วันนี้อยากมาแชร์ประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกเฟลและเสียความรู้สึกมากกับบริษัท Start-up ชื่อดังแห่งหนึ่งใจกลางเมือง (เห็นผ่านสื่อบ่อยๆ) ที่ภาพลักษณ์ดูเป็นองค์กรสมัยใหม่ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนและ Transformation ตลอดเวลา สัมภาษณ์ตำแหน่ง Manager เงินเดือนแทบแตะแสน อย่างน้อยก็บอกกันหน่อยบริษัทค่อนข้างดังและใหม่ แต่เป็นลริษัทคนไทยที่อยู่ใจกลาง กทม และหรูหารามากๆ แถมนั้น ตึกออฟฟิศ ก็ไม่ได้ธรรมดา
เริ่มสัมภาษณ์รอบแรกกับ TA ไปแล้วผลก็เงียบหายไปพักใหญ่ ตอนนั้นอยู่ กทม ด้วยความที่เศรษฐกิจช่วงนี้ไม่ค่อยดีและเราว่างงานอยู่ จึงตัดสินใจเดินทางกลับไปตั้งหลักที่บ้านต่างจังหวัดค่ะ แต่บทจะมาเขาก็โทรมานัดสัมภาษณ์รอบต่อไปที่ออฟฟิศแบบกะทันหันมาก
ตอนนั้นไม่อยากทิ้งโอกาสค่ะ แม้จะอยู่ต่างจังหวัดและค่าตั๋วเครื่องบินช่วงนี้ ยอมตัดใจซื้อทั้งที่ตั๋วแพง แต่เราก็ตัดสินใจจองตั๋วบินเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปสัมภาษณ์ตำแหน่งนี้โดยเฉพาะ เพราะเห็นว่าเป็นตำแหน่งระดับ Manager และเราก็เชื่อมั่นในโปรไฟล์ของบริษัท เข้าใจว่าเข้ายากเพราะคนเรยชียนที่นี่ ป.โท จบนอกทั้งนั้น ม.ดัง ตปท ด้วย
ผลลัพธ์คือ "ความเงียบ"
ยอมรับค่ะว่าหลังสัมภาษณ์เสร็จ อาจจะทำได้ไม่ดีเท่าที่คาดหวัง แต่สิ่งที่คาดหวังคือ "ความเป็นมืออาชีพ" ค่ะ
ปกติบริษัทแนวหน้าหรือตำแหน่งระดับบริหารแบบนี้ การแจ้งผล Follow-up ว่า
ผ่าน หรือ
ไม่ผ่าน ควรจะเป็น Standard พื้นฐาน ไม่ใช่เงียบหายไปเลยปล่อยให้เราเดาเอาเองแบบนี้
บริษัทใจร้ายไปไหมคะ? ทั้งที่รู้ว่าผู้สมัครเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ แต่กลับไม่มี Feedback ใดๆ กลับมาเลย
วัฒนธรรมองค์กรที่บอกว่าใส่ใจเรื่องคน แต่เรื่องพื้นฐานอย่างการแจ้งผลสัมภาษณ์กลับทำไม่ได้ มันสะท้อนอะไรในตัวตนบริษัทหรือเปล่า?
