้า) กลางคืน จากผู้ทำธุรกิจตัวนี้อย่างจริงจัง นะครับ

ครับคือว่า ผมอยากจะทราบ ข้อมูลคร่าวๆ ของร้านนั่งชิล (กินเหล้า) ตอนช่วงหัวคํ่าถึงดึกๆหน่อยนะครับ อาจจะพอใกล้เคียงกับร้านอาหาร ที่กินบรรยกาศ มั้งครับ

สิ่งที่ผมอยากทราบ หลักๆก็คือ

1. คืนเงินลงทุนภายในกี่เดือน
2. กำไร (profit) จาก รายได้ (revenue) ประมาณกี่ %
3. พอมีมาตรวัด ต้นทุนการดำเนินงาน (operational cost) ที่มาตรฐานไหมครับ (เปรียบเทียบกับเงินลงทุน หรือ รายได้)


คือข้อ 1 ผมเข้าใจนะครับ ว่า range การลงทุนมันต่างกันลิบลับได้ในหลาย กรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ทำเล สถานที่ เเละ ความหรูหราที่ต้องการจะปรับให้ร้าน   เเต่ว่าถึงเเม้ range การลงทุนของธุรกิจ นี้จะค่อนข้างกว้างผมอยากจะทราบว่า มันพอมีมาตรฐานในสังคมธุรกิจนี้ไหมครับว่า ตัวที่ประสบความสำเร็จควรจะคืนเงินทุนได้ภายใน ระยะเวลาเท่าไร   (3 เดือน ถึง 6 เดือน   หรือว่า 6 เดือน ถึง 1 ปี อะไรทำนองนี้นะครับ) อยากจะเน้นนะครับว่า คืนทุนในที่นี้นี่คือ หักกำไรออกจากรายได้เพื่อให้เท่ากับเงินลงทุนนะครับ ไม่ใช่ เอารายได้ไปหักกับเงินลงทุนเลย

ส่วนข้อ 2 นั้น อาจจะมีความเป็นไปได้ว่า จะมี range ที่เเตกต่างกัน อยู่ประมาณ 10-15% ขึ้นอยู่กับ volume ของ สินค้าที่ขายว่าจะไปหนักอยู่ที่ เครื่องดื่ม (beverage) หรือว่า อาหาร (food) เเต่ว่า % ไม่น่าจะ ห่างกันไปมากกว่านั้นจึงอยากจะพอทราบว่า กำไรที่ได้รับจากรายได้ นั้น เมื่อนำไปหัก จากต้อนทุน ของสินค้าที่ขายเเล้ว เเละ หักลบกับ fix cost ของ operational cost. % ของกำไรควรจะอยู่ประมาณที่เท่าไร ของ รายได้ของเดือนนั้นๆ นะครับ

ส่วนข้อ 3 นั้น ผมอยากจะพอทราบเพดานของ operational cost ของระบบธุรกิจนี้นะครับ ว่ามันไม่ควรจะเกิน กี่ % ของ เงินลงทุนทั้งหมด หรือว่า รายได้ (ที่เราตีเป้าไว้) ผมไม่ทราบว่าพอมีมาตรฐานตัวนี้รึป่าวนะครับ   ผมพอเข้าใจอยู่ครับว่า range ของ operational cost ก็ค่อนข้างใหญ่อยู่เหมือนกัน ไม่ว่าจะ ขนาดของร้าน หรือ ตำเเหน่งของร้าน (เเต่ละจังหวัด ค่าจ้าง ไม่เท่ากัน) เเล้วไหนจะมีค่าเช่าที่ ที่ก็ขึ้นอยู่กับทำเลอีก (หากไม่ได้มีที่เป็นของตัวเอง) เเต่ผมอยากจะทราบ coloration ระหว่าง operational cost : investment : revenue นะครับ

