คั่วไก่แสนสะท้าน EP.13 "ท้อครั้งที่ 4 ล้าน"‏

กระทู้นี้ เดิมชื่อ "เอาเป็นว่า...ผมมาเล่าความฝันให้ฟังก็หล่ะกัน(ดราม่านิดๆ สำหรับคนมีเวลา)"
มีมาแล้ว 12 ตอน เขียนลงในห้อง "ก้นครัว"
เกิดมาจากความ "ซน" ที่จะไล่ตามความฝันบ้าๆบอๆ ของตัวเอง
เรื่องทั้งหมดที่เขียนเป็นเรื่องจริง บุคลที่มีในบทความนี้ มีตัวตนจริง
ส่วนใหญ่ล้วนมีชีวิตอยู่ แต่บางท่านก็ไม่มีแล้ว

ข้อความบางช่วงตอน อาจะประสบพบเจอคำพูดที่ไม่สุภาพอยู่บ้าง
อาจจะระคายหูเล็กน้อย สำหรับท่านที่โลกสวยมาแต่เก่าก่อน
ผมแนะนำให้ปิดหน้าต่างนี้...และอ่านกระทู้ต่อไปแทน


ยินดีต้อนรับสู่โลกของผมครับ.....






ขออภัยที่หายไประยะใหญ่ ผมถูกโจมตีจากมรสุมงานประจำที่สุดจะเยอะเกินบรรยาย
จริงๆวัตถุดิบที่จะเขียนตอนที่ 13-14-15 ถูกไล่เรียงลำดับไว้เยอะพอสมควรเลย
แต่ไม่รู้จะเริ่มบรรยายให้เข้าใจกันได้ในตอนไหนดี....

ขออนุญาติเปลี่ยนชื่อกระทู้จาก "เอาเป็นว่า....."
เป็น "คั่วไก่แสนสะท้าน" Ep.13 และตามด้วยชื่อตอน......
เพื่อเป็นการง่ายต่อการทำความเข้าใจ สำหรับท่านที่พึ่งได้เข้ามาอ่าน กระทู้ของผม
หลายท่านติดตามมาถึงที่ร้าน ได้พูดคุยบ้าง ไม่ได้พูดคุยบ้าง ต้องขออภัยไว้ ณ.จุดนี้

วันนี้ขอเสนอตอน....


" ท้อครั้งที่สี่ล้าน "


ร้าน "คั่วไก่แสนสะท้าน" ในเวลานี้เปิดมาได้ (อย่างเป็นทางการ) ประมาณ 2 เดือน
เป็นทางการในที่นี้คือเปิดทุกวัน ขายตั้งแต่เช้ายันมืด เวลา 11.00-22.00 น. Full Menu , Full Time
ในตอนที่แล้ว ผมเล่าถึงเจ้าของโครงการ มีประกาศให้ร้านค้าทุกร้านในโครงการ Like Kaset ยกเลิกการจ้างแรงงานต่างด้าว
ที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกกฏหมาย ให้ยกเลิก บอกเลิกจ้างในเร็ววัน....

เพราะตำรวจกำลังจะเข้าพื้นที่ ไม่เกิน 2-3 วันนี้ !!!



เครียดแท้หลาว.......


ข่าวเรื่องนี้แพร่สะพัดทั้งใน Line Group ของเราและนัดประชุมด่วนกันที่ร้านทันทีที่ทราบข่าว
ตอนนี้ เด็กคนงานเขมร 2 คนนี้กำลังเรียนรู้งานไปได้อย่างดี เริ่มเข้าที่เข้าทางบ้าง พูดกันรู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้าง
แต่ก็ยังขยับไปข้างหน้าได้ด้วยดี และกำลังจะเป็นไปแนวทางที่ดี

ในเวลา 2-3 วัน กว่าคุณตำรวจจะเข้าพื้นที่ ทำยังไงก็ไม่มีทางทัน จะให้แจ้งที่ไหนอะไรยังไง
ไม่มีใครมีความรู้เรื่องตรงนี้เลยซักกะคน แม้แต่กระทั่งพึ่งพี่ Google ก็ยังได้คำตอบที่ไม่ขัดเจน

ผมปวดกบาลอีก 18 ตลบ คิดหาวิธีแก้ไข


- จะให้หลบไปก่อน แล้วตำรวจกลับค่อยโผล่มา
- จะเลิกจ้าง แล้วหาคนใหม่ แต่..จะหาจากไหนวะ
- จะเอาเวลาไหนไปทำบัตร ขออนุญาตให้ถูกต้อง

สุดท้าย...ผมเลือกทางที่ผมคิดว่า มันคงจะดีที่สุดแล้วในตอนนั้น....




วัดดวงโล้ด........!!!



