ก่อนอื่น ขอเกริ่นคร่าวๆก่อนครับ ว่า ปัจจุบัน ผมทำงานกับบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่ง
ตำแหน่งงาน เป็นผู้จัดการฝ่าย Logistics ดูแลงานด้านจัดซื้อ (ในและต่างประเทศ)
คลัง จัดส่งและงานด้าน import
ช่วงนี้ บริษัทกำลังประสบปัญหาพนักงานลาออกกันมาก (เดือนนี้ก็หลายคน) กอปรกับ
เป็นช่วงที่ยอดขายตกเอามากๆ ในการประชุมคราวก่อน นายถามผู้จัดการทุกแผนกว่า
ปัญหาขณะนี้คืออะไร กำลังเกิดอะไรขึ้นกับบริษัท ฯลฯ และผมถูกนายเรียกเข้าไปคุย
เป็นการส่วนตัว...
ผมตอบกลับไปว่า ช่วงนี้ ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่ค่อยอยากมาทำงาน มีทั้งปัญหาเรื่องงานที่
ค่อนข้างกดดัน และ งานที่ต้องการความเร่งด่วนในช่วงนี้เยอะ แม้ว่า ผมจะเป็นคนทำงาน
เร็วและละเอียด ก็ยังรู้สึกได้ว่า กดดันอยู่พอควร
รวมถึงช่วงนี้ มีปัญหาส่วนตัวให้ต้องคิด หรือวางแผนอนาคต ทำให้อาจจะค่อนข้างเครียด
ซึ่งได้แก่ การที่ผมวางแผนจะซื้อบ้านให้พ่อแม่ที่ต่างจังหวัด เตรียมเงินเป็นค่าสินสอด
แต่งงานปีหน้า วางแผนที่จะซื้อรถในปีหน้า ฯลฯ ปัญหาทุกอย่างของผม มีเรื่องเงินเข้ามา
เกี่ยวข้องหมด รวมถึงปัญหาที่ผมไม่ค่อยได้เจอแฟน เดือนๆนึงเจอกันครั้งสองครั้ง ซึ่ง
ก็ไม่รู้ว่า จะทนกับความรู้สึกแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน (ผมติดขัดปัญหาส่วนตัวบางอย่าง
ไม่สามารถเข้าไปหาแฟนที่บ้านเธอได้ และปัจจุบันผมเช่าหออยู่)
ซึ่งผมก็บอกนายไปตรงๆทั้งหมด ซึ่งนายผมแกจะดีเอามากๆ ก่อนหน้านี้ นายก็ช่วยผม
หลายๆอย่าง ครั้งนี้ก็เหมือนกัน แกถามผมว่า อยากให้แกช่วยอะไรมั๊ย พร้อมทั้งแนะนำ
ผมว่า ให้เอาปัญหาที่ผมมีมากางดูแล้วดูว่า ปัญหาต่างๆต้องแก้ไขอย่างไร เพื่อให้สิ่งที่
ผมวางแผนไว้เป็นไปตามที่คาดหวัง หากแกสามารถช่วยได้ แกจะช่วยทันที แต่ถ้าไม่ได้
แกก็จะบอกตรงๆว่า ให้ไม่ได้ โดยแกให้เวลาผมคิด 1 เดือนแล้วไปให้คำตอบแก
ในความรู้สึกผม ความหมายของนายคือ อยากให้ช่วยเรื่องเงินในแบบใดนั่นเอง แกพูด
มาคำนึงว่า ถ้าอยากได้เงินแต่งงาน บอกมาว่าเท่าไหร่ ถ้า 2-3 แสนมาบอก ถ้า 10 ล้าน
คงไม่มีให้ แนวๆนี้
