“เทพเทือก”ยันศอฉ.สลายชุมนุมตามหลักสากล
“เทพเทือก” ขึ้นไต่สวน “6ศพวัดปทุม” ยันศอฉ.สลายการชุมนุมตามหลักสากล
มีกองกำลังติดอาวุธยิงใส่จนท.ไม่ให้เข้าช่วยคนเจ็บในวัดปทุม
วันนี้ (6 มิ.ย.) ที่ห้องพิจารณา 604 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ศาลได้ไต่สวนคำร้องคดีดำ ช.5/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนชันสูตรพลิกศพนายสุวัน ศรีรักษา อายุ 30 ปี เกษตรกร ผู้เสียชีวิตที่ 1 นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้เสียชีวิตที่ 2 นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ผู้เสียชีวิตที่ 3 นายรพ สุขสถิต อายุ 66 ปี พนักงานขับรถรับจ้างในสนามบิน ผู้เสียชีวิตที่ 4 น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี พยาบาลอาสา ผู้เสียชีวิตที่ 5 และนายอัครเดช ขันแก้ว อาชีพรับจ้าง ผู้เสียชีวิตที่ 6 ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตภายในวัดปทุมวนาราม ใกล้แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 ช่วงสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี
โดยวันนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ขึ้นเบิกความสรุปว่า ช่วงระหว่างวันที่ 14 มี.ค.53 มีการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ถ.ราชดำเนิน ต่อมาเมื่อวันที่ 3 เม.ย.53 กลุ่มนปช.บางส่วนได้ขยายพื้นที่ชุมนุมที่บริเวณแยกราชประสงค์ จากนั้นวันที่ 7 เม.ย.53 กลุ่มนปช. ได้บุกรัฐสภา รัฐบาล จึงได้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯในพื้นที่กทม.และปริมณฑล พร้อมตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.โดยตนเป็นผอ.ศอฉ. เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์
กระทั่งวันที่ 10 เม.ย.53 ศอฉ. ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ขอพื้นที่คืนจากกลุ่ม นปช. ที่ถ.ราชดำเนิน
เพื่อคลี่คลายการจราจร โดยยึดการปฏิบัติตามหลักสากล จากเบาไปหาหนัก 7 ขั้นตอน เพื่อยับยั้งการกระทำผิดกฎหมายของผู้ชุมนุม แต่เหตุการณ์เริ่มมีความรุนแรงโดยมีกองกำลังผู้ก่อการร้ายแต่งกายชุดดำ ใช้อาวุธปืนสงครามยิ่งใส่เจ้าหน้าที่และประชาชน ทำให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย กลุ่มผู้ชุมนุมเสียชีวิต 20 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 800 คน ทางศอฉ.ได้พิจารณาและมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้ปืนลูกซองได้เพื่อป้องกันตัวเองในสถานการณ์ฉุกเฉินและยับยั้งการก่อการร้าย
ต่อมาเมื่อวันที่ 15 เม.ย.53 กลุ่มนปช. ได้เลิกการชุมนุมที่บริเวณถ.ราชดำเนิน และมารวมตัวชุมนุมกันที่แยกราชประสงค์ทั้งหมด ซึ่งทางศอฉ.ได้มีคำสั่งตั้งด่านตรวจเข้มแข็งบริเวณรอบพื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ งดบริการรถโดยสารสาธารณะ เพื่อสกัดยับยั้งไม่ให้มีการนำอาวุธเข้าไปในพื้นที่การชุมนุม และกันคนไม่ให้เข้าไปชุมนุมเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งทำการตัดน้ำตัดไฟเพื่อกดดันกลุ่มผู้ชุมนุม และตั้งจุดสกัดอีก 13 จุดรอบพื้นที่การชุมนุม แต่ปรากฏว่ามีกลุ่มผู้ก่อการร้ายปะปนอยู่ โดยใช้พื้นที่ด้านหลังเวทีปราศรัยและบริเวณสวนลุมพินีเป็นฐานปฏิบัติการ ใช้อาวุธสงคราม ระเบิดเอ็ม79 และ ปืนเอ็ม16 ยิงใส่เจ้าหน้าที่บริเวณถ.พระราม4 และแยกศาลาแดง ทำให้มีเจ้าหน้าที่และประชาชนเสียชีวิต จากนั้น ทางศอฉ.ได้แต่งตั้งให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. (ขณะนั้น)เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ
