นัดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะกับครูซึ่งเป็นที่ปรึกษาอีกคนหนึ่งที่โรงเรียน
ว่าหลักเลิกเรียนจะขับรถไปบ้านนักเรียนคนหนึ่ง
ที่เนื่องจากในอาทิตย์ก่อนโรงเรียนติดงานประเมินจึงไม่สามารถไปร่วมงานศพคุณพ่อได้.........
หน้าเสาธงเมื่อ 3 วันก่อน ถุงเงินถุงใหญ่กำลังรวบรวมเงินจากคณะครู นักเรียน และบุคลากรทุกคน
ที่ร่วมกันทำบุญเพื่อนำไปให้ครอบครัวเล็กๆครอบครัวนี้
ฉันขับรถออกจากโรงเรียนพร้อมกับนักเรียน ระยะทางจากโรงเรียนประมาณ 10km เห็นจะได้
ระหว่างทางในซอยเปลี่ยวที่เต็มไปด้วยสวนยาง ฝนตกพรำๆเล็กน้อย
ฉันเจอเด็กตัวเล็กๆ2คนสะพายกระเป๋าใบโตๆ กำลังเดินริมถนนเพื่อเข้าบ้าน
ฉันจอดรถเปิดกระจกตระโกนเรียน ไอ้หนูมานี่ลูกไปด้วยกันเดี๋ยวครูไปส่ง
ทั้งสองคนรีบวิ่งมาที่รถด้วยสีหน้า งงๆเล้กน้อย
อ้าว....อาจารย์นี่เองสวัสดีครับ (นักเรียนโรงเรียนเรานี่หว่า ฉันพูดกับครูอีกคนที่มาด้วย)
ฮีสองคนคงคิดในใจว่า สบายแล้วกู 555555+
ฉันมองผ่านกระจกมองหลัง เด็กผู้ชาย3คนตัวเล็กๆกำลังพูดคุยกันต่างๆนาๆตามประสาเด็กๆ
จนถึงบ้านนักเรียน2คนที่ฉันเจอระหว่างทาง ขอบคุณค้าบบบครู.......
เราสองคนหันไปยิ้ม และนาทีนั้นฉันแค่คิดว่า มันคงจะดีถ้าในทุกวัน เด็กสองคนนี้จะมีใครซักคน
มารับพวกเค้ากลับบ้านโดนที่ไม่ต้องเดินไกลๆเป็นเกือบ 3kmจากหน้าปากซอย
ขับต่อไปอีกประมาณ1kmก็ถึงจุดหมายของเรา
นักเรียนแนะนำว่า นี่บ้านผมครับ ประตูบ้านผมไม่มีมีแต่ผ้าใบที่ปิดเอาไว้
เราเดินเข้าไปถึงหน้าบ้านมีพี่ชายออกมารับและปรากฏว่าคุณแม่ไม่อยู่ เพราะยังไม่เลิกงาน
เราได้พบแต่คุณย่า ตัวเล็กๆ เดินออกมาต้อนรับ
เราสองเริ่มอธิบายว่าเรามาทำอะไรและยื่นซองขาวให้
คุณย่า แต่ท่านคงสับสนทำหน้างงๆคิดว่าเราจะมาให้แกบริจาคเงินให้กับโรงเรียน
เราสองคนอธิบายช้าๆพร้อมเสียงหัวเราะ จนคุณย่าเข้าใจ
เราสองคนเป็นตัวแทนของทุกคนที่โรงเรียนมอบเงินทำบุญพร้อมถ่าบรูปเป็นที่ระลึก
คุยกับคุณย่าเรื่องต่างๆนาๆประมาณ5นาทีได้
ฉันมองเห็นแววตาของผู้รับทั้ง3คนตรงหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขเล็กๆ...ฉันเชื่ออย่างนั้น
มันเป็นความสุขที่ได้หลังจากสิ่งที่ได้เห็นและได้สัมผัสจริงๆ
เราสองคนขับรถกลับพร้อมความสุขที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจ ของตัวแทนผู้ให้ทุกคนที่โรงเรียน.....
