ผู้ถูกมิจฉาทิฎฐิ(ความเห็นผิด)ครอบงำก็เปรียบเหมือนคนตาบอด ที่ยังต้องใช้การคาดเดาเอาเพราะไม่มีดวงตามองเห็นความจริงของรูปร่างของวัตถุทั้งหลายได้ ดังนั้นถึงแม้เขาจะคาดเดาอย่างไรก็ตาม เขาก็จะยังไม่เห็นความจริงของรูปร่างของวัตถุทั้งหลายได้อยู่วันยังค่ำ แม้บางทีการคาดเดานั้นจะใกล้เคียงความจริงอย่างที่สุดก็ตาม
ส่วนผู้ที่สามารถทำลายมิจฉาทิฎฐิได้แล้วและมีสัมมาทิฎฐิ(ความเห็นถูกต้อง)แล้ว ก็เปรียบเหมือนคนที่เคยตาบอดมาก่อนและได้รักษาตาจนสามารถมองเห็นได้เป็นปกติ ดังนั้นเขาจึงมองเห็นความจริงว่ารูปร่างของวัตถุต่างๆนั้นมันเป็นอย่างไรได้อย่างถูกต้อง และยังรู้ด้วยว่าการคาดเดาของคนตาบอดทั้งหลายนั้นมันผิดพลาดไปจากความเป็นจริง แต่มันก็ยากที่จะสอนคนตาบอดให้เข้าใจถึงรูปร่างที่แท้จริงของวัตถุทั้งหลายได้ จะทำได้ก็เพียงแนะนำให้เขาไปรักษาตวงตาจนสามารถมองเห็นได้เองเท่านั้น
แล้วเรามีสัมมาทิฎฐิกันแล้วหรือยัง?
ผู้ที่มีสัมมาทิฎฐิแล้วเท่านั้นจึงจะรู้ว่าอะไรคือมิจฉาทิฎฐิ อะไรคือสัมมาทิฎฐิได้อย่างถูกต้อง
ส่วนผู้ที่สามารถทำลายมิจฉาทิฎฐิได้แล้วและมีสัมมาทิฎฐิ(ความเห็นถูกต้อง)แล้ว ก็เปรียบเหมือนคนที่เคยตาบอดมาก่อนและได้รักษาตาจนสามารถมองเห็นได้เป็นปกติ ดังนั้นเขาจึงมองเห็นความจริงว่ารูปร่างของวัตถุต่างๆนั้นมันเป็นอย่างไรได้อย่างถูกต้อง และยังรู้ด้วยว่าการคาดเดาของคนตาบอดทั้งหลายนั้นมันผิดพลาดไปจากความเป็นจริง แต่มันก็ยากที่จะสอนคนตาบอดให้เข้าใจถึงรูปร่างที่แท้จริงของวัตถุทั้งหลายได้ จะทำได้ก็เพียงแนะนำให้เขาไปรักษาตวงตาจนสามารถมองเห็นได้เองเท่านั้น
แล้วเรามีสัมมาทิฎฐิกันแล้วหรือยัง?