วันนี้รู้สึกเหนื่อยกับชีวิตอย่างบอกไม่ถูกครับ อยากจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ขอกำลังใจ ฯลฯ จากเพื่อนในพันทิพหน่อยนะครับ
ช่วงชีวิต10กว่าปีที่ผ่านมา ทำงานหนัก พอกำลังจะดี ก็มีอันต้องสะดุดทุกครั้งไป
เริ่มต้นการทำงานจากการเป็นพนักงานขับรถภายในสนามบิน อยู่ในสนามบินประมาณ12ปี ตำแหน่งสุดท้ายที่ออกมา เป็นระดับ SUP.ของสายการบินแห่งนึง เงินเดือน2หมื่นกว่าๆ ก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่สำหรับผมที่จบ ม.6ก็ถือว่าเยอะแล้วนะ เจอกับแฟนที่นี่คบกัน ซื้อบ้านด้วยกัน ท่องเที่ยวด้วยการขี่bigbike ไปทั่วประเทศ จนมาถึงจุดเปลี่ยน
ผมมีความฝันอยากเป็นเจ้าของคาร์แคร์ เพราะเป็นคนที่รักรถมากๆ ด้วยเงินเก็บ เงินกองทุนที่ลาออกมา ขายรถมอเตอร์ไซค์ที่รัก ก็ได้เงินมาก้อนนึง ที่จะมาสานต่อความฝัน ก็ลุยทุ่มเททำทุกอย่างด้วยตัวเอง มีพี่ๆน้องๆมาช่วยบ้าง ทุกวันล้างรถจนมือ เท้านี่เปื่อย พอปิดร้านนี่นอนสลบ ปวดไปทั้งตัว แต่ก็มีความสุข ที่ได้ทำอะไรของตัวเอง จนเมื่อเวลาผ่านไป จำนวนลูกค้าก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็มาเจอกับช่วงกีฬาสี มีการประท้วง เผาบ้านเผาเมืองกัน กิจการของผมก็สะดุด เรียกว่าหัวทิ่มก็ได้ ลูกค้าหายไปเกือบหมด แต่ก็ยังสู้ต่อ เพื่อที่จะรักษากิจการของเราไว้ แต่ก็ยื้อไว้ได้อีกไม่กี่เดือน หลังจากเซ้งร้านไป ก็ปิดร้านพร้อมกับหนี้อีกหลายแสนอยู่
แล้วจะทำยังไงต่อ กลับไปหางานทำ ได้งานบริษัทขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ตำแหน่งSUP. เงินเดือน 15000บาท ไม่มีอย่างอื่น ซื่งก็โอนะ กับคนจบม6.อย่างผม ทำอยู่8-9เดือน งานหมดสัญญา บริษัทจะให้ไปทำที่หน่วยงานอื่นซึ่งไกลบ้าน เลยตัดสินใจลาออก แต่ระหว่างที่ทำงานที่นี่ ก็ได้เห็นบางอย่าง ที่ทำให้ผมตาสว่างขึ้น คือลูกน้องผมที่เป็นคนขับรถขนน้ำมันเนี่ย รับเดือนๆนึงคนละ 2หมื่นกว่าๆ ไวเท่าความคิด ไปสมัครเรียนขับรถเทรลเลอร์กับโรงเรียนกรมขนส่งทางบก ใช้เวลาเรียน1เดือน มีที่ไหน เรียนฟรีมีเบี้ยเลี้ยงให้ วันละ120บาท ระหว่างนั้นก็ขี่มอเตอร์ไซค์วินไปด้วย ซึ่งการขี่วินก็ทำให้ผมได้ประสบการณ์แปลกๆใหม่ๆ และได้เพื่อน พี่น้อง ที่ดีต่อกันจนถึงทุกวันนี้อีกหลายคน
หลังจากเรียนจบ มีบริษัทมารับสมัครงานถึงที่ ผมก็เลือกมาทำงานกับบริษัทแห่งนึง ซึ่งถือว่าเป็นบริษ้ทขนส่งแนวหน้าของเมืองไทยก็ว่าได้
