ที่มาจาก
https://www.facebook.com/pages/chulacancernet/223044997711202
ตอนนี้มีคนไข้มาถามเยอะเกี่ยวกับเครื่องHIFU หรือ High-Intensity Focused Ultrasound
ซึ่งเครื่องนี้จริงๆมีมาเป็นระยะเวลานานมากแล้ว และทางการแพทย์ได้สนใจหลักการนี้มากว่า50ปี
หลักการทำงานคร่าวๆคือ ใช้คลื่นที่มีความถี่สูง (high frequency sound waves) ซึ่งจะทำให้เกิดลำแสงไปที่จุดๆนั้น แล้วเกิดความร้อน อุณหภูมิสูง 65-85 องศา ส่งผลให้บางเซลล์เกิดการแข็งตัวและตาย (protein coagulation necrosis) โดยการรักษาจะเกิดจากการรวมจุดๆเหล่านี้ไปทั่วๆก้อน ในรูปคือวงสีฟ้า ซึ่งเราก็จะสร้างลำแสงกลมๆนี้ให้ทั่วก้อนแบบสามมิติ อันนี้เอาแบบง่ายๆนะคะ
การใช้ในทางรักษา จะใช้ในก้อนเนื้อที่เป็นก้อนเดี่ยว หรือรักษาบางส่วนของก้อน ไม่สามารถผ่านอากาศ หรือ กระดูกแข็งได้(solid bone) ดังนั้นการใช้เครื่องชนิดนี้จึงมีข้อจำกัดอยู่บ้าง
การจะใช้เครื่องนี้ในการรักษา สิ่งสำคัญคือการต้องมองเห็นก้อนมะเร็ง เพื่อที่จะรู้ตำแหน่ง และขอบเขตของการส่งคลื่นเข้าไป ดังนั้นปัจจุบันจึงแบ่งเป็น
- MRgHIFU อันนี้คือใช้เครื่อง MRI หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการดูก้อนเนื้อ เครื่องชนิดนี้มีระบบวัดอุณหภูมิขณะทำการรักษาได้ด้วย
- USgHIFU ส่วนอันนี้ใช้เครื่อง ultrasound ในการดูก้อนเนื้อ
ปัจจุบัน โรคที่ทาง FDA หรือ องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา กำหนดว่าให้ใช้ได้ (FDV approval) มีเฉพาะโรคเนื้องอกในมดลูก (uterine fibroid) และ กระดูกที่มีมะเร็งแพร่กระจายไปเท่านั้น
เครื่องรุ่นที่ได้รับการอนุมัติและยอมรับคือ GE Insightec ExAblate 2000 และ ExAblate 2100 ซึ่งเป็นประเภท MRgHIFU
ข้อดีของเครื่องนี้ก็คือ ไม่ต้องผ่าตัดไม่เจ็บตัว (non-invasive)รังสีเป็นแบบชนิดไม่แตกตัว (non-ionizing)มีกำลังต่ำ อวัยวะข้างเคียงจึงไม่ได้รับรังสี
ข้อที่ยังเป็นส่วนที่ต้องหาคำตอบต่อไปคือ
- อุณหภูมิที่สูงมีโอกาสทำให้ผิวหนัง หรืออวัยวะใกล้เคียงก้อนที่เราจะปล่อยลำแสงออกไป มีผลข้างเคียงแค่ไหน เช่นบริเวณที่มีเส้นเลือดอยู่ใกล้กับก้อนเนื้อ เพราะเป็นลำแสงที่มีพลังงานความร้อนสูงมาก
- อุณหภูมิเท่าไหนที่เซลล์มะเร็งจะตายจริง เราต้องเพิ่มอุณหภูมิขึ้นไปอีกหรือเปล่า แต่ทางทฤษฎี เราคงไม่สามารถเพิ่มอุณหภูมิได้มากในร่างกายเนื่องจากจะเกิดปฏิกิริยากับร่างกายเรา
- เนื่องจากคลื่นลำแสงเป็นจุดๆ ที่เกิดจากการรวมกัน จึงไม่สามารถฉายไปที่รอบก้อน เกินจากก้อนมะเร็ง ซึ่งเป็นบริเวณที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้ แต่เราเชื่อว่ามันน่าจะมีเซลล์มะเร็งอยู่ (microscopic disease)
- ไม่สามารถรักษาก้อนเนื้อหรือก้อนมะเร็งที่มีการเคลื่อนไหวได้ เพราะลำแสงจะต้องนิ่งและโฟกัสไปที่ๆจุดๆเดียว
- ระยะเวลา ขึ้นกับขนาดก้อน ถ้าก้อนมีขนาดใหญ่อาจใช้เวลานานขึ้น
ดังนั้นการรักษาด้วยเครื่องชนิดนี้ น่าจะยังจำกัดอยู่ที่เป็นเนื้องอก ผ่าตัดไม่ได้ หรือเป็นการรักษาเพื่อประคับประคองในโรคมะเร็ง ส่วนข้อบ่งชี้อื่นยังคงต้องมีงานวิจัยที่ได้รับความน่าเชื่อถือมายืนยันต่อไป
