มานั่งจิบกาแฟคุยมั่ง

ไอเดียไม่เลวนะที่จะมานั่งคุยการเมืองกับแบบชิลล์ๆ จิบกาแฟวิเคราะห์การเมืองกัน
เห็นที่บอร์ดนี้มีคนที่สนใจติดตามการเมืองกันมานาน ผมเลยอยากลองหาประเด็นอะไรมานั่งจิบกาแฟคุยกับบรรดาเซียนๆการเมืองในนี้ดูมั่ง ขอเริ่มด้วยประเด็นสบายๆล่ะกันว่า
หากเป็นไปตามสมมุติฐาณที่ว่า มี”ฝ่ายอำนาจเก่า” หรือ หัวโจกฝ่ายตรงข้ามทักษิณ( ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเป็นใครเหมือนกันคริคริ)
คนที่เป็นหัวหน้าใหญ่กำหนดความเป็นไปได้นั่นแหละ กับสถานะการ์ทางการเมืองอย่างที่เห็นนี้
คุณว่าเค้าคิดอะไรกันอยู่?
1.ทำรัฐประหาร

คิดปฏิวัติให้สำเร็จอย่างไม่มีแรงต้านนั้นก็เป็นไปไม่ได้แน่ๆ โอกาสเกิดสงครามกลางเมืองก็มีสูง
หรือถ้าไม่มี ก็คงไม่ได้รับความร่วมมืออะไร แรงต้านมันเยอะบริหารไม่ได้ก็ล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมานั่นแหละ
ทำแล้วก็ไม่มีคนยอมรับทั้งในและนอกประเทศ
ที่สำคัญคือทำแล้วจบไม่ลง
หาคนทำยังยากแล้วแต่ทำแล้วจะให้ใครขึ้นมาเป็นนายกฯยิ่งยากกว่า
เพราะคงหาคนที่จะให้ยอมรับกันได้คงไม่มี จะมีใครที่โง่พอจะเสนอตัวมาเป็นหนังหน้าไฟที่ได้ไม่คุ้มเสียอีกล่ะ ตัวอย่างที่ผ่านมา
นั้นเป็นเครื่องเตือนใจได้เป็นอย่างดี
เกลียดทักษิณน่ะเกลียดอยู่ อำนาจก็น่าสนหรอก แต่ผลที่ตามมานั้น ไม่แน่จริงก็เข้ามาให้เสียผู้เสียคนโดยใช่เหตุปล่าวๆ
คนที่อยากเป็นก็คงจะคิดสั้นและโง่มาก ถึงจะยอม แล้วเมื่อได้คนโง่มาบริหารมันก็ยิ่งทำให้สถานะการณ์ของฝ่ายตนแย่ลงไปอีก

2.ทำให้พรรคการเมืองฝ่ายตนชนะเลือกตั้งให้ได้

วิธีนี้ฟังดูๆแล้วเหมือนยากกว่าทำปฏิวัติซะอีกนะครับ แต่จริงๆแล้วงมันคือวิธีชนะที่ถูกต้อง
และเป็นไปได้มากกว่า
สร้างปัญหาที่ตามมาน้อยกว่า
เกมการเมืองที่ใช้ประชาธิปัตย์ที่มีมาร์คกะเทือกเป็นหมากตัวสำคัญในการต่อสู้นั้นผมว่ามันเกมส์ไปแล้ว
เล่นต่อไปแบบหวังฟลุ๊คมีใครทะเล่อทะร่ามาทำปฏิวัติให้แล้วยกถวายให้อีกเหมือนที่เคยทำมันเป็นหวังที่ลมๆแล้งๆอย่างมาก
ดูแล้วยิ่งจะทำให้แย่ไปกว่าเก่าซะอีก
ความจริงหากมองให้ดี มองให้เห็นอย่างที่คุณอลงกรณ์เห็น ก็คงเห็นทางชนะได้เหมือนกัน
อย่างที่เดินสาย”ผ่าความจริง”กันนั้นน่ะ ผมว่ามันสูญเปล่าหากเอาตัวปัญหาไปเป็นตัวชูโรง
ต้องยอมรับกันได้แล้วว่ามาร์คกะเทพน่ะ เป็นหมากที่”ตาย”ไปแล้ว
ทู่ซี้ใช้เป็นตัวหลักในการสู้ก็มีแต่แพ้
ตัดหางปล่อยวัดไปดีกว่า แล้วหาหมากตัวใหม่มาเล่น
จะตั้งพรรคใหม่หรือจะปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์(ที่ไม่มีตัวปัญหา )น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่า

