อยากทราบความหมายของคำประโยคนี้เป็นภาษาทางธรรมหน่อยครับไม่ทราบว่าใครจะพอมีความสามารถบ้าง

มีใครพอจะอธิบายคำพูดพวกนี้เป็นภาษาธรรมให้ฟังหรืออ่านได้ลึกซึ้งบ้าง
"คนดีชอบทำ     คนชอบติ"
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า
          ภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ไม่เฉียบแหลม เป็นอสัตบุรุษ (คนชั่ว) ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ ย่อมบริหารให้ถูกจำกัด ถูกทำลาย มีความเสียหาย ถูกผู้รู้ติเตียน และประสพสิ่งที่มิใช่บุญเป็นอันมาก

          ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง
          ๑.ไม่พิจารณา ไม่ไตร่ตรอง กล่าวสรรเสริญผู้ควรติเตียน
          ๒.ไม่พิจารณา ไม่ไตร่ตรอง กล่าวติเตียนผู้ควรสรรเสริญ
          ๓.ไม่พิจารณา ไม่ไตร่ตรอง แสดงความเลื่อมใสในฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใส
          ๔.ไม่พิจารณา ไม่ไตร่ตรอง แสดงความไม่เลื่อมใสในฐานะที่ควรเลื่อมใส

          ภิกษุทั้งหลาย คนพาลผู้ไม่เฉียบแหลม เป็นอสัตบุรุษ ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ ย่อมบริหารให้ถูกจำกัด ถูกทำลาย มีความเสียหาย ถูกผู้รู้ติเตียน และประสพสิ่งที่มิใช่บุญเป็นอันมาก



          ภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้เฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ (คนดี) ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ ย่อมบริหารไม่ให้ถูกจำกัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีความเสียหาย ไม่ถูกผู้รู้ติเตียน และประสพบุญเป็นอันมาก
          ธรรม ๔ ประการ อะไรบ้าง
          ๑.พิจารณา ไตร่ตรองแล้ว กล่าวติเตียนผู้ควรติเตียน
          ๒.พิจารณา ไตร่ตรองแล้ว กล่าวสรรเสริญผู้ควรสรรเสริญ
          ๓.พิจารณา ไตร่ตรองแล้ว แสดงความไม่เลื่อมใสในฐานะที่ไม่ควรเลื่อมใส
          ๔.พิจารณา ไตร่ตรองแล้ว แสดงความเลื่อมใสในฐานะที่ควรเลื่อมใส
          ภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตผู้เฉียบแหลม เป็นสัตบุรุษ  ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ ย่อมบริหารไม่ให้ถูกจำกัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีความเสียหาย ไม่ถูกผู้รู้ติเตียน และประสพบุญเป็นอันมาก
    

    
          ผู้ใดกล่าวสรรเสริญผู้ควรติเตียน
          หรือกล่าวติเตียนผู้ควรสรรเสริญ
          ผู้นั้นชื่อว่าสั่งสมความผิดไว้ด้วยปาก
          ย่อมไม่ประสพความสุขเพราะความผิดนั้น


        
          การปราชัยด้วยทรัพย์ในการเล่นการพนัน
          จนหมดตัวนี้ เป็นความผิดเพียงเล็กน้อย
          แต่การที่บุคคลมีใจประทุษร้ายในบุคคล
          ที่ดำเนินไปดีแล้วนี้เท่านั้น เป็นความผิดมากกว่า



          บุคคลผู้ตั้งวาจา และใจอันชั่วติเตียนพระอริยะ
          ย่อมเข้าถึงนรกสิ้น ๑๓๖,๐๐๐ นิรัพพุทกัป
          กับอีก ๕ อัพพุทกัป ฯ


อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๑ ข้อ ๓ หน้า ๔-๕
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่