เตือนภัย ! แก๊งตกทอง อยู่ในคราบของเจ้าของร้านทอง...

.......วันนี้ผมมีเรื่องอยากออกมาเตือนครับ เจอกับครอบครัวผมเองครับ ที่เป็นพวกแก๊งตกทอง อยู่ในคราบของเจ้าของร้านทอง
คือเรื่องมีอยู่ว่า.....

                 แม่ของผมมีทองอยู่เส้นหนึ่งครับ บอกเลยว่าน้ำหนัก 6 สลึง(บาทครึ่ง) แม่ผมก็ใส่มาได้นานมากแล้วครับ จนข้อต่อใกล้ๆห่วง เอาไว้เกี่ยวตะขอ ขาดออกเป็น 2 ส่วนเลยครับ แม่ผมก็เลยจะเอาไปเปลี่ยนเส้นใหม่ และเมื่อวันอังคารที่ 23 ก.ค. 56 ที่ผ่านมา แม่กับพ่อผมได้มีโอกาสเข้าไปทำธุระในเมืองพอดี เลยถือโอกาสเข้าไปเปลี่ยนทองเส้นใหม่ด้วย พ่อผมก็ขับรถวนๆ หาที่จอดรถ ที่จอดก็หายาก พ่อก็เลยจอดให้แม่ลงที่หน้าร้านทองก่อน แม่ผมก็เดินเข้าไปในร้านทอง ณ ร้านทองแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย
                 แม่ผมก็บอกเค้าไปว่า “เอาทองมาเปลี่ยนเส้นใหม่ ค่ะ หนัก 6 สลึง” (ในร้านทองมีเจ้าของร้านเป็นผู้หญิงแก่ๆ กับลูกสาวอยู่ประจำร้าน) และแม่ผมก็ได้ยื่นทองให้ลูกสาวเจ้าของร้านไปชั่ง เพื่อดูน้ำหนักของทอง จากนั้นลูกสาวเจ้าของร้านก็ไปยกแผงทองเส้นใหม่ มาให้แม่ผมเลือก 2แผง แม่ผมเลยบอกว่า “เดี่ยวรอสามีก่อนค่ะ ให้สามีมาเลือกลายช่วย เดียวเลือกตุ้มหูก่อนกะกัน” แม่ผมก็เลยเดินไปดูตรงแผงตุ้มหูที่อยู่ในตู้กระจก ในระหว่างนั่นลูกสาวเจ้าของร้านก็ได้ยกแผงทองทั้ง 2 แผงเข้าไปเก็บไว้ก่อน ในระหว่างนั้นพ่อผมก็ได้วนหาที่จอดรถอยู่ แม่ผมก็เลือกตุ้มหูได้ 2 คู่ และจากนั้นไม่นานพ่อผมก็มาที่ร้านทอง ลูกสาวเจ้าของร้านทองก็ได้เดินไปยกเอาแผงทอง 2 แผงอันเดิม ที่เอามาให้แม่ดู มาเลือกอีกรอบ พ่อกับแม่ผมก็กำลังเลือกลายทองเส้นใหม่ เผอิญพ่อผมเป็นคนช่างสังเกต พ่อก็มองๆไปรอบๆ ทั่วแผงทอง แล้วเหลือบไปเห็นมุมของแผงทอง เห็นตัวหนังสือเล็กๆเขียนกำกับไว้ว่า “1 บาท”
                พ่อผมเลยเอะใจ ถามแม่ด้วยความสงสัยว่า “เอ่า! แม่ ทองแม่หนักเท่าไหร่นะ” ตามจริงพ่อรู้อยู่แล้วว่าหนัก 6 สลึง แต่ก็แกมๆกับการแกล้งถามเพื่อความแน่ใจ แม่ผมเลยตอบว่า “หนัก 6 สลึง ทำไมหรอ?” พ่อผมเลยพูดขึ้นว่า “แม่จะเอาทอง 6 สลึง มาเปลี่ยนเอาทอง 4 สลึงหรอ?” แม่ผมก็ตกใจ พ่อผมเลยทักท้วงลูกสาวเจ้าของร้านว่า “นี้มันแผงทองน้ำหนัก 1 บาท นิครับ!” แผงทองทั้ง 2 เป็นทองน้ำหนัก 1 บาทเลยนะครับ พ่อกับแม่ผม งง มาก ลูกสาวเจ้าของร้านก็ตกใจบอกว่า “โทษค่ะ ดิฉันหลง!” พ่อกับแม่ผมก็ งง ว่ามันจะหลงง่ายๆ ได้ยังไง เนื่องจากว่า ได้เอาทองกับมือแม่ผมไปชั่งน้ำหนัก แล้วก็ควรจะรู้ว่ามันหนักเท่าไหร่ เพราะว่าในเรื่องของทองนั้น น้ำหนักจะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก จากนั้นลูกสาวเจ้าของร้านก็ได้ไปเปลี่ยนเอาแผงทองน้ำหนัก 6 สลึงมาให้แม่เลือก พ่อกับแม่ผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรมาก เพราะคิดว่าเค้าจะหลงจริงๆ จากนั้นก็ได้เลือกทอง จ่ายเงิน เป็นอันเสร็จสิ้น