เห็นท่าทีดีอกดีใจของพรรคประชาธิปัตย์ที่พอจะเห็นว่าทางฝั่งรัฐบาลจะบริหารผิดพลาดเสียหายแล้วก็อนาจใจ
ท่าทีอย่างนี้แสดงว่ายังไม่สำนึกสถานะภาพแท้จริงของพรรคตัวเองกันซักเท่าไหร่
ที่ผมว่าต่อให้รัฐบาลบริหารงานล้มเหลว เลือกตั้งคราวหน้าจะหวังให้คะแนนฝั่งโน้นจะไหลมาเทให้มันเป็นไปไม่ได้หรอก
เพราะความจริงก็คือ หากยังไม่เปลี่ยนแปลงอะไร คนเค้าก็ไม่เลือกประชาธิปัตย์
ทดสอบได้ไม่ยาก ลองไปเดินหน้าผ่าความจริงโดยไม่มีมาร์คกะเทือกดูสิ
แล้งผ่าความจริงแบบที่เป็น”ความจริง”จริงๆดู ผมว่ากระแสตอบรับน่าจะดีกว่านี้เยอะเลย
ยอมรับซะทีว่ามาร์คกะเทือกน่ะ “จบไปแล้ว”
มีเวลาอีกแค่สองปีเรื่องคอยจับผิดรัฐบาลน่ะให้เป็นหน้าที่ของสื่อและของคนอื่นจะดีกว่า
เพราะไม่มีประชาธิปัตย์ก็มีคนคอยจับผิดให้อยู่แล้วจะไปเสียเวลากันทำไม
ยิ่งไปจับผิดเค้าแล้วก็โดนผลสะท้อนเข้าพรรคตัวเองทุกที(โง่จริงๆ)

น่าจะหันมาพัฒนาปฏิรูปพรรคประชาธิปัตย์ให้ประชาชนยอมรับให้ได้ภายในสองปี
ทำให้ประชาชนเค้าเห็นว่าเป็น”ตัวเลือกที่น่าสนใจ”ซะก่อน
เพราะพรรคการเมืองนั้นจะประสพความสำเร็จได้มันต้องมาจากศรัทธาของมหาชน
ไม่ใช่ได้มาเพราะด่าเก่ง หรือหวังแค่หาเศษหาเลยจากความล้มเหลวของคนอื่น
หากประชาธิปัตย์ยังเป็นอยู่อย่างนี้  เพื่อไทยจะ ล้มเหลวยังไง
โอกาสที่ประชาธิปัตย์จะพลิกเกมส์ชนะถล่มทลายได้มาเป็นรัฐบาลผมว่ามันก็ยังไม่มี
ยิ่งทำตัวกันแบบนี้อย่าว่าแต่ชนะเลย แพ้ยังไงจะไม่ให้น่าเกลียดยังเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อย

ยอมเสียม้ารักษาขุนไว้จะดีกว่ามั๊ย?

นอกจากแนวทางการต่อสู้ที่ว่ามานี้
อยากถามเซียนการเมืองทั้งหลายว่า นอกจาก การทำรัฐประหาร กับการผลักดันพรรคการเมืองพวกตนให้ชนะเลือกตั้ง
น่าจะยังมีวิธีอื่นอีกมั๊ย?
และเมื่อมองไปในอนาคต หากมีปัจจัยตัวแปรสำคัญที่จะมีผลทางการเมืองอื่นๆเช่น ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นต่อสถาบันฯ
จะมีผลยังไงต่อการเมืองก็เป็นเรื่องที่น่าจับตาดูไม่น้อยเลย
บรรดา”เซียน”ทั้งหลายวิเคราะห์กันไว้อย่างไร มาแชร์กันมั่งสิครับ
อย่าลืมล่ะครับ
คุยวิเคราะห์กันแบบเบาๆชิลล์ๆ อย่าถึงกับต้องสำลักกาแฟล่ะครับ?

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่