ผมก็ตัดสินใจทำในตำแหน่งพนักงานขับรถบรรทุกรถยนต์ใหม่ ที่เลือกตำแหน่งนี้ ตอนนั้นไม่ได้คิดเรื่องเิงินเท่าไหร่ คิดแต่ว่ามันคงจะยากและท้าทายดี อีกอย่างก็ได้ทำงานกับรถที่เราชอบ ก็เลยตกลง พอเข้าไปก็โชคดีเลย ผจก.บอกให้ไปช่วยขับรถ6-10ล้อห้องเย็น ซึ่งเป็นอีกหน่วยงานของบริษัทก่อน ตอนนั้นคนกำลังขาด เราก็ไป คิดว่าคงไม่กี่วัน ผ่านไป8เดือน ถ้า้เป็นคนอื่นคงโวยหรือไม่ก็ลาออกไปแล้ว แต่สำหรับผมถือว่าดี ที่เราได้มาเรียนรู้เกี่ยวกับรถห้องเย็น การขนส่งอาหารสดต่างๆ พอได้กลับไปประจำรถบรรทุกรถ เมื่อได้ประจำรถเต็มตัวแล้ว ก็พบว่า โห รายได้ต่อเดือน 40000+- เราไปทำอะไรในสนามบินมา10กว่าปีนะเนี่ย ผ่านช่วงเวลาลำบาก สึนามิญี่ปุ่น น้ำท่วม โรงงานประท้วง นอนนิ่งๆ ไม่มีงานวิ่ง รายได้ก็หดหายไป แต่ก็อดทนจนผ่านมาได้ ตอนนี้ก็เกือบ3ปีแล้ว
ช่วงนี้เริ่มรู้สึกว่าวิกฤตเริ่มกลับมาอีกแล้ว ปีที่แล้วด้วยนโยบายอะไรสักอย่าง คนแห่กันซื้อรถ จองรถกันอย่างกับว่าแจกฟรี รอเป็นปีก็เอา พวกผมก็ขนกันไม่ต้องหลับต้องนอน รายได้ไม่ต้องถามเลยครับ พากันออกรถป้ายแดงกันเป็นแถว จนในบริษัทไม่มีที่จะจอดรถแล้ว
แต่ช่วงนี้ LOWสุด งานถูกลด รถขายไม่ออก ตามโชว์รูมแทบจะไม่มีที่เก็บรถใหม่ ทั้งลด แลก แจก แถม ก็ยังขายไม่ออก รายได้ผมหายไปกว่าครึ่ง เลยเริ่มรู้สึกท้อใจ ทำไมชีวิตมันไม่นิ่งเสียที แต่ท้อได้นิดหน่อย ถอยไม่ได้ ลูกชายคนโต 2ขวบ ลูกสาวในท้องภรรยาได้ 8เดือนละ
เลยมานั่งคิดว่าจะยังไงดี ทนทำที่นี่ต่อไป เพราะเค้า(เค้าไหนไม่รู้)บอกว่าอีก2-3เดือนก็ดีเหมือนเดิมแล้ว รอหน่อย แต่รายจ่ายมันไม่รอกับเราน่ะสิ เลยเป็นที่มาของการขอความคิดเห็นครับ ว่าจะ้เอายังไงดี
1.ทนทำต่อไป เชื่อว่ามันจะดี แต่ในขณะที่รอก็ต้องหารายได้เพิ่ม เช่น รับจ้างขับรถรายวัน รายเที่ยว หรือวันหยุด ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนจ้างไหม
เช่าTAXIขับ ขี่วิน ก็เห็นบ่นกันจัง ว่าช่วงนี้แย่ๆ ใครมีงานอะไรแนะนำด้วยครับ
2. ลาออก ย้ายสายงาน ที่เล็งไว้ และแอบไปคุยไว้แล้วด้วย คือ ขับรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน รายได้ประมาณ30000+- ถ้าเทียบกับบรรทุกรถก็น้อยกว่าหน่อย แต่เวลาทำงานเป็นเวลามากกว่าคือ ทำแค่วันละ12ชั่วโมงเท่านั้น ไม่มีเกิน และคิดว่ามันน่าจะนิ่งกว่า เพราะรถต้องเติมน้ำมันทุกคันอยู่แล้ว
3.กำลังจะมีสายการบินเปิดใหม่ ซึ่งมีลูกพี่เก่าของผมเข้าไปบริหารงานด้วย เริ่มติดต่อทาบทามมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับข้อมูลแน่นอนว่าจะเริ่มเปิดให้บริการเมื่อไหร่ ก็คงต้องทำข้อ1-2ไปก่อนครับ
