อยากรู้จริงๆ ครับ โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลขาดทุน 260,000 ล้านบาท เอาข้อมูลมาจากไหน?

กระทู้สนทนา
ข้อมูลจากภาพที่มีบางท่านนำเสนอมานะครับ


เท่าที่หาข่าวดูก็มีที่ http://www.economicthai.com/index.php?option=com_content&view=article&id=3029:-26-&catid=38:2011-01-13-15-54-06&Itemid=155
ส่วนที่อื่นก็เนื้อหาใกล้เคียงกัน

คลังกุมขมับรัฐบาลขาดทุนจำนำข้าว 2.6 แสนล้าน  
  
โครงการตั้งแต่ปี 47 จำนวน 15 โครงการ ขาดทุนรวม 2.6 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้ต้องจ่ายหนี้คืน ธ.ก.ส. กว่า 2 แสนล้านบาท ด้านคณะกรรมการปิดบัญชีจำนำข้าว แนะเร่งคืนหนี้ ธ.ก.ส. ภายใน 5 ปี ป้องกันการขาดสภาพคล่อง พร้อมแนะรัฐต้องเร่งปรับเงื่อนไขการรับจำนำใหม่ ระบุต้องกำหนดจำนวนการเปิดรับ หวังอุดช่องโหว่การทุจริต
ผู้สื่อข่าวจากกระทรวงการคลังว่า นางสาวสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำผลผลิตทางการเกษตร ตามคณะกรรมนโยบานข้าว (กขช) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้สั่งการ กขช. ตั้งคณะกรรมการปิดบัญชี ฯ ได้สรุปผลการดำเนินงานและข้อเสนอแนะจากการปิดบัญชีโครงการรับจำนำผลผลิตทางการเกษตรต่อนายกรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ โครงการรับจำนำผลผลิตทางการเกษตรรวม 15 โครงการ แบ่งเป็นโครงการจำนำฯปี 2547/48 รวม 13 โครงการ และโครงการรับฝากข้าวเปลือกปี 2552/53 และโครงการจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/55 ทั้งหมดนี้มีปริมาณรวม 48 ล้านตัน มีรายได้ทั้งสิ้น 205,000 ล้านบาท ขณะที่ ต้นทุนจากการดำเนินงาน เช่น มูลค่าผลิตผลที่รับจำนำ ค่าแปรสภาพ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆและต้นทุนในการจัดหาแหล่งเงินกู้(ดอกเบี้ย)เป็นต้น มียอดรวม 412,000 ล้านบาท ทำให้มีผลขาดทุนสุทธิ 206,000 ล้านบาท โดยผลขาดทุนเฉลี่ยต่อตันจะอยู่ที่ 4,274.43 บาท และหากดำเนินการระบายผลผลิตทางการเกษตรคงเหลือได้ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีจะทำให้ขาดทุนเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ผลผลิตคงเหลือตามประกาศของกรมการค้าภายใน ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2555 มีเท่ากับ 121,000 ล้านบาท หากพิจารณาจากการคำนวณค่าเสื่อมสภาพ ซึ่งหลักการแล้วจะคิดค่าเสื่อมสภาพประมาณ 20% ต่อปี เป็นมูลค่า 21,000 ล้านบาท ทำให้มีมูลค่าทางบัญชีคงเหลือสุทธิประมาณ 100,000 ล้านบาท และ หากไม่เร่งระบายผลผลิตคงเหลือ จะทำให้มีภาระในการเก็บรักษาเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสต๊อกข้าวโดยกระทรวงพาณิชย์ตลอดระยะเวลาโครงการอีกจำนวนประมาณ 33,000 ล้านบาท ทำให้ผลขาดทุนสุทธิของโครงการจะมีจำนวนรวม 260,000 ล้านบาท



ประเด็นจากเนื้อข่าวนะ
วรรคที่สอง
โครงการจำนำฯปี 2547/48 ถึงปี 2554/55 ทั้งหมด 15 โครงการมีปริมาณรวม 48 ล้านตัน มีรายได้ทั้งสิ้น 205,000 ล้านบาท
ต้นทุนจากการดำเนินงาน เช่น มูลค่าผลิตผลที่รับจำนำ ค่าแปรสภาพ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆและต้นทุนในการจัดหาแหล่งเงินกู้(ดอกเบี้ย)เป็นต้น มียอดรวม 412,000 ล้านบาท ทำให้มีผลขาดทุนสุทธิ 206,000 ล้านบาท

ขาดทุน 412,000 - 205,000 = 207,000 ล้านบาท (ให้ข้อมูล 206,000 ก็ใกล้เคียงนะครับ)

วรรคที่สาม
ผลผลิตคงเหลือ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2555 เท่ากับ 121,000 ล้านบาท

ขาดทุน 207,000 - 121,000 = 86,000 ล้านบาท  ........ มันควรจะจบแค่นี้ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2555


แต่ก็มีแถมมาอีก
คิดค่าเสื่อมสภาพประมาณ 20% ต่อปี เป็นมูลค่า 21,000 ล้านบาท
มูลค่าทางบัญชีคงเหลือสุทธิประมาณ 100,000 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสต๊อกข้าวโดยกระทรวงพาณิชย์ตลอดระยะเวลาโครงการอีกจำนวนประมาณ 33,000 ล้านบาท
ทำให้ผลขาดทุนสุทธิของโครงการจะมีจำนวนรวม 260,000 ล้านบาท

ประเด็นนี้งงเล็กน้อย ถ้าคิด ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2555 ก็ไม่ควรคิดค่าเสื่อม แต่ถ้าคิดในปีถัดไป 2556 ก็โอเคนะ
แต่ แต่ ... ค่าใช้จ่ายในการบริหารการจัดการทำไมคิดแบบไม่มีลิมิต ใช้คำว่าตลอดโครงการ (ผู้ให้ข้อมูลนี้คิดว่าจะบริหารต่อไปอีกกี่ปี?)
ที่สำคัญ 33,000 ล้านบาท จาก 100,000 ล้านบาท (ที่หักค่าเสื่อมแล้ว) ถ้าคิดแค่ปีเดียวผู้ให้ข้อมูลเพี๊ยนหรือเปล่าครับ  ค่าบริหาร 33%

แต่ว่าตามข่าวนี้นะ
206,000 + 21,000 + 33,000 = 260,000 ล้ายบาท (เฮ ได้ตัวเลขแล้ว)

แล้วตรงนี้หมายความว่าไง
ผลผลิตคงเหลือ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2555 เท่ากับ 121,000 ล้านบาท
หรือมูลค่าทางบัญชีคงเหลือสุทธิหลังหักค่าเสื่อม 100,000 ล้านบาท

มีมูลค่า หรือ ไม่มีมูลค่า หรือ ละไว้ฐานที่ทำให้ตัวเลขดูน้อยไป

เป็นข้อมูลของโครงการจำนำฯปี 2547/48 ถึงปี 2554/55 ทั้งหมด 15 โครงการ(7ปี) ไม่ใช่โครงการสุดท้ายโครงการเดียว


ถ้าข้อมูลในรูปเป็นความจริง
ก็แค่อยากถามว่า เราสมควรเรียกว่า อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้อีกหรือไม่ครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่