เสื้อแดงจะว่าธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นหน้ากากขาวหรือป่าว ธปท.รับศก.เดือนพ.ค.ชะลอทุกด้าน ชี้คนไทยหนี้เพิ่มทำกำลังซื้อหด

กระทู้สนทนา
บงก์ชาติ ยอมรับเศรษฐกิจไทยพ.ค.ชะลอลงทุกด้าน ทั้งใช้จ่าย-ส่งออก-ลงทุน หดตัวจากปีก่อน เหตุคนไทยภาระหนี้เพิ่ม ทำกำลังซื้อหด และหมดโครงการประชานิยมรถยนต์คันแรก เล็งปรับลดประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ลง หลังประชุมกนง. 10 ก.ค.นี้...

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2556 นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทยในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่า กำลังซื้อของภาคเอกชนเริ่มชะลอตัวลงอย่างชัดเจน และต่อเนื่อง โดยดัชนีอุปโภคและบริโภคภาคเอกชน หดตัวลงจากระยะเดียวกันของปีก่อน 0.2% ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากครัวเรือนมีความระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น จากภาระหนี้สินที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนั้น ธนาคารพาณิชย์เริ่มจะระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาชะลอตัวลงต่อเนื่อง ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน 12% ลดลงจาก 15 % ในช่วงต้นปี และสินเชื่อที่ชะลอลงมากคือ สินเชื่ิออุปโภคบริโภคของภาคครัวเรือน

อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้แรงกระตุ้นที่เกิดจากนโยบายรัฐ โดยเฉพาะโครงการรถยนต์คันแรกทยอยหมดลง แต่รวมทั้งในเดือน พ.ค.ภาครัฐเองก็ชะลอการใช้จ่ายลง หลังจากเร่งโอนเงินไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ยังอยู่ในระดับต่ำ ยังเอื้อต่อการใช้จ่ายในระยะต่อไป ซึ่งธปท.ยังจะจับตาการใช้จ่ายของภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยในขณะนี้ประเมินว่า การใช้จ่ายของภาคเอกชนในครึ่งปีหลังจะยังทรงตัวในระดับเดียวกับครึ่งปีแรก”

นอกเหนือจากการใช้จ่ายที่ชะลอตัว การลงทุนภาคเอกชนก็ยังคงชะลอตัวลงต่อเนื่อง โดยในเดือน พ.ค.ขยายตัวลดลงจากระยะเดียวกันของปีก่อน 3.3% และเป็นการชะลอลงต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี ขณะที่การส่งออกในเดือน พ.ค.ขยายตัวลดลงจากระยะเดียวกันของปีก่อน 5.1% แม้ค่าเงินบาทจะเริ่มอ่อนค่าลง โดยชะลอตัวในภาคการเกษตร และอิเลกทรอนิกส์เป็นสำคัญ สำหรับการนำเข้าในเดือนนี้ก็ชะลอตัวลงเช่นกัน ตามการลงทุนและการใช้จ่ายที่ลดลง โดยลดลงจากระยะเดียวกันของปีก่อน 4.9% โดยเป็นการชะลอของการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบ สินค้าทุน และสินค้าอุปโภคบริโภค แสดงให้เห็นว่า คนไทยเริ่มลดการใช้จ่ายในสินค้าฟุ่มเฟื่อยลง

ทั้งนี้ เมื่อการใช้จ่ายในประเทศ และการส่งออกชะลอตัวลง ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงตามด้วย โดยในเดือนพ.ค.ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลง 7.8% จากระยะเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตามภาคการท่องเที่ยวยังขยายตัวได้ดี โดยขยายตัว 22.2% ขณะที่รายได้ภาคเกษตรเริ่มกลับมาเป็นบวกเล็กน้อย เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันของปีก่อน 2% หลังจากรายได้ภาคเกษตรลดลงต่อเนื่องมากว่า 2 ปี และอีกปัจจัยหนึ่ง ซึ่งยังเป็นปัจจัยบวกของเศรษฐกิจไทยคือ ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา และ 3 เดือนข้างหน้าที่จะเพิ่มขึ้น โดยในเดือนนี้ดัชนีความเชื่อมั่นอยู่ที่ 53.9 จุด และเพิ่มขึ้นเป็น 54.6 จุดใน 3 เดือนข้างหน้า

สำหรับภาคต่างประเทศ ดุลการค้าในเดือน พ.ค.ยังคงเป็นบวกเล็กน้อย 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขณะที่ดุลบริการบริจาคขาดดุล 1,600 ล้านเหรียญฯ ส่งผลให้ดุลบัญเดินสะพัดขาดดุล 1,100 ล้านเหรียญฯ โดยเป็นการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ขณะที่ในเดือน พ.ค.เป็นเดือนที่เริ่มมีเงินไหลออกจากตลาดหุ้น และตลาดพันธบัตรของไทย โดยสิ้นเดือน พ.ค.มีเงินไหลออกจากทั้งสองตลาดรวม 1,365 ล้านเหรียญฯ หรือ 40,950 ล้านบาท (30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยส่วนใหญ่ในเดือน พ.ค.เงินไหลออกจากตลาดพันธบัตรเป็นส่วนใหญ่ 1,202 ล้านเหรียญฯ และเงินไหลออกจากกตลาดหุ้น 163 ล้านเหรียญฯ
“ค่าเงินบาทในช่วงต่อไปจะยังคงผันผวนต่อเนื่อง ตามการเคลื่อนย้ายเงินทุนเข้าออกประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ รวมทั้งประเทศไทยที่ยังเป็นการเข้าออกเร็ว ทำให้ต้องบริหารจัดการ ดูแลความเสี่ยง และจับตาความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป”

ส่วนการชะลอโครงการลงทุนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ของรัฐบาล ยอมรับว่า อาจจะมีผลต่อแรงกระตุ้นในการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยบ้าง แต่ไม่มากนัก เนื่องจากในปีนี้คาดกันไว้แล้วว่า เม็ดเงินที่จะเข้ามาลงทุนจริงจากโครงการนี้อาจจะยังไม่มากนัก ขณะที่ในช่วงครึ่งหลังของปีคาดว่า ภาคการส่งออกจะปรีบตัวดีขึ้น และช่วยเพิ่มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยได้บ้าง แต่ในภาพรวมของเศรษฐกิจไทยแล้ว ธปท.คาดว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะขยายตัวต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ 5.1% โดยธปท.จะเสนอปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ลงในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินวันที่ 10 ก.ค.นี้.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่