ภาพความอุบาทว์ของการจัดตั้งรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง

ตอนนี้พวกเราประชาชนทั่วไปรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญเหมือนกันนะ นายก  รมต. สส. พากันมายกมือไหว้ขอคะแนนเสียง แต่พอเลือกตั้งเสร็จ ก็ไม่เห็นหัวประชาชนเหมือนเดิม พรรคที่ได้สส.มาก ก็พยามชวนพรรคที่ได้สส.น้อยกว่ามาร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล  พอจับขั้วกันได้แต่ละพรรคก็พยามต่อรองให้ได้
ตำแหน่งรมต.มากที่สุด หรือเลือกกระทรวงที่มีงบประมาณมากๆ โดยไม่ได้สนใจว่าคนในพรรคตัวเองจะมีความรู้ความสามารถเหมาะสมไหม พอพรรคได้ตำแหน่งรมต.มาแล้วก็มาทะเลาะกันในพรรคว่าจะให้ใครเป็นซึ่งคนที่ได้ก็จะเป็นคนที่คุมสส.ได้มากหรือเป็นนายทุนของพรรค  ท้ายที่สุดเราก็จะได้รัฐบาลที่มีนายกคอยเกลี่ยผลประโยชน์ระหว่างพรรคการเมืองและรมต.ที่ไม่มีความรู้ความสามารถการบริหารกระทรวงนั้นๆ ได้แต่ให้ข้าราชการฯบริหารงานประจำของกระทรวง ส่วนตัวรมต.ก็หาทางแสวงหาผลประโยชน์จากงบประมาณและเอามาแบ่งสส.ในกลุ่ม ในก๊วน
เพื่อหารายได้ และทุนสำหรับเลือกตั้งครั้งต่อไป  พอโกงกินกันมากๆ  ทหารก็ออกมาปฏิวัติ
ตั้งรัฐบาล  แรกๆก็ดูเหมือนจะดี แต่ใครก็ตามที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในมือนานๆมักจะหลงในอำนาจ ก็จะบริหารเพื่อตนเองและพวกพ้องเหมือนกัน แต่แย่กว่าตรงที่ไม่มีระยะเวลาที่แน่นอนในการเปลี่ยนรัฐบาล จนประชาชนทนไม่ได้ออกมาเลือกร้องการเลือกตั้ง ก็จะมีการผ่อนคลาย และจัดให้มีการเลือกตั้ง แต่ก็ตั้งองค์กรต่างๆ รวมทั้งพรรคการเมืองของทหารเอง เพื่อให้การลงจากอำนาจไม่เกิดการเช็คบิลย้อนหลัง
ประเทศเราอยู่ในวังวนอย่างนี้มาตลอด
น่าเบื่อจริงๆ
จะดีไหมถ้าเราไปเลือกตั้งแล้วสามารถรู้เลยว่าเราจะได้รัฐบาลที่ใครเป็นายก มีใครเป็นรมต.
ประจำกระทรวงอะไรบ้าง ถ้าแต่ละพรรคที่ขันอาสามารับใช้ชาติมีแคนดิเดตนายกแล้วก็ควรที่จะคัดเลือกคนที่มีความรู้ ความสามารถในแต่ละกระทรวงมาเป็นจะมีแคนดิเดต
รมต.แต่ละกระทรวงให้ครบทุกกระทรวง
พอจัดตั้งรัฐบาล แม้ว่าพรรคนั้นจะไม่ได้เสียงข้างมากพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว เมื่อต้องไปร่วมกับพรรคอื่นในการจัดตั้งรัฐบาลแต่ถ้าพรรคนั้นได้โควต้ากระทรวงอะไร
พรรคนั้นก็จะส่งแคนดิเดตรมต.กระทรวงนั้นไปเป็นรมต.  ไม่ใช่พอเลือกตั้งเสร็จการแต่งตั้งรมต.เป็นเรื่องของการต่อรองทางการเมืองระหว่างพรรคและภายในพรรค ประชาชนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง  ถ้าพรรคจะส่งเจ้าพ่อ เจ้าแม่ หรือลูกหลาน มาเป็นรมต. ประชาชนไม่มีสิทธิโต้แย้งเพราะเลือกสส.มาแล้ว
ถ้าทุกพรรคนำเสนอแคนดิเดตนายกและแคนดิเดตรมต. กระทรวง ทุกกระทรวง เสมือนเป็นสัญญาณประชาคมล่วงหน้า ก็จะเกิดการสรรหาบุคคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ มาแข่งกัน ให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เปรียบเทียบ และเลือกได้ แต่ถ้าพรรคใดไม่เสนอหรือเสนอไม่ครบก็แสดงว่าพรรคนั้นไม่พร้อมในการบริหารกระทรวงนั้นๆ
ถ้าทำอย่างนี้ได้ เราก็น่าจะได้รัฐบาลที่บริหารประเทศชาติได้ดีกว่าผ่านมา
แม้การเลือกตั้งครั้งนี้ อาจจะไม่ทันสำหรับพรรคการเมือง แต่ถ้าเลือกตั้งครั้งหน้าทุกพรรคทำได้ ก็จะเกิดการพัฒนาการที่ดีต่อการเลือกตั้งของพวกเรา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่