ให้เด็กทำงานตามปรกติ ถ้าพี่ตำรวจเค้ามา ผมมีแผนสองไว้ ให้น้องหุ้นส่วนร้านคนนึง ป่วยกระทันหันหยุดงาน
เพื่อเตรียมเจรจากับพี่ตำรวจปวดหัวใจ และสอบถามกันเอาให้แน่นอนถูกต้องกันไปเลย
ผมเจตนาดีนะ ประกอบอาชีพสุจริตถูกกฏหมาย ก็อยากทำทุกอย่างให้ถูกต้อง...
ไอ้ครั้นจะมาบอกว่า "คุณเป็นประชาชนไม่รู้กฏหมายได้ไง"

บางทีก็อยากจะถามกลับ....

แล้วพี่เป็นผู้รักษากฏหมาย....ทำไมพี่ (บางคน) ก็กลับทำซะเองหล่ะฮะ....??

วันที่เรารอคอยก็มาถึง ผมขอให้น้องหยุดงาน เพื่อมารับหน้าแทน เจรจา และขอความรู้ถึงกฏหมายที่ควรทราบ
เพื่อจะทำให้ถูกต้อง อย่างน้อย ถ้าได้ทำแล้ว ก็จะมีอะไรมาเล่าให้ฟังกันในนี้ เผื่อบางคนที่ยังไม่ทราบ จะได้กระจ่างกันก็คราวนี้
เวลาเดินผ่านช้ากว่าปรกติ ผมโทรเช็คเกือบทุกชั่วโมงถึงความคืบหน้าของเรื่องนี้...

รอแล้ว...รอเล่า
รอแล้ว...รอเล่า


สรุปสุดท้าย...พี่ตำรวจไม่มาลงพื้นที่อย่างคำบอกเล่า....ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ผมถือว่าเราโชคดี
ผมมีเวลามากขึ้นในการพาเด็กเขมรร้านผมไปทำอะไรที่มันถูกต้อง ขั้นตอนกระบวนการต่างๆที่เราเตรียมไว้ถูกดันมาใช้ทันที
แบ่งหน้าที่กันทำ ใครรู้จักใคร ทำอะไรที่ไหน ขอยังไง สารพัดสารพัน เยอะแยะรายละเอียดมากมาย

มือผัดเขมรของผม ชื่อ "สุก"
มีพาสสปอร์ตแล้ว แต่วีซ่าขาด ไปจัดการให้เรียบร้อยซะ

มือผัดรอง (ผช.กุ๊ก) ผมชื่อ "วิท"
ไอ้นี่หนักกว่า ไม่มีพาสสปอร์ต ไม่มีวีซ่า อยู่ในขั้นตอนการขออนุญาต
และจัดเตรียมการส่งกลับไปเพื่อทำพาสสปอร์ตให้ถูกต้อง ขอวีซ่งวีซ่า เอาให้ถูกระเบียบเป๊ะ (แต่ตอนนี้ยังไม่มีนะ)



โอเค แล้วมันก็จะผ่านไปเหมือนเรื่องอื่นๆ ผมคิดงั้นนะ

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นผ่านไป เราก็เจออีกปัญหา เป็นเรื่องเดิมๆที่เกิดขึ้น...เรื่องคนเหมือนเดิม
พนักงาน "คนไทย" ที่เราจ้างไว้ 2 คน เป็น ทอม-ดี้ แฟนกัน...เป็นเด็กเสริฟร้านเหล้าของเพื่อน
คนเดียวกับที่ผมไปช่วยทำอาหารให้นั้นแหล่ะ

เริ่มงานที่ร้านผม 10.00 น. เลิกงาน 16.00 น.
เพราะต้องไปทำงานที่ร้านเหล้าต่อ เป็นแบบนี้ทุกวัน....



แต่...

เข้างาน 10.00 น. ไม่เคยมาตรงเวลาซ๊ากกก วัน
เลิกงาน 16.00 น. กลับตรงเวลาทุ๊กกกกกกก วัน


กลางวันเวลาเปิดร้าน อากาศร้อนก็จะหนีไปหลบห้องแอร์ ลูกค้ามาเจอก็จะขาย ไม่เจอก็เจ๊าไป
ยอดขายกลางวันไม่ต้องสืบ บางวันหลักร้อย ดีหน่อยพันกว่า ไม่เคยแตะ2-3 พัน สำหรับช่วงกลางวัน

วันที่ 14 ก.ค. ผมอยู่ร้านตอนกลางวัน เป็นวันอาทิตย์ สองคนนี้เดินเข้ามาหาผม...



"พี่ หนูสองคนจะลาออก"

ออกเมื่อไหร่...ผมถาม

"ว่าจะออกวีค (16) นี้เลย หนูจะไป บลา บลา บลา บลา" (ขออภัยผมไม่ได้ฟังต่อ)

เอาเป็นว่าจะลาออกแน่นอน แต่บอกผม 2 วันก่อนจะออก ชื่นมื่นหัวใจสัด
ยังมีหน้ามาบอกว่าบอกล่วงหน้า 2 วัน ผมจะได้หาคนทัน...

แล้วกูจะหาคนทันมั้ย...???