ยังไงก็ขอบคุณที่ทนอ่าน และ ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นล่วงหน้าด้วยนะครับ
แชร์ประสบการณ์ทำงาน และขอความคิดเห็นครับ
ช่วงชีวิต10กว่าปีที่ผ่านมา ทำงานหนัก พอกำลังจะดี ก็มีอันต้องสะดุดทุกครั้งไป
เริ่มต้นการทำงานจากการเป็นพนักงานขับรถภายในสนามบิน อยู่ในสนามบินประมาณ12ปี ตำแหน่งสุดท้ายที่ออกมา เป็นระดับ SUP.ของสายการบินแห่งนึง เงินเดือน2หมื่นกว่าๆ ก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่สำหรับผมที่จบ ม.6ก็ถือว่าเยอะแล้วนะ เจอกับแฟนที่นี่คบกัน ซื้อบ้านด้วยกัน ท่องเที่ยวด้วยการขี่bigbike ไปทั่วประเทศ จนมาถึงจุดเปลี่ยน
ผมมีความฝันอยากเป็นเจ้าของคาร์แคร์ เพราะเป็นคนที่รักรถมากๆ ด้วยเงินเก็บ เงินกองทุนที่ลาออกมา ขายรถมอเตอร์ไซค์ที่รัก ก็ได้เงินมาก้อนนึง ที่จะมาสานต่อความฝัน ก็ลุยทุ่มเททำทุกอย่างด้วยตัวเอง มีพี่ๆน้องๆมาช่วยบ้าง ทุกวันล้างรถจนมือ เท้านี่เปื่อย พอปิดร้านนี่นอนสลบ ปวดไปทั้งตัว แต่ก็มีความสุข ที่ได้ทำอะไรของตัวเอง จนเมื่อเวลาผ่านไป จำนวนลูกค้าก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็มาเจอกับช่วงกีฬาสี มีการประท้วง เผาบ้านเผาเมืองกัน กิจการของผมก็สะดุด เรียกว่าหัวทิ่มก็ได้ ลูกค้าหายไปเกือบหมด แต่ก็ยังสู้ต่อ เพื่อที่จะรักษากิจการของเราไว้ แต่ก็ยื้อไว้ได้อีกไม่กี่เดือน หลังจากเซ้งร้านไป ก็ปิดร้านพร้อมกับหนี้อีกหลายแสนอยู่
แล้วจะทำยังไงต่อ กลับไปหางานทำ ได้งานบริษัทขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ตำแหน่งSUP. เงินเดือน 15000บาท ไม่มีอย่างอื่น ซื่งก็โอนะ กับคนจบม6.อย่างผม ทำอยู่8-9เดือน งานหมดสัญญา บริษัทจะให้ไปทำที่หน่วยงานอื่นซึ่งไกลบ้าน เลยตัดสินใจลาออก แต่ระหว่างที่ทำงานที่นี่ ก็ได้เห็นบางอย่าง ที่ทำให้ผมตาสว่างขึ้น คือลูกน้องผมที่เป็นคนขับรถขนน้ำมันเนี่ย รับเดือนๆนึงคนละ 2หมื่นกว่าๆ ไวเท่าความคิด ไปสมัครเรียนขับรถเทรลเลอร์กับโรงเรียนกรมขนส่งทางบก ใช้เวลาเรียน1เดือน มีที่ไหน เรียนฟรีมีเบี้ยเลี้ยงให้ วันละ120บาท ระหว่างนั้นก็ขี่มอเตอร์ไซค์วินไปด้วย ซึ่งการขี่วินก็ทำให้ผมได้ประสบการณ์แปลกๆใหม่ๆ และได้เพื่อน พี่น้อง ที่ดีต่อกันจนถึงทุกวันนี้อีกหลายคน
หลังจากเรียนจบ มีบริษัทมารับสมัครงานถึงที่ ผมก็เลือกมาทำงานกับบริษัทแห่งนึง ซึ่งถือว่าเป็นบริษ้ทขนส่งแนวหน้าของเมืองไทยก็ว่าได้
