ทาสปาก

อร่อยไหม   สิ่งที่กิน  อาหารที่กำลังกิน
คงเอร็ดอร่อย ระหว่างที่เคี้ยว กลืนกิน ไหลเลื่อนสู่กระเพาะ

รสชาติอาหาร  บ้างก็มาจากสิ่งปรุงแต่ง  ชูรส เติมแต่งลงไปในเนื้ออาหาร
บ้างก็มาจาก  มวลเนื้ออาหารในตัวมันเองที่แตกตัว  ทั้งขจรขจายจรุงกลิ่น สีสรร และการคละเคล้าแตกละเอียด หยาบ คลุกเคล้า ลิ้นฟันเหงือกฉีดพุ่งสารคัดหลั่งเป็นน้ำลายที่กระพุ้งแก้ม   เป็นกระบวนการที่มีพลวัตแห่งรสชาติประกอบกับ
ความแข็งอ่อน  หยาบลื่น เล็กใหญ่ของชิ้นอาหาร

อาหารอร่อย   อาจมาจากความหิวเป็นปฐม   และหรือ จากความจดจำว่ามันอร่อย ซึ่งเป็นประสบการณ์ก่อนหน้า
และอาจมาจากบรรยากาศขณะกำลังกิน   ซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมไปเพิ่มสีสรร และรสชาติทางอารมณ์ของการกิน  เช่น สภาพห้องอาหาร
การจัดวางโต๊ะ   ผู้คนแวดล้อม   เสียงเพลง  และอาจรวมถึงบรรยากาศการแข่งขันกันกิน ตามวาระโอกาส

ไม่มีงานเลี้ยงที่ไม่เลิกลา    ไม่มีการกินที่ไม่สิ้นสุด      ส่วนใหญ่ ถ้าเราหิวมาก ก็มักกินอย่างล้นเกิน บ่อยครั้ง คือ กินกว่าอิ่มเสียอีก
คงเป็นเพราะ  หิวมาก จึงแกว่งไปสู่การกินมาก  จนอิ่มแปล้  ซึ่งอาจทำให้บางคนเคยชินกับความสะใจทำนองนี้ และติดใจในความเพลิดเพลินจากการเสพการกิน  ถ้าทำเป็นนิสัย  บางคนอาจถือเป็นกำไรชีวิต  เป็นความสุขอย่างหนึ่ง  อย่างไรก็ตาม  
คุณจะพบว่า มีผู้คนเยอะมากที่เผชิญภาวะอ้วน จนอาจถือได้ว่า  ความอ้วนคือโรคภัยอย่างหนึ่ง  แต่เป็นโรคภัยที่ผู้คนไม่ค่อยถือสา  
แถมบรรดาเสี่ยๆ จะต้องแลดูอ้วนลงพุง แล้วผู้คนกลับบอกว่า ดูดี มีราศีเสี่ยเสียอีก   ซึ่งอย่างไรเสียในทางการแพทย์แล้ว  
ความอ้วนไม่ได้เป็นสิ่งน่าปราถนาสำหรับผู้หวังสุขภาพที่ดี  เพราะ  มันเป็นสาเหตุของโรคแห่งความเสื่อมหลายอย่าง  
อาทิ  ความดันสูง  เบาหวาน  หัวใจตีบตันจากเส้นเลือดมีไขมันจับ  และโรคไต..

เมื่ออาหารผ่านกระเพาะไปแล้ว  จากนั้น  อาหารจะถูกย่อยให้ละเอียดเรื่อยไปตามเส้นทางลำไส้เล็กเพื่อดูดซึมใช้เวลาน่าจะประมาณสี่ห้าชั่วโมงก็จะบรรลุที่ลำไส้ใหญ่ตอนต้น  อัตราในการขยับตัวเคลื่อนตัวของลำไส้แต่ละคนอาจแตกต่างกัน  
ถ้าสามารถขยับตัวได้ดีก็จะทำให้การเผาผลาญพลังงานเป็นไปด้วยดี    อาหารตอนที่อยู่ลำไส้ใหญ่แล้วจะกลายสภาพเป็น กากอาหารและเริ่มมีการบูดเน่าไปเรื่อยๆตามระยะเวลาการหมักหมมในลำไส้ใหญ่นี้    สิ่งนี้  ห้วงขณะนี้ จึงมีสภาพเป็นสิ่งที่พึงขจัดออกจากร่างกายให้ไวที่สุด  ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของร่างกาย  เช่น  การใช้แรงงาน การออกกำลังกาย
การปรับเปลี่ยนอิริยาบถต่างๆ  