อีกแง่มุมหนึ่ง เกี่ยวกับ HIFU ที่ไว้รักษามะเร็งค่ะ
https://www.facebook.com/pages/chulacancernet/223044997711202
ตอนนี้มีคนไข้มาถามเยอะเกี่ยวกับเครื่องHIFU หรือ High-Intensity Focused Ultrasound
ซึ่งเครื่องนี้จริงๆมีมาเป็นระยะเวลานานมากแล้ว และทางการแพทย์ได้สนใจหลักการนี้มากว่า50ปี
หลักการทำงานคร่าวๆคือ ใช้คลื่นที่มีความถี่สูง (high frequency sound waves) ซึ่งจะทำให้เกิดลำแสงไปที่จุดๆนั้น แล้วเกิดความร้อน อุณหภูมิสูง 65-85 องศา ส่งผลให้บางเซลล์เกิดการแข็งตัวและตาย (protein coagulation necrosis) โดยการรักษาจะเกิดจากการรวมจุดๆเหล่านี้ไปทั่วๆก้อน ในรูปคือวงสีฟ้า ซึ่งเราก็จะสร้างลำแสงกลมๆนี้ให้ทั่วก้อนแบบสามมิติ อันนี้เอาแบบง่ายๆนะคะ
การใช้ในทางรักษา จะใช้ในก้อนเนื้อที่เป็นก้อนเดี่ยว หรือรักษาบางส่วนของก้อน ไม่สามารถผ่านอากาศ หรือ กระดูกแข็งได้(solid bone) ดังนั้นการใช้เครื่องชนิดนี้จึงมีข้อจำกัดอยู่บ้าง
การจะใช้เครื่องนี้ในการรักษา สิ่งสำคัญคือการต้องมองเห็นก้อนมะเร็ง เพื่อที่จะรู้ตำแหน่ง และขอบเขตของการส่งคลื่นเข้าไป ดังนั้นปัจจุบันจึงแบ่งเป็น
- MRgHIFU อันนี้คือใช้เครื่อง MRI หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการดูก้อนเนื้อ เครื่องชนิดนี้มีระบบวัดอุณหภูมิขณะทำการรักษาได้ด้วย
- USgHIFU ส่วนอันนี้ใช้เครื่อง ultrasound ในการดูก้อนเนื้อ
ปัจจุบัน โรคที่ทาง FDA หรือ องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา กำหนดว่าให้ใช้ได้ (FDV approval) มีเฉพาะโรคเนื้องอกในมดลูก (uterine fibroid) และ กระดูกที่มีมะเร็งแพร่กระจายไปเท่านั้น
เครื่องรุ่นที่ได้รับการอนุมัติและยอมรับคือ GE Insightec ExAblate 2000 และ ExAblate 2100 ซึ่งเป็นประเภท MRgHIFU
ข้อดีของเครื่องนี้ก็คือ ไม่ต้องผ่าตัดไม่เจ็บตัว (non-invasive)รังสีเป็นแบบชนิดไม่แตกตัว (non-ionizing)มีกำลังต่ำ อวัยวะข้างเคียงจึงไม่ได้รับรังสี
ข้อที่ยังเป็นส่วนที่ต้องหาคำตอบต่อไปคือ
- อุณหภูมิที่สูงมีโอกาสทำให้ผิวหนัง หรืออวัยวะใกล้เคียงก้อนที่เราจะปล่อยลำแสงออกไป มีผลข้างเคียงแค่ไหน เช่นบริเวณที่มีเส้นเลือดอยู่ใกล้กับก้อนเนื้อ เพราะเป็นลำแสงที่มีพลังงานความร้อนสูงมาก
- อุณหภูมิเท่าไหนที่เซลล์มะเร็งจะตายจริง เราต้องเพิ่มอุณหภูมิขึ้นไปอีกหรือเปล่า แต่ทางทฤษฎี เราคงไม่สามารถเพิ่มอุณหภูมิได้มากในร่างกายเนื่องจากจะเกิดปฏิกิริยากับร่างกายเรา
- เนื่องจากคลื่นลำแสงเป็นจุดๆ ที่เกิดจากการรวมกัน จึงไม่สามารถฉายไปที่รอบก้อน เกินจากก้อนมะเร็ง ซึ่งเป็นบริเวณที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้ แต่เราเชื่อว่ามันน่าจะมีเซลล์มะเร็งอยู่ (microscopic disease)
- ไม่สามารถรักษาก้อนเนื้อหรือก้อนมะเร็งที่มีการเคลื่อนไหวได้ เพราะลำแสงจะต้องนิ่งและโฟกัสไปที่ๆจุดๆเดียว
- ระยะเวลา ขึ้นกับขนาดก้อน ถ้าก้อนมีขนาดใหญ่อาจใช้เวลานานขึ้น
ดังนั้นการรักษาด้วยเครื่องชนิดนี้ น่าจะยังจำกัดอยู่ที่เป็นเนื้องอก ผ่าตัดไม่ได้ หรือเป็นการรักษาเพื่อประคับประคองในโรคมะเร็ง ส่วนข้อบ่งชี้อื่นยังคงต้องมีงานวิจัยที่ได้รับความน่าเชื่อถือมายืนยันต่อไป