หุ้น HMPRO ราคาวิ่งขึ้น 3.39% มาอยู่ที่ 12.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท มูลค่าซื้อขาย 114.38 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.01 น. โดยเปิดตลาดที่ 12 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 12.30 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 12 บาท
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย)ระบุในบทวิเคราะห์ฯแนะ"ซื้อ"หุ้น บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์(HMPRO) กำไรไตรมาส 2/56 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดด 24% y-o-y และ 6% q-o-q เป็น 730 ล้านบาท ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่ระดับ 23% y-o-y และ 4% q-o-q เป็น 9.8 พันล้านบาท
การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นเพราะ 1) อัตราการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ที่เพิ่มขึ้น 7-8% (เทียบกับ -1.7% ในไตรมาส 1/56 และ 2.7% ในไตรมาส 2/56), 2) การเปิดสาขาใหม่ (+7 สาขา คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 17% y-o-y) เป็น 56 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 2/56, 3) อัตรากำไรขยายตัวดีขึ้น, 4) การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นๆ และ 5) อัตราภาษีที่ลดลงมาอยู่ที่ 21% เทียบกับ 23% ปีก่อน
ความกังวลต่อการชะลอตัวของการบริโภคภายในประเทศในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา จะส่งผลกระทบต่อ HMPRO ในวงจำกัด เนื่องจากลูกค้าเป้าหมายของบริษัทฯ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีรายได้สูง ซึ่งยังคงมีกำลังซื้อในระดับที่แข็งแกร่ง และการขยายสาขาเป็นไปตามแผน ซึ่งจะส่งผลให้จำนวนสาขาใหม่ ณ สิ้นปี 2556 เพิ่มเป็น 10 สาขา
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีแผนที่จะเปิด Mega Home Center อีก 2 แห่งในไตรมาส 4/56 ที่รังสิตและแม่สอด พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 16.90 บาท
โฮมโปรตีตลาด Mega Home
I Snap sniper 3 เม.ย.HMPRO เปิดแบรนด์ใหม่ "Mega Home" เจาะกลุ่มผู้รับเหมาขนาดกลางขนาดเล็ก เนื่องจากมองเห็นโอกาสการเติบโต
โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ภาครัฐ จุดกระแสธุรกิจรับเหมาก่อสร้างคึกคัก ล่าสุดบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO เปิดแบรนด์ใหม่ "Mega Home" เจาะกลุ่มผู้รับเหมาขนาดกลางขนาดเล็ก เนื่องจากมองเห็นโอกาสการเติบโต หลังยังมีผู้ประกอบการน้อยราย พร้อมเตรียมขยายสาขาไปมาเลเซียต้นปี 2557 ปูทางรุกตลาดอาเซียน
มุมมองนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เป็นบวกต่อการเจาะตลาด Mega Home ช่วยเสริมรายได้ และเพิ่มอำนาจการต่อรองกับซัพพลายเออร์ ขณะเดียวกันการรุกตลาดมาเลเซีย ถือเป็นความท้าทายและเป็นโอกาสสำคัญผลักดันการเติบโต ซึ่งจากศักยภาพบริษัทประเมินว่ามีโอกาสชิงส่วนแบ่งตลาดจากเจ้าตลาดปัจจุบันได้ไม่ยาก
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/finance/20130403/498530/%E0%B9%82%E0%B8%AE%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94-Mega-Home.html
HMPRO บวก 3.39% โบรกฯเชียร์ซื้อกำไร Q2/56 โตกระโดด-ขยายสาขาได้ตามแผน
หุ้น HMPRO ราคาวิ่งขึ้น 3.39% มาอยู่ที่ 12.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท มูลค่าซื้อขาย 114.38 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.01 น. โดยเปิดตลาดที่ 12 บาท ราคาปรับตัวขึ้นสูงสุดที่ 12.30 บาท และราคาปรับตัวลงต่ำสุดที่ 12 บาท
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย)ระบุในบทวิเคราะห์ฯแนะ"ซื้อ"หุ้น บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์(HMPRO) กำไรไตรมาส 2/56 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดด 24% y-o-y และ 6% q-o-q เป็น 730 ล้านบาท ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่ระดับ 23% y-o-y และ 4% q-o-q เป็น 9.8 พันล้านบาท
การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นเพราะ 1) อัตราการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ที่เพิ่มขึ้น 7-8% (เทียบกับ -1.7% ในไตรมาส 1/56 และ 2.7% ในไตรมาส 2/56), 2) การเปิดสาขาใหม่ (+7 สาขา คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 17% y-o-y) เป็น 56 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 2/56, 3) อัตรากำไรขยายตัวดีขึ้น, 4) การเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นๆ และ 5) อัตราภาษีที่ลดลงมาอยู่ที่ 21% เทียบกับ 23% ปีก่อน
ความกังวลต่อการชะลอตัวของการบริโภคภายในประเทศในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา จะส่งผลกระทบต่อ HMPRO ในวงจำกัด เนื่องจากลูกค้าเป้าหมายของบริษัทฯ ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีรายได้สูง ซึ่งยังคงมีกำลังซื้อในระดับที่แข็งแกร่ง และการขยายสาขาเป็นไปตามแผน ซึ่งจะส่งผลให้จำนวนสาขาใหม่ ณ สิ้นปี 2556 เพิ่มเป็น 10 สาขา ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีแผนที่จะเปิด Mega Home Center อีก 2 แห่งในไตรมาส 4/56 ที่รังสิตและแม่สอด พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 16.90 บาท
โฮมโปรตีตลาด Mega Home
I Snap sniper 3 เม.ย.HMPRO เปิดแบรนด์ใหม่ "Mega Home" เจาะกลุ่มผู้รับเหมาขนาดกลางขนาดเล็ก เนื่องจากมองเห็นโอกาสการเติบโต
โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ภาครัฐ จุดกระแสธุรกิจรับเหมาก่อสร้างคึกคัก ล่าสุดบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO เปิดแบรนด์ใหม่ "Mega Home" เจาะกลุ่มผู้รับเหมาขนาดกลางขนาดเล็ก เนื่องจากมองเห็นโอกาสการเติบโต หลังยังมีผู้ประกอบการน้อยราย พร้อมเตรียมขยายสาขาไปมาเลเซียต้นปี 2557 ปูทางรุกตลาดอาเซียน
มุมมองนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เป็นบวกต่อการเจาะตลาด Mega Home ช่วยเสริมรายได้ และเพิ่มอำนาจการต่อรองกับซัพพลายเออร์ ขณะเดียวกันการรุกตลาดมาเลเซีย ถือเป็นความท้าทายและเป็นโอกาสสำคัญผลักดันการเติบโต ซึ่งจากศักยภาพบริษัทประเมินว่ามีโอกาสชิงส่วนแบ่งตลาดจากเจ้าตลาดปัจจุบันได้ไม่ยาก
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/finance/20130403/498530/%E0%B9%82%E0%B8%AE%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B8%95%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%94-Mega-Home.html