ทั้งนี้ทั้งนั้นผมค่อนข้างอยากได้ข้อมูลจากคนที่ทำธุรกิจพวกนี้ ที่เป็นเรื่องเป็นราวนะครับ ส่วนใหญ่ที่ผมรู้จัก จะเป็นกลุ่มของคนมีเงิน ที่ลงทุนไปเล่นๆ โดยที่ไม่ได้สนใจลายละเอียดว่าธุรกิจตัวนี้สร้างกำไรได้เท่าไร (หลายๆกรณี อาจจะขาดทุนก็ได้) หรือ ไม่ก็กลุ่มเพื่อนๆ ชวนกันมาทำ เเล้วไม่ได้ทำบัญชีกันเป็นเรื่องเป็นราว

ถ้ามีใครพอรู้ข้อมูลตัวนี้ที่พอเเบ่งปันกันได้ก็รบกวนหน่อยนะครับ

ผมจะยกตัวอย่างข้อมูลธุรกิจผับให้นะครับ

1. คืนเงินลงทุนภายในกี่เดือน  : 6-9 เดือน
2. กำไร (profit) จาก รายได้ (revenue) ประมาณกี่ % : 30-50% ( ขึ้นอยู่กับรายได้ )
3. พอมีมาตรวัด ต้นทุนการดำเนินงาน (operational cost) ที่มาตรฐานไหมครับ (เปรียบเทียบกับเงินลงทุน หรือ รายได้)  : 20% ของ รายได้ที่ตั้งเป้าไว้

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 6
ผมเคยทำ เมื่อ 15 ปีที่แล้ว
เป็น ร้านนั่ง ชิล นั่นแหละครับ เหมือน จขกท คิดจะทำครับ  (แต่ปัจจุบัน ไม่คิดทำแล้วครับ)

คำถาม
1. คืนเงินลงทุนภายในกี่เดือน
2. กำไร (profit) จาก รายได้ (revenue) ประมาณกี่ %
3. พอมีมาตรวัด ต้นทุนการดำเนินงาน (operational cost) ที่มาตรฐานไหมครับ (เปรียบเทียบกับเงินลงทุน หรือ รายได้)

เบื้องต้น ผมอยาก ให้ จขกท มองเรื่อง การตลาด จุดขาย ก่อนเป็นอย่างแรก ให้คิดในแนว Worst case นะครับ เพราะคนอยากทำธุรกิจ ชอบคิดในทางที่ที่ Best Case ก่อน ซึ่ง เราไม่มีทางจะทำได้ Best Case แต่ถ้าเราคิดใน Worst case จะทำให้ อย่างน้อย เราจะอยู่ได้ ที่เหลือคือ กำไร

ขายใคร ?  ขายอะไร ? รุปแบบไหน ? ที่ไหน?  เวลา ? ขายเท่าไร? ลงทุน ? ค่าใช้จ่าย? รายรับ?

เอาคำถามพวกนี้เป็นตัวตั้ง เราก็จะเริ่มเห็น ธุรกิจเรา ว่าเป็นอย่างไร อุปสรรคคืออะไร

ผมยกตัวอย่าง ของผมละกัน เมื่อ 15 ปีก่อน

ขายใคร ?  ผมขายนักศีกษา , คนทั่วไป ดัทงนั้น ลูกค้านี้ส่วนใหญ่ ก็จะเป็นวัยรุ่น
ขายอะไร? อาหาร , เครื่องดื่ม
รูปแบบ? นายนักศึกษา ดังนั้นรูปแบบก็ต้องเป็น ดูว่านักศึกษาเขามี ไลฟ์ไสต์แบบไหน ต้องการอะไรจากร้านเรา เราก็จัดให้ตามนั้น theme ก็ผสมผสานสิ่งที่ลูกค้าต้องการและความชอบของเรา
ที่ไหน ? ลูกค้านักศีกษา --> ที่ไหนดีละครับ ไม่ต้องบอกก็ได้นะครับ