ผมก็ตัดสินใจทำในตำแหน่งพนักงานขับรถบรรทุกรถยนต์ใหม่ ที่เลือกตำแหน่งนี้ ตอนนั้นไม่ได้คิดเรื่องเิงินเท่าไหร่ คิดแต่ว่ามันคงจะยากและท้าทายดี อีกอย่างก็ได้ทำงานกับรถที่เราชอบ ก็เลยตกลง พอเข้าไปก็โชคดีเลย ผจก.บอกให้ไปช่วยขับรถ6-10ล้อห้องเย็น ซึ่งเป็นอีกหน่วยงานของบริษัทก่อน ตอนนั้นคนกำลังขาด เราก็ไป คิดว่าคงไม่กี่วัน ผ่านไป8เดือน ถ้า้เป็นคนอื่นคงโวยหรือไม่ก็ลาออกไปแล้ว แต่สำหรับผมถือว่าดี ที่เราได้มาเรียนรู้เกี่ยวกับรถห้องเย็น การขนส่งอาหารสดต่างๆ พอได้กลับไปประจำรถบรรทุกรถ เมื่อได้ประจำรถเต็มตัวแล้ว ก็พบว่า โห รายได้ต่อเดือน 40000+- เราไปทำอะไรในสนามบินมา10กว่าปีนะเนี่ย ผ่านช่วงเวลาลำบาก สึนามิญี่ปุ่น น้ำท่วม โรงงานประท้วง นอนนิ่งๆ ไม่มีงานวิ่ง รายได้ก็หดหายไป แต่ก็อดทนจนผ่านมาได้ ตอนนี้ก็เกือบ3ปีแล้ว
ช่วงนี้เริ่มรู้สึกว่าวิกฤตเริ่มกลับมาอีกแล้ว ปีที่แล้วด้วยนโยบายอะไรสักอย่าง คนแห่กันซื้อรถ จองรถกันอย่างกับว่าแจกฟรี รอเป็นปีก็เอา พวกผมก็ขนกันไม่ต้องหลับต้องนอน รายได้ไม่ต้องถามเลยครับ พากันออกรถป้ายแดงกันเป็นแถว จนในบริษัทไม่มีที่จะจอดรถแล้ว
แต่ช่วงนี้ LOWสุด งานถูกลด รถขายไม่ออก ตามโชว์รูมแทบจะไม่มีที่เก็บรถใหม่ ทั้งลด แลก แจก แถม ก็ยังขายไม่ออก รายได้ผมหายไปกว่าครึ่ง เลยเริ่มรู้สึกท้อใจ ทำไมชีวิตมันไม่นิ่งเสียที แต่ท้อได้นิดหน่อย ถอยไม่ได้ ลูกชายคนโต 2ขวบ ลูกสาวในท้องภรรยาได้ 8เดือนละ
เลยมานั่งคิดว่าจะยังไงดี ทนทำที่นี่ต่อไป เพราะเค้า(เค้าไหนไม่รู้)บอกว่าอีก2-3เดือนก็ดีเหมือนเดิมแล้ว รอหน่อย แต่รายจ่ายมันไม่รอกับเราน่ะสิ เลยเป็นที่มาของการขอความคิดเห็นครับ ว่าจะ้เอายังไงดี
1.ทนทำต่อไป เชื่อว่ามันจะดี แต่ในขณะที่รอก็ต้องหารายได้เพิ่ม เช่น รับจ้างขับรถรายวัน รายเที่ยว หรือวันหยุด ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนจ้างไหม
เช่าTAXIขับ ขี่วิน ก็เห็นบ่นกันจัง ว่าช่วงนี้แย่ๆ ใครมีงานอะไรแนะนำด้วยครับ
2. ลาออก ย้ายสายงาน ที่เล็งไว้ และแอบไปคุยไว้แล้วด้วย คือ ขับรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน รายได้ประมาณ30000+- ถ้าเทียบกับบรรทุกรถก็น้อยกว่าหน่อย แต่เวลาทำงานเป็นเวลามากกว่าคือ ทำแค่วันละ12ชั่วโมงเท่านั้น ไม่มีเกิน และคิดว่ามันน่าจะนิ่งกว่า เพราะรถต้องเติมน้ำมันทุกคันอยู่แล้ว
3.กำลังจะมีสายการบินเปิดใหม่ ซึ่งมีลูกพี่เก่าของผมเข้าไปบริหารงานด้วย เริ่มติดต่อทาบทามมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับข้อมูลแน่นอนว่าจะเริ่มเปิดให้บริการเมื่อไหร่ ก็คงต้องทำข้อ1-2ไปก่อนครับ
ยังไงก็ขอบคุณที่ทนอ่าน และ ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นล่วงหน้าด้วยนะครับ