ก่อนหน้านี้ ผมเคย plan ไว้ว่า ผมจะทำงานอยู่ที่นี่ เพื่อรอเรียนผู้ชำนาญการศุลกากร
ให้จบก่อน จากนั้น ปีหน้า ผมจะเริ่มหางานใหม่ซึ่งผมมีแผนจะเบนเป้าไปทำงานด้าน
customs เพราะมีความชำนาญเรื่องนี้ ทั้งบริษัท งานนำเข้าต้องผ่านผมคนเดียว
และก็คิดว่า งานด้านนี้ ถ้ามีใบ Cert. แล้วด้วย รายได้น่าจะดี ไม่ต้องกลัวตกงานตอนแก่
เคยดูๆใน Job ad. บางบริษัทให้หลักแสนต้นๆ ส่วนรายได้ผมปัจจุบันจะอยู่ที่ 64K
ถามว่าพอใช้มั๊ย พอครับ แต่อนาคตผมอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเรื่องค่ารักษาพยาบาล
แม่ที่เป็นอัมพฤกษ์และพ่อที่แก่ลงทุกวัน ซึ่งเงินเดือนที่ได้อยู่ อาจจะไม่พอเหลือเก็บ
(ผมมีรายได้พิเศษอื่นๆอีกปีนึง 3-4 แสนด้วย) plan ของผมคือ เรียนคอร์สนี้จบ
จะหางานใหม่ ด้วยเป้าหมายคือ เงินเดือนหลักแสนครับ ผมไม่ได้ต้องการเงินก้อนที่
นายจะช่วยผมน่ะครับแต่อยากอัพตัวเองด้วยความสามารถของตัวเองครับ
พอนายมาถามอย่างนี้ ก็เลยอึดอัดใจที่จะต้องตอบแกถึงความต้องการและแผนงาน
ที่ผมได้วางไว้ แม้จะยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะอยู่หรือจะไป (รอเรียนให้จบก่อน)
ผมอยากสอบถามความเห็น ว่า ผมควรที่จะบอกความต้องการของผมให้นายรู้ดีหรือไม่
เกิดนายปรับเงินเดือนให้ ผมก็กลัวกับการเป็นบุญคุณและส่งผลให้ผมไม่สามารถลาออก
ได้โดยง่ายในอนาคต กลัวเป็นการผูกมัดกับชีวิตตัวเอง ผมคงไม่สามารถสะบัดก้นออก
ไปง่ายๆได้แน่ ถ้าผมรับความช่วยเหลือจากนาย หรือผมควรจะบอกนายไปว่า มันเป็นแค่
ช่วงเวลาที่ผมอยู่ในช่วงจิตตก และทุกๆคน คงต้องเคยมี moment นี้อยู่เหมือนๆกัน ไม่
ได้มีอะไรที่จะต้องการให้นายช่วย...
ขอบคุณครับ
เจ้านายถาม...ว่า อยากให้บริษัท support อะไรเพิ่มเติม ในช่วงเวลาที่ผมกำลังวางแผนจะลาออก...
ตำแหน่งงาน เป็นผู้จัดการฝ่าย Logistics ดูแลงานด้านจัดซื้อ (ในและต่างประเทศ)
คลัง จัดส่งและงานด้าน import
ช่วงนี้ บริษัทกำลังประสบปัญหาพนักงานลาออกกันมาก (เดือนนี้ก็หลายคน) กอปรกับ
เป็นช่วงที่ยอดขายตกเอามากๆ ในการประชุมคราวก่อน นายถามผู้จัดการทุกแผนกว่า
ปัญหาขณะนี้คืออะไร กำลังเกิดอะไรขึ้นกับบริษัท ฯลฯ และผมถูกนายเรียกเข้าไปคุย
เป็นการส่วนตัว...