มันเป็นความสุขเล็กๆในหัวใจที่เกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้ให้และผู้รับ
ขอบคุณที่อ่านค่ะ
5นาทีของความสุขที่ยิ่งใหญ่
ว่าหลักเลิกเรียนจะขับรถไปบ้านนักเรียนคนหนึ่ง
ที่เนื่องจากในอาทิตย์ก่อนโรงเรียนติดงานประเมินจึงไม่สามารถไปร่วมงานศพคุณพ่อได้.........
หน้าเสาธงเมื่อ 3 วันก่อน ถุงเงินถุงใหญ่กำลังรวบรวมเงินจากคณะครู นักเรียน และบุคลากรทุกคน
ที่ร่วมกันทำบุญเพื่อนำไปให้ครอบครัวเล็กๆครอบครัวนี้
ฉันขับรถออกจากโรงเรียนพร้อมกับนักเรียน ระยะทางจากโรงเรียนประมาณ 10km เห็นจะได้
ระหว่างทางในซอยเปลี่ยวที่เต็มไปด้วยสวนยาง ฝนตกพรำๆเล็กน้อย
ฉันเจอเด็กตัวเล็กๆ2คนสะพายกระเป๋าใบโตๆ กำลังเดินริมถนนเพื่อเข้าบ้าน
ฉันจอดรถเปิดกระจกตระโกนเรียน ไอ้หนูมานี่ลูกไปด้วยกันเดี๋ยวครูไปส่ง
ทั้งสองคนรีบวิ่งมาที่รถด้วยสีหน้า งงๆเล้กน้อย
อ้าว....อาจารย์นี่เองสวัสดีครับ (นักเรียนโรงเรียนเรานี่หว่า ฉันพูดกับครูอีกคนที่มาด้วย)
ฮีสองคนคงคิดในใจว่า สบายแล้วกู 555555+
ฉันมองผ่านกระจกมองหลัง เด็กผู้ชาย3คนตัวเล็กๆกำลังพูดคุยกันต่างๆนาๆตามประสาเด็กๆ
จนถึงบ้านนักเรียน2คนที่ฉันเจอระหว่างทาง ขอบคุณค้าบบบครู.......
เราสองคนหันไปยิ้ม และนาทีนั้นฉันแค่คิดว่า มันคงจะดีถ้าในทุกวัน เด็กสองคนนี้จะมีใครซักคน
มารับพวกเค้ากลับบ้านโดนที่ไม่ต้องเดินไกลๆเป็นเกือบ 3kmจากหน้าปากซอย
ขับต่อไปอีกประมาณ1kmก็ถึงจุดหมายของเรา
นักเรียนแนะนำว่า นี่บ้านผมครับ ประตูบ้านผมไม่มีมีแต่ผ้าใบที่ปิดเอาไว้
เราเดินเข้าไปถึงหน้าบ้านมีพี่ชายออกมารับและปรากฏว่าคุณแม่ไม่อยู่ เพราะยังไม่เลิกงาน
เราได้พบแต่คุณย่า ตัวเล็กๆ เดินออกมาต้อนรับ
เราสองเริ่มอธิบายว่าเรามาทำอะไรและยื่นซองขาวให้
คุณย่า แต่ท่านคงสับสนทำหน้างงๆคิดว่าเราจะมาให้แกบริจาคเงินให้กับโรงเรียน
เราสองคนอธิบายช้าๆพร้อมเสียงหัวเราะ จนคุณย่าเข้าใจ
เราสองคนเป็นตัวแทนของทุกคนที่โรงเรียนมอบเงินทำบุญพร้อมถ่าบรูปเป็นที่ระลึก
คุยกับคุณย่าเรื่องต่างๆนาๆประมาณ5นาทีได้
ฉันมองเห็นแววตาของผู้รับทั้ง3คนตรงหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขเล็กๆ...ฉันเชื่ออย่างนั้น
มันเป็นความสุขที่ได้หลังจากสิ่งที่ได้เห็นและได้สัมผัสจริงๆ
เราสองคนขับรถกลับพร้อมความสุขที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจ ของตัวแทนผู้ให้ทุกคนที่โรงเรียน.....
มันเป็นความสุขเล็กๆในหัวใจที่เกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้ให้และผู้รับ
ขอบคุณที่อ่านค่ะ