ช่างแม่ม.... ไม่มีก็ไม่มี มีแล้วไม่ดีก็ไม่ต้องมี !!

ผมปรึกษากับหุ้นส่วน ในระยะนี้ เราระดมหุ้นมาเพื่อดูแลร้านในช่วงกลางวันไปก่อน
รอจนกว่าจะหาคนได้ ทำทุกทาง ทำทุกอย่างในการหาคนมาทำงานในตำแหน่ง "แคชเชียร์"
คุณสมบัติ คนไทย พูด อ่าน เขียนได้ ไม่ขี้เกียจ และไม่ขี้ขโมย....หายากซะจริงเชียว

เคยได้ยินข่าว ได้ยินหลายคนพูดมา ผมเชื่อว่าทุกๆคนก็เคยได้ยิน
คนตกงานเยอะเป็นล้านๆ หางานทำไม่ได้ จริงๆ ไม่ได้เป็นเพราะไม่มีงานให้ทำ
ประเทศนี้มีงานให้คุณทำอีกไม่รู้เท่าไหร่ ถ้าคุณ "ไม่เลือกงาน" งานมีรองรับให้ทำเต็มไปหมด

เด็กจบใหม่ อยากได้เงินเดือนหมื่นห้า อยากเป็น Call Center  อยากทำงานสบายๆ
ไม่เคยมีประสบการณ์การทำงาน  หรือไม่ก็เคยได้ทำบริษัทนี้นั้น ประมาณ 2-3 เดือนแล้วหนูก็ออกค่ะ...
เต็มที่ฝึกงานตอนเรียน 3 เดือน แต่รัฐบาลประกาศนะฮ้า...หนูต้องได้หมื่นห้า...
พี่ถามหนูคำเดียวครับ....

ใครจะจ้างมึ้งงงงงง....

สมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน ตอนผมยังเรียนหนังสืออยู่ ผมทำงานมาโคตรหลากหลาย
ถ้าพูดให้เท่ห์ คืออยากค้นหาตัวเอง แต่ถ้าพูดจริงๆคือ ผมยิ้มเป็นคนขี้เบื่อง่าย ทำอะไรไม่ได้นาน
เลยลองทำมันซะทุกอย่างที่อยากทำ เป็นตั้งแต่ ฝ่ายศิลป์หนังสือพิมพ์ ฝ่ายศิลป์ห้าง
เป็น Designer , Foreman งานก่อสร้าง , Interior , Organizer และอีกสารพัดที่เคยผ่านมา
ผมไม่เคยเลือกงาน เพราะคิดว่าวันนึง มันจะกลับมามีประโยชน์กับเรา
และวันนี้ก็เห็นผล ..... เป็นเหมือนอย่างที่คิด....

ถ้ามีฝ่ายบุคล ของหลายๆบริษัท บังเอิญได้มาอ่าน ลองถามดูได้ ว่าจริงหรือเปล่า ที่ผมพูดมา...
(ขออภัย อากาศมันร้อน ของขึ้นง่าย)


ซู้ดดด ท้ายยยย


ผมก็ได้แคชเชียร์คนใหม่ เป็นน้องที่รู้จักกับเพื่อน เจอหน้ากันเพราะผมไปกินเหล้ากับเพื่อนครั้งนึง
โชคชะตาฟ้าสั่งนรกให้มันมาเป็น "แคชเชียร์จำเป็น" ให้ที่ร้านของผม....
ถือเป็นไพ่ตาย ที่เติมเต็มในช่วงที่ขาดได้อย่างเหมาะสม....

โอเค รอดตาย....


ตอนนี้ถือว่าพนักงานในร้านของเราลงตัวอีกครั้ง
ทั้งมือผัด และผู้ช่วยชาวเขมรทั้งสองคน รวมถึงได้แคชเชียร์ใหม่ ใจชายในร่างหญิง
การจัดเตรียมของทุกอย่างที่จะขายเริ่มลงตัว ไก่ และปลาหมึกกรอบ ที่เป็นวัตถุดิบหลัก เริ่มหั่นเข้าที่
ชิ้นเท่ากัน เสมอกัน ไม่เล็กบ้างใหญ่บ้างแบบเดือนแรก ตอนนี้เริ่มกะของได้ง่ายขึ้น
ต้นทุนและความเสียหายเราเริ่มลดลง ถือว่าเป็นสัญญาณอันดีในการประกอบธุรกิจ




เช้าวันนึง.....ผมได้รับโทรศัพท์จาก "สุก" แต่เช้ามึด


ผม  :   โหล...ว่าไงสุก
สุก  :    พี่..ไอ้วิทโดนตำรวจจับ

ผม  :    เห้ย..โดนได้ไง ที่ไหน ยังไง
สุก  :    ผมมา วงเวียน22 ตำรวจมา ไอ้วิทไม่มีบัตร....

ผม  :   จะไปทำไม วงเวียน22 !!!!!!!!!!





( อ่านต่อตอนหน้า)

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่