ผมตอบกลับไปว่า ช่วงนี้ ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่ค่อยอยากมาทำงาน มีทั้งปัญหาเรื่องงานที่
ค่อนข้างกดดัน และ งานที่ต้องการความเร่งด่วนในช่วงนี้เยอะ แม้ว่า ผมจะเป็นคนทำงาน
เร็วและละเอียด ก็ยังรู้สึกได้ว่า กดดันอยู่พอควร
รวมถึงช่วงนี้ มีปัญหาส่วนตัวให้ต้องคิด หรือวางแผนอนาคต ทำให้อาจจะค่อนข้างเครียด
ซึ่งได้แก่ การที่ผมวางแผนจะซื้อบ้านให้พ่อแม่ที่ต่างจังหวัด เตรียมเงินเป็นค่าสินสอด
แต่งงานปีหน้า วางแผนที่จะซื้อรถในปีหน้า ฯลฯ ปัญหาทุกอย่างของผม มีเรื่องเงินเข้ามา
เกี่ยวข้องหมด รวมถึงปัญหาที่ผมไม่ค่อยได้เจอแฟน เดือนๆนึงเจอกันครั้งสองครั้ง ซึ่ง
ก็ไม่รู้ว่า จะทนกับความรู้สึกแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน (ผมติดขัดปัญหาส่วนตัวบางอย่าง
ไม่สามารถเข้าไปหาแฟนที่บ้านเธอได้ และปัจจุบันผมเช่าหออยู่)
ซึ่งผมก็บอกนายไปตรงๆทั้งหมด ซึ่งนายผมแกจะดีเอามากๆ ก่อนหน้านี้ นายก็ช่วยผม
หลายๆอย่าง ครั้งนี้ก็เหมือนกัน แกถามผมว่า อยากให้แกช่วยอะไรมั๊ย พร้อมทั้งแนะนำ
ผมว่า ให้เอาปัญหาที่ผมมีมากางดูแล้วดูว่า ปัญหาต่างๆต้องแก้ไขอย่างไร เพื่อให้สิ่งที่
ผมวางแผนไว้เป็นไปตามที่คาดหวัง หากแกสามารถช่วยได้ แกจะช่วยทันที แต่ถ้าไม่ได้
แกก็จะบอกตรงๆว่า ให้ไม่ได้ โดยแกให้เวลาผมคิด 1 เดือนแล้วไปให้คำตอบแก
ในความรู้สึกผม ความหมายของนายคือ อยากให้ช่วยเรื่องเงินในแบบใดนั่นเอง แกพูด
มาคำนึงว่า ถ้าอยากได้เงินแต่งงาน บอกมาว่าเท่าไหร่ ถ้า 2-3 แสนมาบอก ถ้า 10 ล้าน
คงไม่มีให้ แนวๆนี้
ก่อนหน้านี้ ผมเคย plan ไว้ว่า ผมจะทำงานอยู่ที่นี่ เพื่อรอเรียนผู้ชำนาญการศุลกากร
ให้จบก่อน จากนั้น ปีหน้า ผมจะเริ่มหางานใหม่ซึ่งผมมีแผนจะเบนเป้าไปทำงานด้าน
customs เพราะมีความชำนาญเรื่องนี้ ทั้งบริษัท งานนำเข้าต้องผ่านผมคนเดียว
และก็คิดว่า งานด้านนี้ ถ้ามีใบ Cert. แล้วด้วย รายได้น่าจะดี ไม่ต้องกลัวตกงานตอนแก่
เคยดูๆใน Job ad. บางบริษัทให้หลักแสนต้นๆ ส่วนรายได้ผมปัจจุบันจะอยู่ที่ 64K
ถามว่าพอใช้มั๊ย พอครับ แต่อนาคตผมอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเรื่องค่ารักษาพยาบาล
แม่ที่เป็นอัมพฤกษ์และพ่อที่แก่ลงทุกวัน ซึ่งเงินเดือนที่ได้อยู่ อาจจะไม่พอเหลือเก็บ
(ผมมีรายได้พิเศษอื่นๆอีกปีนึง 3-4 แสนด้วย) plan ของผมคือ เรียนคอร์สนี้จบ
จะหางานใหม่ ด้วยเป้าหมายคือ เงินเดือนหลักแสนครับ ผมไม่ได้ต้องการเงินก้อนที่
นายจะช่วยผมน่ะครับแต่อยากอัพตัวเองด้วยความสามารถของตัวเองครับ
พอนายมาถามอย่างนี้ ก็เลยอึดอัดใจที่จะต้องตอบแกถึงความต้องการและแผนงาน
ที่ผมได้วางไว้ แม้จะยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะอยู่หรือจะไป (รอเรียนให้จบก่อน)
ผมอยากสอบถามความเห็น ว่า ผมควรที่จะบอกความต้องการของผมให้นายรู้ดีหรือไม่
เกิดนายปรับเงินเดือนให้ ผมก็กลัวกับการเป็นบุญคุณและส่งผลให้ผมไม่สามารถลาออก
ได้โดยง่ายในอนาคต กลัวเป็นการผูกมัดกับชีวิตตัวเอง ผมคงไม่สามารถสะบัดก้นออก
ไปง่ายๆได้แน่ ถ้าผมรับความช่วยเหลือจากนาย หรือผมควรจะบอกนายไปว่า มันเป็นแค่
ช่วงเวลาที่ผมอยู่ในช่วงจิตตก และทุกๆคน คงต้องเคยมี moment นี้อยู่เหมือนๆกัน ไม่
ได้มีอะไรที่จะต้องการให้นายช่วย...
ขอบคุณครับ