ขายเท่าไหร่ ? ลูกค้าเราเป็นกลุ่มไหน แล้ว theme เราแบบไหน ก็ตั้งราคาให้เหมาะสม แล้วแต่ละครับ

ลงทุน? ขึ้นอยู่กับ Theme และการตั้งหาราคาขายละครับ
ค่าใช้จ่าย? ก็ Fixed cost  กับ variance cost ก็แยกออกมาเป็นอย่างๆ

ของผม มีพนักงาน 3 คน ค่าจ้างเฉลี่ย คนละ 8,000  -  10,000 บาท = 30,000
มีพ่อครัว ก็มีค่าจ้างพ่อครัวเพิ่ม แล้วแต่ rate ถ้าไม่มี ก็บริหารจัดการ กับแกล้ม
ค่าจ้างนักดนตรี    300 - 1000 ต่อวัน
ค่าลิขสิทธิ์ (สมันนั้นไม่จ่าย)
ค่าไฟ  ติดแอร์ ไม่ติดแอร์  ติดแอร์ 5,000 - 8,000
ค่าน้ำ 500
ค่าทำความสะอาด ค่าขยะ 2,000
ค่าเช่า (ถ้ามี)  10,000
65
สรุป ผมมีต้นทุนดำเนินงานอยู่ เฉลี่ย เดือนละ  30,000 + 500*30 = 15,000 + 8,000 +500 + 2,000+10,000 = 65,500

ผมก็จะได้ค่าใช้จ่าย คร่าว ๆ มาละ ประมาณ 65,000 ( อย่าคิดว่าน้อยกว่านี้ ให้คิด เรตนี้ไว้ก่อน ถ้าบริหารได้น้อยก็เป็นกำไร ถ้าไม่ได้ก็เท่าทุน)

ปกติ กำไรจากการขายเครื่องดื่ม ก็ 100 %  อาหาร ก็ประมาณ 100 % เช่นกัน(แต่ถ้ามีต้องดูว่าจำนวนโต๊ะเราพอกับการจ้างพ่อครัวหรือไม่)

เอาต้นทุนเป็นตัวตั้ง เราต้องขาย ให้ได้อย่างน้อย 65,500 x 2 = 131,000 ต่อเดือน
1 วันต้องขายให้ได้  4366 เฉลี่ยต่อโต๊ะ  = 4366 / 14 = 311 ต่อโต๊ะ  ดังนั้น ใน 1 วันจะต้องมีลูกค้าเข้า 14 โต๊ะ โดยมีค่าใช้จ่ายต่อโต๊ะ 311 บาท โดยไม่รวมเหล้าเบียร์(กำไรน้อย ไม่นำมาคิด)

ตรงนี้แค่ Break even นะครับ ยังไม่รวมค่าแรง กับค่าเฉลี่ยที่เราลงทุนครั้งแรก
การทำร้านเหล้า ควรคิดระยะเวลา คืนทุนภายใน 1 ปี

สมมติ ผมลงทุนร้าน 500,000 บาท = 500,000 /12 = 41,666 เอาไปบวกเป็นกำไร กลายเป็นยอดขายที่เพิ่มขึ้น 83,333 บาท
ค่าแรงเจ้าของ คิด 20,000 ต่อเดือน คิดเป็น ยอดขาย 40,000

ดังนั้น ต้องทำร้านที่สร้างยอดขายจาก อาหาร เครื่องดื่ม ไม่รวม แอลกอฮอร์ ต่อเดือน 131,000 + 83,333 + 40,000 = 254,333

วันละ 8,477 .ถ้าคิดยอดขายต่อโต๊ะ ไม่รวม แอลกอฮอร์ โต๊ะละ 300 บาท ดังนั้น จะต้องมีการหมุนเวียนของ โต๊ะ = 28 โต๊ะต่อวัน