จนวันที่ 19 พ.ค.53 ศอฉ.ได้ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ยึดคืนพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์และสวนลุมพินี จากนั้นแกนนำกลุ่มนปช.ได้ประกาศสลายการชุมนุมเมื่อเวลา 13.00 น. กลุ่มแกนนำเข้ามอบตัว ที่สตช. โดยกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 3,000 คน ยังปักหลักชุมนุมกันต่อ ศอฉ.จึงจัดรถบัสส่งกลับภูมิลำเนา แต่บางส่วนได้เข้าไปหลบอยู่ในวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร จากนั้นมีกลุ่มคนร้ายเข้าไปวางเพลิงสถานที่หลายแห่งรอบพื้นที่การชุมนุม ทั้งห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โรงหนังสยาม และอาคารพาณิชย์บริเวณดังกล่าวอีกหลายแห่ง ศอฉ.จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้าไปดับเพลิงตามจุดพื้นที่ต่างๆ แต่มีคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงสกัดทำให้ไม่สามารถเข้าไปดับเพลิงได้
กระทั่งในช่วงค่ำขณะตนกำลังประชุมร่วมกับตำรวจเพื่อเคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ชุมนุมที่ยังอยู่บริเวณวัดปทุมฯ ก็
ได้รับโทรศัพท์จากผู้ชุมนุมซึ่งเป็นผู้หญิงแจ้งว่า ในวัดปทุมฯมีคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงใส่ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ตนจึงสั่งให้หน่วยกู้ชีพและเจ้าหน้าที่พยาบาลเข้าไปช่วยเหลือ แต่ได้รับรายงานว่า
เข้าพื้นที่ไม่ได้เนื่องจากมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายคอยซุ่มยิง
ต่อมาได้รับรายงานว่ามีรถพยาบาลเข้าไปรับคนเจ็บในวันปทุมฯแล้ว วันรุ่งขึ้นก็ได้รับรายงานมีผู้เสียชีวิต 6 ราย แต่ไม่ทราบว่าเสียชีวิตเพราะอะไร ต่อมาได้รับรายงานจากดีเอสไอ ว่า
น่าจะเสียชีวิตจากที่อื่นแล้วนำศพมาวางเรียงกันภายในวัด ซึ่งจากผลการชันสูตรศพของนายสุวัน ผู้ตายที่ 1 และ นายรพ ผู้ตายที่ 4 มีคราบเขม่าดินปืนติดอยู่ที่มือในปริมาณที่เชื่อว่า ผู้ตายใช้อาวุธมาก่อน ส่วนอีก 4 ราย ไม่มีคราบเขม่าดินปืน และยังได้รับรายงานว่า มี 12 รายเสียชีวิตเพราะกลุ่ม นปช. และอีก 13 ราย เสียชีวิตเพราะเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง ตนจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ปฎิบัติตามขั้นตอนในคำสั่งของ ศอฉ.
ทั้งนี้หลังนายสุเทพ เบิกความเสร็จสิ้น ยังได้ยื่นเอกสารหลักฐานเป็นแผนที่บริเวณแยกราชประสงค์และบันทึกต่างๆเพิ่มเติมเพื่อให้ศาลประกอบการพิจารณา ในช่วงบ่ายนายสุเทพ ได้แถลงขอเลื่อนการไต่สวนออกไป เนื่องจากติดภารกิจ
ศาลสอบถามคู่ความแล้วไม่คัดค้าน จึงนัดไต่สวนอีกครั้งในวันที่ 13 มิ.ย. นี้ เวลา 09.00 น.
ภายหลังนายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้อธิบายรายละเอียดต่างๆตามคำสั่งของศอฉ. และเหตุผลในการออกคำสั่งต่างๆ ซึ่งตนยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมในบางประเด็นที่ยังไม่ได้เบิกความ ทั้งได้รับรายงานจากดีเอสไอว่าผู้เสียชีวิต 89 รายนั้น มี 12 รายที่เสียชีวิตเพราะฝ่าย นปช. และมี 13 รายเสียชีวิตเพราะเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าในการสลายการชุมนุมทำไมจึงมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ซึ่งตนไม่มีเจตนาใดๆ เพียงแต่ต้องการรักษาความสงบของบ้านเมืองเท่านั้น
http://www.dailynews.co.th/crime/209939
???????????????????????????????????????
"....เพื่อคลี่คลายการจราจร โดยยึดการปฏิบัติตามหลักสากล จากเบาไปหาหนัก 7 ขั้นตอน ...."
เบาจริงๆ...เบาหวิวเลย....
"......ได้รับโทรศัพท์จากผู้ชุมนุมซึ่งเป็นผู้หญิงแจ้งว่า ในวัดปทุมฯ
มีคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงใส่ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ตนจึงสั่งให้หน่วยกู้ชีพและเจ้าหน้าที่พยาบาลเข้าไปช่วยเหลือ แต่ได้รับรายงานว่า เข้าพื้นที่ไม่ได้เนื่องจากมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายคอยซุ่มยิง......"
นี่หรือคนร้าย....????
"......น่าจะเสียชีวิตจากที่อื่นแล้วนำศพมาวางเรียงกันภายในวัด......"
เสียชีวิตจากที่อื่นแล้วลากศพผ่านเจ้าหมอนี่เข้ามาเรียงไว้ในวัด..????
พูดได้คำเดียวสั้นๆว่า....
ไอ "ทอแหล"...
“เทพเทือก”ยันศอฉ.สลายชุมนุมตามหลักสากล...โถ คนหน้าเนื้อใจเสือ จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตยังมีหน้าลอยหน้าพูดเหมือนคนไทยตาบอดอีก
“เทพเทือก” ขึ้นไต่สวน “6ศพวัดปทุม” ยันศอฉ.สลายการชุมนุมตามหลักสากล มีกองกำลังติดอาวุธยิงใส่จนท.ไม่ให้เข้าช่วยคนเจ็บในวัดปทุม
วันนี้ (6 มิ.ย.) ที่ห้องพิจารณา 604 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง ศาลได้ไต่สวนคำร้องคดีดำ ช.5/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนชันสูตรพลิกศพนายสุวัน ศรีรักษา อายุ 30 ปี เกษตรกร ผู้เสียชีวิตที่ 1 นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี บัณฑิตคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผู้เสียชีวิตที่ 2 นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ผู้เสียชีวิตที่ 3 นายรพ สุขสถิต อายุ 66 ปี พนักงานขับรถรับจ้างในสนามบิน ผู้เสียชีวิตที่ 4 น.ส.กมนเกด อัคฮาด อายุ 25 ปี พยาบาลอาสา ผู้เสียชีวิตที่ 5 และนายอัครเดช ขันแก้ว อาชีพรับจ้าง ผู้เสียชีวิตที่ 6 ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตภายในวัดปทุมวนาราม ใกล้แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 ช่วงสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี
โดยวันนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ขึ้นเบิกความสรุปว่า ช่วงระหว่างวันที่ 14 มี.ค.53 มีการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่ถ.ราชดำเนิน ต่อมาเมื่อวันที่ 3 เม.ย.53 กลุ่มนปช.บางส่วนได้ขยายพื้นที่ชุมนุมที่บริเวณแยกราชประสงค์ จากนั้นวันที่ 7 เม.ย.53 กลุ่มนปช. ได้บุกรัฐสภา รัฐบาล จึงได้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯในพื้นที่กทม.และปริมณฑล พร้อมตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ.โดยตนเป็นผอ.ศอฉ. เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์
กระทั่งวันที่ 10 เม.ย.53 ศอฉ. ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ขอพื้นที่คืนจากกลุ่ม นปช. ที่ถ.ราชดำเนิน เพื่อคลี่คลายการจราจร โดยยึดการปฏิบัติตามหลักสากล จากเบาไปหาหนัก 7 ขั้นตอน เพื่อยับยั้งการกระทำผิดกฎหมายของผู้ชุมนุม แต่เหตุการณ์เริ่มมีความรุนแรงโดยมีกองกำลังผู้ก่อการร้ายแต่งกายชุดดำ ใช้อาวุธปืนสงครามยิ่งใส่เจ้าหน้าที่และประชาชน ทำให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย กลุ่มผู้ชุมนุมเสียชีวิต 20 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 800 คน ทางศอฉ.ได้พิจารณาและมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้ปืนลูกซองได้เพื่อป้องกันตัวเองในสถานการณ์ฉุกเฉินและยับยั้งการก่อการร้าย
ต่อมาเมื่อวันที่ 15 เม.ย.53 กลุ่มนปช. ได้เลิกการชุมนุมที่บริเวณถ.ราชดำเนิน และมารวมตัวชุมนุมกันที่แยกราชประสงค์ทั้งหมด ซึ่งทางศอฉ.ได้มีคำสั่งตั้งด่านตรวจเข้มแข็งบริเวณรอบพื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ทั้งทางบก ทางอากาศ และทางน้ำ งดบริการรถโดยสารสาธารณะ เพื่อสกัดยับยั้งไม่ให้มีการนำอาวุธเข้าไปในพื้นที่การชุมนุม และกันคนไม่ให้เข้าไปชุมนุมเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งทำการตัดน้ำตัดไฟเพื่อกดดันกลุ่มผู้ชุมนุม และตั้งจุดสกัดอีก 13 จุดรอบพื้นที่การชุมนุม แต่ปรากฏว่ามีกลุ่มผู้ก่อการร้ายปะปนอยู่ โดยใช้พื้นที่ด้านหลังเวทีปราศรัยและบริเวณสวนลุมพินีเป็นฐานปฏิบัติการ ใช้อาวุธสงคราม ระเบิดเอ็ม79 และ ปืนเอ็ม16 ยิงใส่เจ้าหน้าที่บริเวณถ.พระราม4 และแยกศาลาแดง ทำให้มีเจ้าหน้าที่และประชาชนเสียชีวิต จากนั้น ทางศอฉ.ได้แต่งตั้งให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. (ขณะนั้น)เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบ
จนวันที่ 19 พ.ค.53 ศอฉ.ได้ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ยึดคืนพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์และสวนลุมพินี จากนั้นแกนนำกลุ่มนปช.ได้ประกาศสลายการชุมนุมเมื่อเวลา 13.00 น. กลุ่มแกนนำเข้ามอบตัว ที่สตช. โดยกลุ่มผู้ชุมนุมประมาณ 3,000 คน ยังปักหลักชุมนุมกันต่อ ศอฉ.จึงจัดรถบัสส่งกลับภูมิลำเนา แต่บางส่วนได้เข้าไปหลบอยู่ในวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร จากนั้นมีกลุ่มคนร้ายเข้าไปวางเพลิงสถานที่หลายแห่งรอบพื้นที่การชุมนุม ทั้งห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โรงหนังสยาม และอาคารพาณิชย์บริเวณดังกล่าวอีกหลายแห่ง ศอฉ.จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเข้าไปดับเพลิงตามจุดพื้นที่ต่างๆ แต่มีคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงสกัดทำให้ไม่สามารถเข้าไปดับเพลิงได้
