:: ปั่นกระทู้ 4 :: หลากหลาย

กระทู้สนทนา
ตั้งใจว่า จะปั่นกระทู้ แต่ก็ไม่ทำซักที เพิ่งมารู้เมื่อไม่นานนี่เองว่าตนเองนั้นเป็นโรคสมาธิสั้น
แต่ก่อนเคยสงสัย เคยไม่เข้าใจตัวเอง ว่าเป็นอะไรกันแน่ หาคำตอบให้ตัวเองมานาน ได้บ้างไม่ได้บ้าง
เดือนที่แล้ว เพื่อนที่เป้นพยาบาลที่ไปทำงานที่เมกา กลับมาเยี่ยมบ้าน เลยได้นัดเจอนั่งคุยกันหลายชม.
เพื่อนคนนี้จึงทักมาว่า "ฉันสงสัยว่าแกต้องเป้นโรคสามธิสั้นแน่ๆ"

จากนั้นก็คุยกันหลายอย่าง เกี่ยวกับโรคนี้ พอกลับมาถึงบ้าน จึงมาหาอ่านข้อมูล จนมาเจอ เว็บนี้เข้า
http://goo.gl/3g1OW

เฮ๊ย!!! นี่มันเรานี่หว่า หลายพฤติกรรม นี่มันใช่เลยล่ะ เราเป็นแบบนี้แทบทุกข้อนี่หว่า
แต่ก่อนเจอปัญหาเยอะ เรื่องการปรับตัวกับคนอื่นในสมัยช่วงวัยรุ่น ผ่านมรสุมมากมาย
กว่าจะลงตัว กว่าจะใช้ชีวิตได้อย่างเข้าใจโลก เข้าใจชีวิต

ก่อนหน้า ปัญหาที่สำคัญ คือ เข้าใจไปเองว่า ตัวเอง กำลังเข้าสู่วัยทอง พยายามศึกษาข้อมูลต่างๆ
แต่ก็ไม่ชัดเจนซะทีเดียว คิดว่า ยังไม่ใช่แน่ๆ
ว่าจะไปปรึกษาเพื่อนจิตแพทย์อยู่รอมร่อ แต่พอเจอ บทความนี้เข้า ความกังวลที่ผ่านมา
ก็หายไปหมดล่ะครับ เหลือ แต่ความโปร่ง โล่ง และสบายอย่างบอกไม่ถูก

โชคดีที่ตัวเองผ่านช่วงเลวร้ายช่วงนั้นมาได้อย่างปลอดภัย
โชคดีที่ตัวเองสนใจเรื่องสมาธิ และได้มีการฝึกบริหารสติ ตั้งแต่ มัธยม ๒
ปัญหาต่างๆเลยผ่านพ้นมาได้ แม้ไม่ดีนัก แต่ก็โชคดที่มาได้ถูกทาง

แน่นอนว่า คนที่ป่วยเป้นโรคนี้นั้น ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ยืนยันเสียก่อน
ต้องได้รับการสแกนสมองบลาๆๆๆ ต้องได้รับการสังเกตตั้งแต่เด็กๆ

แต่สำหรับผมที่ปักใจเชื่อในเรื่องนี้ไปแล้ว ผมถือว่า มันเป้นผลดีกับตัวเองด้วยซ้ำ
หลายๆปัญหาในวัยเยาว์ที่เพียรหาคำตอบจนถึงปัจจุบัน มันไขกระจ่างล่ะ
เคยกังวลว่า ตัวเองจะเป้นโรคประสาท ซึมเศร้า ในยามบั้นปลาย ก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว

ที่เคยดื้อๆ ขับรถเร็วๆ ยามผนตกหนัก ก็คงเตือนสติตนเองได้
ที่เคยรั้นหัวชนฝา จนเพื่อนเอือมระอา ในยามที่ตนเองขับรถหลงทาง ก็คงค่อยๆเลิก
ที่เคยหลงลืมโน่นนี่นั่น เป็นอาจิน ก็จะพยายามใช้สติให้มากขึ้น (แต่ผมอาการหนักมากเลยนะ)
จะพยายามจดบันทึก จะพยายามเก็บของให้เป้นระเบียบ
จะไม่หาข้ออ้างเรื่องความขี้เกียจอีกต่อไป

โรคขี้เบื่อ ก็รู้สาเหตุล่ะ
ที่เพื่อนชอบแซวว่า ผมมันพวกสมบูรณ์แบบนิยม จริงจังกับชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างต้องวางแผนเป๊ะ
มันก็ไม่ใช่นี่หว่า มันคือ ตัวช่วย ที่ช่วยให้เราได้ทำตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ ไม่วอกแวกไปไหนจนไม่สำเร็จด้วยซ้ำ

นั่นซิ ทำไมผมถึงไม่ชอบเล่นเฟสบุ๊ค
ผมชอบคิดนอกกรอบ จนเพื่อนๆตกใจ (ดีที่ได้ธรรมมะ มาควบคุมให้อยู่ในกรอบศีลธรรมที่ดีงาม)
และโชคดีอย่างที่สุด ที่ผมชอบอ่านหนังสือม๊ากกก หลงไหลในข้อมูลต่างๆ ค้นหาได้เป้นวันๆโดยไม่ยอมแพ้
(ถึงแม้ว่าบ่อยครั้ง ผมจะลืมมันอย่างง่ายดายก็ตาม)
การนั่งสมาธิ จึงเป็นเรื่องที่ทรมานมากสำหรับผม แต่ผมก็พยายามทำมันจนได้แฮะ
แม้ไม่ได้ดีมาก แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีล่ะ

ลองสังเกตุคนรอบตัวดูบ้างนะครับ คนเป็นโรคนี้ช่วงวัยรุ่น น่าสงสารมาก
โดยเฉพาะช่วงรอยต่อของชีวิต บ่อยครั้งที่มัก "คิดไปเอง" ว่า ไม่มีใครเข้าใจตนเอง
(ก็คุณเมงประหลาดออกขนาดนั้น) ทำให้หลายคนหลงเข้าไปหายาเสพติดได้
หรือ ถูกชักจูงไปในทางที่เสื่อมเสียได้ง่ายมากก็ตาม

โชคดีจริงๆนะ ที่ผมผ่านช่วงนั้นมาได้ แม้จะใจอ่อนหลายครั้ง เพราะความซนไม่เข้าเรื่อง ห่ามไม่เข้าท่า
นับเป้นบุญมาก ที่ผมชอบและสนใจธรรมมะ สิ่งนี้ จึงช่วยขัดเกลาจิตใจไปได้เยอะจริงๆ
คำสอนของพุทธองค์นั้น คือ สัจธรรมในหลายๆอย่าง คือ ยาวิเศษที่ช่วยได้มากกว่ายาวิทยาศาสตร์
โรคนี้ ธรรมมะ กับความเข้าใจ ช่วยได้มากครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่