เวลาผมเข้ามาในเมือง จากที่สมัยก่อนผมมักจะขับรถ แต่มีอยู่ช่วงนึงที่ทำให้ผมไม่กล้าขับรถไปอีกพักใหญ่ ประกอบกับการจราจรอันคล่องตัวเป็นอย่างมากในตัวเมือง ผมจึงต้องพึ่งบริการรถไฟฟ้้าเป็นประจำ การขนส่งในเมืองกรุงคงจะขาดรถไฟฟ้าไปไม่ได้ซะแล้วในเวลาเร่งรีบ เพราะนั่งรถเมล์แบบเดิมๆบนถนน ขับรถจากกรุงเทพไปหัวหินยังเร็วกว่า ด้วยความที่ผมค่อนข้างสนใจในด้านตึกรามบ้านช่อง พวกระบบรถไฟฟ้าจึงเป็นอะไรที่ผมสนใจไปด้วย เวลาว่างผมเลยชอบเปิดเว็บที่มีคนสนใจอะไรคล้ายๆกันดู(ถ้าสนใจเหมือนผมก็คงจะรู้จักเว็บพวกสกายสเครปเปอร์) แล้วก็ตามข่าวสารอยู่ตลอดว่ารถไฟฟ้าสายไหนสร้างไปถึงไหนแล้ว ซึ่งทำให้ผมได้รู้ความจริงว่า การเมืองอันแสนจะงดงามของบ้านเรานั้น แทรกซึมอยู่แทบจะทุกเรื่อง
ระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพ เริ่มจะเห็นแผนเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 รถไฟฟ้าหลายสายก็ยังยึดแผนตามนี้อยู่เป็นส่วนใหญ่ แล้วก็มีBTS ที่ได้ใช้เป็นเส้นแรก ประมาณปลายปี 2542 จนทุกวันนี้ 2556 เรามีรถไฟฟ้าเดินรถแบบเต็มรูปแบบเพียง 4 สายเท่านั้นเอง จากแผนที่ตั้งไว้อยู่เกิน 10 สาย ผมเข้าใจว่าเรื่องงบอาจจะไม่มากพอที่จะสร้างทุกสายได้พร้อมกันแบบเซี่ยงไฮ้ แต่การเริ่มประมูลที่ล่าช้าส่วนหนึ่งมาจากความไร้เสถียรภาพทางการบริหาร และการเมืองที่เอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น อย่างปฏิเสธไม่ได้เลย
ความล่าช้าในการสร้างรถไฟฟ้า ทำให้ผมนึกถึงความไร้เสถียรภาพของการพัฒนาระดับประเทศในหลายๆเรื่อง เช่น เรื่องรถไฟ เรื่องระบบสาธารณูปโภค การแก้ปัญหาทางการเกษตร เป็นต้น ซึ่งความล่าช้าที่ไม่เข้าท่าแบบนี้ไม่ได้พ้นวงจรของ"การทำมาหากิน การสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน และการขัดขา แทงกั๊กคู่แข่ง " ของนักการเมืองเลย ถ้าพูดถึงเรื่องเงินกู้ก้อนมหึมาที่ส่วนหนึ่งจะนำมาสร้างรถไฟความเร็วสูงนั้น ผมไม่ติดใจอะไร หนี้สาธารณะทุกคนก็มีติดตัวกันอยู่แล้วจะกลัวอะไร แต่ผมกลับกลัวเรื่องความไร้เสถียรภาพในการพัฒนาที่เกิดจากวงจรอุบาทย์ดังกล่าวมากกว่า ถึงจะไม่เป็นหนี้เลย ก็ไม่ได้ทำอะไรให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้นมามากกว่านี้ และคงจะแก้ไขได้ยากมาก เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องธุรกิจ นักการเมืองและนักธุรกิจเป็นของคู่กัน ระบบทุนที่เอื้ออำนวยให้ประชาชนต้องเสียเปรียบอยู่เสมอ เป็นเรื่องที่คงต้องทำใจจริงๆซะแล้ว รถไฟฟ้าของผมก็ยังต้องนั่งเท่าที่มีอยู่ต่อไป รอรุ่นเหลนแล้วค่อยได้นั่งหมด
ดราม่ารถไฟฟ้า ว่าไปการเมือง บ่องตงนะ รุ่นเหลนก็ยังไม่ได้ใช้!
ระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพ เริ่มจะเห็นแผนเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 รถไฟฟ้าหลายสายก็ยังยึดแผนตามนี้อยู่เป็นส่วนใหญ่ แล้วก็มีBTS ที่ได้ใช้เป็นเส้นแรก ประมาณปลายปี 2542 จนทุกวันนี้ 2556 เรามีรถไฟฟ้าเดินรถแบบเต็มรูปแบบเพียง 4 สายเท่านั้นเอง จากแผนที่ตั้งไว้อยู่เกิน 10 สาย ผมเข้าใจว่าเรื่องงบอาจจะไม่มากพอที่จะสร้างทุกสายได้พร้อมกันแบบเซี่ยงไฮ้ แต่การเริ่มประมูลที่ล่าช้าส่วนหนึ่งมาจากความไร้เสถียรภาพทางการบริหาร และการเมืองที่เอาดีเข้าตัว เอาชั่วใส่คนอื่น อย่างปฏิเสธไม่ได้เลย
ความล่าช้าในการสร้างรถไฟฟ้า ทำให้ผมนึกถึงความไร้เสถียรภาพของการพัฒนาระดับประเทศในหลายๆเรื่อง เช่น เรื่องรถไฟ เรื่องระบบสาธารณูปโภค การแก้ปัญหาทางการเกษตร เป็นต้น ซึ่งความล่าช้าที่ไม่เข้าท่าแบบนี้ไม่ได้พ้นวงจรของ"การทำมาหากิน การสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน และการขัดขา แทงกั๊กคู่แข่ง " ของนักการเมืองเลย ถ้าพูดถึงเรื่องเงินกู้ก้อนมหึมาที่ส่วนหนึ่งจะนำมาสร้างรถไฟความเร็วสูงนั้น ผมไม่ติดใจอะไร หนี้สาธารณะทุกคนก็มีติดตัวกันอยู่แล้วจะกลัวอะไร แต่ผมกลับกลัวเรื่องความไร้เสถียรภาพในการพัฒนาที่เกิดจากวงจรอุบาทย์ดังกล่าวมากกว่า ถึงจะไม่เป็นหนี้เลย ก็ไม่ได้ทำอะไรให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้นมามากกว่านี้ และคงจะแก้ไขได้ยากมาก เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องธุรกิจ นักการเมืองและนักธุรกิจเป็นของคู่กัน ระบบทุนที่เอื้ออำนวยให้ประชาชนต้องเสียเปรียบอยู่เสมอ เป็นเรื่องที่คงต้องทำใจจริงๆซะแล้ว รถไฟฟ้าของผมก็ยังต้องนั่งเท่าที่มีอยู่ต่อไป รอรุ่นเหลนแล้วค่อยได้นั่งหมด