กระทั่งในช่วงค่ำขณะตนกำลังประชุมร่วมกับตำรวจเพื่อเคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ชุมนุมที่ยังอยู่บริเวณวัดปทุมฯ ก็ได้รับโทรศัพท์จากผู้ชุมนุมซึ่งเป็นผู้หญิงแจ้งว่า ในวัดปทุมฯมีคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงใส่ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ตนจึงสั่งให้หน่วยกู้ชีพและเจ้าหน้าที่พยาบาลเข้าไปช่วยเหลือ แต่ได้รับรายงานว่า เข้าพื้นที่ไม่ได้เนื่องจากมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายคอยซุ่มยิง
ต่อมาได้รับรายงานว่ามีรถพยาบาลเข้าไปรับคนเจ็บในวันปทุมฯแล้ว วันรุ่งขึ้นก็ได้รับรายงานมีผู้เสียชีวิต 6 ราย แต่ไม่ทราบว่าเสียชีวิตเพราะอะไร ต่อมาได้รับรายงานจากดีเอสไอ ว่า น่าจะเสียชีวิตจากที่อื่นแล้วนำศพมาวางเรียงกันภายในวัด ซึ่งจากผลการชันสูตรศพของนายสุวัน ผู้ตายที่ 1 และ นายรพ ผู้ตายที่ 4 มีคราบเขม่าดินปืนติดอยู่ที่มือในปริมาณที่เชื่อว่า ผู้ตายใช้อาวุธมาก่อน ส่วนอีก 4 ราย ไม่มีคราบเขม่าดินปืน และยังได้รับรายงานว่า มี 12 รายเสียชีวิตเพราะกลุ่ม นปช. และอีก 13 ราย เสียชีวิตเพราะเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง ตนจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ปฎิบัติตามขั้นตอนในคำสั่งของ ศอฉ.
ทั้งนี้หลังนายสุเทพ เบิกความเสร็จสิ้น ยังได้ยื่นเอกสารหลักฐานเป็นแผนที่บริเวณแยกราชประสงค์และบันทึกต่างๆเพิ่มเติมเพื่อให้ศาลประกอบการพิจารณา ในช่วงบ่ายนายสุเทพ ได้แถลงขอเลื่อนการไต่สวนออกไป เนื่องจากติดภารกิจ
ศาลสอบถามคู่ความแล้วไม่คัดค้าน จึงนัดไต่สวนอีกครั้งในวันที่ 13 มิ.ย. นี้ เวลา 09.00 น.
ภายหลังนายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้อธิบายรายละเอียดต่างๆตามคำสั่งของศอฉ. และเหตุผลในการออกคำสั่งต่างๆ ซึ่งตนยื่นคำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมในบางประเด็นที่ยังไม่ได้เบิกความ ทั้งได้รับรายงานจากดีเอสไอว่าผู้เสียชีวิต 89 รายนั้น มี 12 รายที่เสียชีวิตเพราะฝ่าย นปช. และมี 13 รายเสียชีวิตเพราะเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่าในการสลายการชุมนุมทำไมจึงมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ซึ่งตนไม่มีเจตนาใดๆ เพียงแต่ต้องการรักษาความสงบของบ้านเมืองเท่านั้น
http://www.dailynews.co.th/crime/209939
???????????????????????????????????????
"....เพื่อคลี่คลายการจราจร โดยยึดการปฏิบัติตามหลักสากล จากเบาไปหาหนัก 7 ขั้นตอน ...."
เบาจริงๆ...เบาหวิวเลย....
"......ได้รับโทรศัพท์จากผู้ชุมนุมซึ่งเป็นผู้หญิงแจ้งว่า ในวัดปทุมฯมีคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงใส่ประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ตนจึงสั่งให้หน่วยกู้ชีพและเจ้าหน้าที่พยาบาลเข้าไปช่วยเหลือ แต่ได้รับรายงานว่า เข้าพื้นที่ไม่ได้เนื่องจากมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายคอยซุ่มยิง......"
นี่หรือคนร้าย....????
"......น่าจะเสียชีวิตจากที่อื่นแล้วนำศพมาวางเรียงกันภายในวัด......"
เสียชีวิตจากที่อื่นแล้วลากศพผ่านเจ้าหมอนี่เข้ามาเรียงไว้ในวัด..????
พูดได้คำเดียวสั้นๆว่า....
ไอ "ทอแหล"...