หรือ ถ้าคิด เป็นเวลา เปิด 18:00 - 24:00 = 6 ชั่วโมง = 1,412 บาทต่อชั่วโมง


คิดว่าทำได้ตามนี้ ลุยเลย
ถ้าทำเป็นงานอดิเรก เอาสนุกๆ ก็ ไม่ลดต้นทุนออกตามที่คิดละกันครับ

อย่าลืม ร้านเหล้า ควรมีจุดเด่น(เด่นจริงๆ) ดังนี้เป็นอย่างน้อย สิ่งที่จูงใจคือ 1 ) ดนตรีเพราะ 2) อาหาร (เรื่องรอง) 3)ราคา (ราคาถูกเราจะคืนทุนช้าและเหนื่อยมากขึ้น) 4) บรรยากาศ (บรรยากาศดีต้นทุนครั้งแรกจะสูง) 5) ลูกค้า (ลูกค้าชั้นดี จะดึงลูกค้ารายอื่นมา แต่ก็ต้องดู ข้อ 1-4 ว่าทำใมลูกค้าชั้นดีถึงมาเข้าร้านเรา) อื่นๆ คิดไม่ค่อยออกละ นานเกิ๊น
ความคิดเห็นที่ 18
เอาแบบของเราที่ทำเองจากที่ซื้อแฟรนไชส์มาทำกับแฟนนะคะ คือบอกก่อนว่าเรามีที่ขายอยู่แล้วที่นึง แต่ตอนแรกยังไม่ได้ทำหรอก เราซื้อเป็นเคาน์เตอร์ไม่ใหญ่มาก สามารถพับเก็บได้ เอาใส่รถวิ่งไปออกงานอีเว้นท์ หรืองานแฟร์ต่างๆได้แทบทุกงาน ซึ่งทั้งตัวเคาน์เตอร์เองและขวดเหล้ารวมๆก็ดูสวยแปลกตาดี เพราะปกติไม่ค่อยเห็นมีบาร์และเมนูปังๆแบบนี้ ออกงานเท่าไร เราว่าคุ้มนะเรื่องคืนกำไร อันนี้แนะนำว่าให้เลือกงานและบริเวณกลุ่มลูกค้าดีๆ อันนี้เจ้าของแฟรนไชส์ช่วยแนะนำได้ดีเลยค่ะ ดูมีประสบการณ์มาก ทริคเล็กๆน้อยๆ อันนี้ต้องไปหลังไมค์กับเค้าเองนะ ถ้าได้งานอีเว้นท์ หรือออกงานคนเยอะๆขยันๆวิ่งงานหน่อย สักสามสี่งานก็คืนทุนแล้วค่ะบอกเลย

ส่วนกำไรหรือเงินเบ็ดเสร็จเลยนะครึ่งๆ ถ้าหมดทุนค่าแฟรนไชส์ ที่เหลือก็ชิลล์แล้วค่ะ อันนี้แล้วแต่รายได้แต่ละงาน แนะนำว่าอย่างกรณีที่จะตั้งร้านก็ต้องแล้วแต่การหาทำเล จขกท เลยค่ะ แต่ถ้ามีแบบเคลื่อนที่ด้วยนี่ว่าเพิ่มช่องทางทำเงินด้วยนะลองไปปรึกษาดูก่อนค่ะ ซื้อแฟรนไชส์ก็ดีตรงที่ใครทำไม่เป็นเค้าก็สอนชงหมด รสชาติดีหมดทุกอันเลยค่ะที่เค้าชง หากมีกลุ่มหรือสังคมหลากหลายแบบนี้ ไปขายเป็นคอร์ส delivery ปาร์ตี้ฉลองต่างๆ วันเกิด เลี้ยงรุ่น ยังได้เลยค่ะ งานพงงานพรอม สบายค่ะ ของเราไปรับของ Minibar Franchise ลองดูหรือทักไปปรึกษาก่อนก็ได้ค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่