จากไทม์ไลน์ของอาหาร   ภายในหกเจ็ดชั่วโมง  อาหารก็ได้กลายสภาพเป็นผลิตภัณฑ์เหลวเป็นครีมเละๆแล้ว  
ซึ่งเรียกว่า กากอาหารไปแล้วจากนั้นก็มีพัฒนาการกลายรูปไปสู่มวลที่แข็งขึ้นเป็นก้อน พร้อมจะถูกขับออกจากร่างกายในอีก18ชั่วโมงต่อมา  อย่างไรก็ตาม ก็มีความแตกต่างกันของระยะเวลาหมักหมมในลำไส้แตกต่างกันในแต่ละคน

ความไม่สามารถขับถ่ายออกได้อย่างปกติ  ทำให้ผู้คนเป็นโรคท้องผูกสูง  ส่งผลต่อคุณภาพเลือด  ความเครียด และพิษสภาวะสะสม
บ้างก็ทำให้เป็นริดสีดวง   เมื่อลำไส้ไม่สะอาดนานๆเป็นเวลาหลายปี  เราจะพบว่า แนวโน้มการเป็นมะเร็งลำไส้มีสูงขึ้น
สาเหตุการท้องผูกเรื้อรัง ก็มาจาก  กินอาหารไร้กาก กินเนื้อสัตว์มาก ไม่ทานผักผลไม้  กินผลิตภัณฑ์นมล้นเกิน กินของทอด ทำให้มีไขมันจับลำไส้ พอกหนา เกรอะกรัง กลายเป็นเมือกตะกรัน  ทำให้ลำไส้ขาดความยืดหยุ่นขยับตัวได้ยากลำบาก  ทำให้ท้องผูกมากขึ้น ต้องใช้แรงเบ่งมากขึ้น ถ่ายยากและไม่อยากถ่ายจนเป็นนิสัย.....

เราอาจอร่อยปากแต่คงจะต้องระวังความลำบากต-รูด  ถ้าเราไม่รู้จักวิธีกิน  โดยไม่ตกเป็นทาสปาก
เพราะ  ถ้าใจเป็นนาย กายเป็นบ่าวแล้ว   ร่างกายก็คือ ธรรมชาติที่เจ้าของควรรู้จักดูแล  ติดตาม ให้จักรกลธรรมชาตินี้ดำเนินไปในทิศทาง
ที่ไม่ทำลายตัวเองก่อนวัยอันควร หรือไม่?   บ่อยครั้ง  ที่ระยะทางพิสูจน์ม้า และกาลเวลาก็พิสูจน์ การรู้จักธรรมชาติและเคารพธรรมชาติ
จากสิ่งใกล้ตัว คือ ตัวเรา  และ ร่างกายที่ดี  ก็คือ  ตัวบ่งชี้การรู้จักชีวิตและการรู้จักตนเอง ในบั้นปลายได้อย่างดี
โดยโปรดอย่าลืมว่า    ความร่ำรวย ไม่สามารถซื้อสุขภาพที่ดีได้   แต่สุขภาพที่ดีกลับอยู่ในวิถีการกิน การอยู่ การใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับ
ความเรียบง่ายอันเป็นมาตรฐานแต่แรกของธรรมชาติ   และความสะดวกสบายหรู ไม่ใช่หนทางที่เป็นคำตอบนั้น ....ใช่หรือไม่?

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่