       ..........พอวันรุ่งขึ้น พ่อกับแม่ผมก็ไปทำงาน พ่อผมเลยได้ไปพูดคุย เรื่องกรณีที่เจอเมื่อวานให้อาจารย์ผู้หญิงท่านหนึ่งฟัง ตามลำดับเหตุการณ์ อาจารย์ท่านตกใจมาก แล้วอาจารย์ก็พูดขึ้นว่า “โอ้! พี่ก็เคยเจอมาแล้ว นานมาแล้วด้วย พี่ยังจำได้ทุกวันนี้ พี่ไม่เคยไปเล่าให้ใครฟังมาก่อนเลยนะ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลย เพราะว่าพี่ไม่กล้าไปเล่าที่ไหน กลัวชาวบ้านว่าพี่โง่ ว่าโดนหลอก พี่เอาทองไปเปลี่ยนเหมือนกัน น้ำหนัก 6 สลึง มันให้ทอง 1 บาทมา พี่มารู้ทีหลังว่าเป็นทอง 1 บาท พี่ละเจ็บใจมาก แต่ทำอะไรไม่ได้ โดนตา ยายด่าอีกต่างหาก” ร้านทองที่อาจารย์ท่านโดน คนละร้านกันกับที่พ่อกันแม่ผมไปเปลี่ยนนะครับ พ่อผมได้ยินเช่นนั่นพ่อผมก็รู้สึกโมโห แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะว่าเราไม่รู้อะไร คิดว่าเจ้าของร้านหลงจริงๆ ถ้ารู้ทัน พ่อผมว่า คงจะทักท้วง หรือยกเลิกไปเลย เปลี่ยนร้านใหม่ไปเลยก็เป็นได้ พ่อกับแม่ผมก็คิดได้แค่ว่า ตัวเองเกือบซวย ก็เท่านั้น จากนั้นไม่นานมีอาจารย์ผู้ชายท่านหนึ่งเดินมาได้ยิน เรื่องที่พ่อกับอาจารย์ผู้หญิงคุยกันอยู่ พ่อผมก็พูดให้ฟังแบบคร่าวๆ อาจารย์ผู้ชายท่านเลยพูดขึ้นว่า “โอ้! ร้านทองร้าน..??..นั่นนะหรอ พี่ได้ยินมาว่า แต่ก่อนร้านมันอยู่อุดรฯ นะ ก่อนที่มันจะย้ายมาเมืองเลย มันย้ายมาเพราะว่าร้านที่อุดรฯ โดนไฟไหม้ เลยต้องย้าย” พ่อผมเลยคิดในใจว่า ที่ไฟไหม้ก็เพราะว่ามันโกงกินอย่างนี้หรือป่าว กรรมเวรตามทัน และเมื่อไม่นานมานี้ ก็ได้มีเหตุไฟไหม้ที่ร้านเรืองพร จังหวัดเลย ได้ยินว่าไฟได้ลุกลามมาถึงหลังร้านทองดังกล่าวด้วย แต่ดับเพลิงทัน (เกือบได้ย้ายอีกรอบ 555+) คนเมืองเลยเดาเอานะครับว่าร้านไหน

               .......ผมขอทิ้งท้ายไว้ซักนิดนะครับว่า ปัจจุบันนี้บ้านเมืองเรา ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม มีแต่การทุจริต คอรัปชั่น โกงกินไปหมด ไม่ว่าจะเป็น พระ การเมือง ข้าราชการ ฯลฯ รวมทึ้งร้านทองที่แม่ผมไปเปลี่ยนทองด้วย ถ้าเป็นชาวบ้านตาดำๆ ที่ไม่ได้สังเกตอะไร คงตกเป็นเหยื่อไปโดยไม่รู้ตัว ผมเลยอยากจะให้เรื่องนี้ เป็นวิทยาทานสำหรับผู้อ่าน เอาไว้เป็นเครื่องป้องกันตัวนะครับ......(พิมพ์ตก พิมพ์ผิดก็อย่าว่ากันนะครับ) ขอบคุณที่อ่านนะครับ

**Udomsak Suna**
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่