เสียดายทั้งเงินค่าเดินทาง เสียดายความตั้งใจ และที่สำคัญที่สุดคือเสียดายความรู้สึกที่เคยชื่นชมบริษัทนี้มากค่ะ
ที่ตั้งกระทู้ ไม่ใช่เพราะไม่ผ่าน แต่เพราะปล่อยให้เดาเอาเองเงียบหายใจร้ายเกินไปค่ะ เสียดายเงินเกือบห้าพันกับรอบที่ไปสัมครั้งนั้น
จริงๆ เรายอมรับได้นะคะถ้าผลจะออกมาว่า 'ไม่ผ่าน' เพราะเราเชื่อว่าการร่วมงานกันมันอยู่ที่จังหวะและความเหมาะสม เหมือนที่ครั้งหนึ่งเราเคยสัมภาษณ์กับบริษัท Global อย่าง TDCX แล้วไม่ผ่านในรอบที่ 2 แต่เพราะเขามีระบบการจัดการที่เป็นมืออาชีพและชัดเจน ทำให้เรายังมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน จนสุดท้ายเมื่อเวลาผ่านไป เราก็ได้กลับมาร่วมงานและเติบโตด้วยกันในที่สุด
เราเข้าใจมาตลอดว่าบริษัทที่ชูเรื่อง Innovation และความเป็นองค์กรสมัยใหม่ จะให้ความสำคัญกับ Candidate Experience มากกว่านี้ โดยเฉพาะกับตำแหน่งระดับ Manager ที่ผ่านมาเราทำงานกับบริษัทต่างชาติมาตลอด ทุกที่บอกผลชัดเจนเพื่อให้เราไปต่อได้ถูกทาง
[กระทู้ระบาย] ใจร้ายไปไหม? บินข้ามจังหวัดมาสัมภาษณ์ แต่บริษัทเงียบใส่
เริ่มสัมภาษณ์รอบแรกกับ TA ไปแล้วผลก็เงียบหายไปพักใหญ่ ตอนนั้นอยู่ กทม ด้วยความที่เศรษฐกิจช่วงนี้ไม่ค่อยดีและเราว่างงานอยู่ จึงตัดสินใจเดินทางกลับไปตั้งหลักที่บ้านต่างจังหวัดค่ะ แต่บทจะมาเขาก็โทรมานัดสัมภาษณ์รอบต่อไปที่ออฟฟิศแบบกะทันหันมาก
ตอนนั้นไม่อยากทิ้งโอกาสค่ะ แม้จะอยู่ต่างจังหวัดและค่าตั๋วเครื่องบินช่วงนี้ ยอมตัดใจซื้อทั้งที่ตั๋วแพง แต่เราก็ตัดสินใจจองตั๋วบินเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปสัมภาษณ์ตำแหน่งนี้โดยเฉพาะ เพราะเห็นว่าเป็นตำแหน่งระดับ Manager และเราก็เชื่อมั่นในโปรไฟล์ของบริษัท เข้าใจว่าเข้ายากเพราะคนเรยชียนที่นี่ ป.โท จบนอกทั้งนั้น ม.ดัง ตปท ด้วย
ผลลัพธ์คือ "ความเงียบ"
ยอมรับค่ะว่าหลังสัมภาษณ์เสร็จ อาจจะทำได้ไม่ดีเท่าที่คาดหวัง แต่สิ่งที่คาดหวังคือ "ความเป็นมืออาชีพ" ค่ะ
ปกติบริษัทแนวหน้าหรือตำแหน่งระดับบริหารแบบนี้ การแจ้งผล Follow-up ว่า ผ่าน หรือ ไม่ผ่าน ควรจะเป็น Standard พื้นฐาน ไม่ใช่เงียบหายไปเลยปล่อยให้เราเดาเอาเองแบบนี้
บริษัทใจร้ายไปไหมคะ? ทั้งที่รู้ว่าผู้สมัครเดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ แต่กลับไม่มี Feedback ใดๆ กลับมาเลย
วัฒนธรรมองค์กรที่บอกว่าใส่ใจเรื่องคน แต่เรื่องพื้นฐานอย่างการแจ้งผลสัมภาษณ์กลับทำไม่ได้ มันสะท้อนอะไรในตัวตนบริษัทหรือเปล่า?
เสียดายทั้งเงินค่าเดินทาง เสียดายความตั้งใจ และที่สำคัญที่สุดคือเสียดายความรู้สึกที่เคยชื่นชมบริษัทนี้มากค่ะ
ที่ตั้งกระทู้ ไม่ใช่เพราะไม่ผ่าน แต่เพราะปล่อยให้เดาเอาเองเงียบหายใจร้ายเกินไปค่ะ เสียดายเงินเกือบห้าพันกับรอบที่ไปสัมครั้งนั้น
จริงๆ เรายอมรับได้นะคะถ้าผลจะออกมาว่า 'ไม่ผ่าน' เพราะเราเชื่อว่าการร่วมงานกันมันอยู่ที่จังหวะและความเหมาะสม เหมือนที่ครั้งหนึ่งเราเคยสัมภาษณ์กับบริษัท Global อย่าง TDCX แล้วไม่ผ่านในรอบที่ 2 แต่เพราะเขามีระบบการจัดการที่เป็นมืออาชีพและชัดเจน ทำให้เรายังมีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน จนสุดท้ายเมื่อเวลาผ่านไป เราก็ได้กลับมาร่วมงานและเติบโตด้วยกันในที่สุด
เราเข้าใจมาตลอดว่าบริษัทที่ชูเรื่อง Innovation และความเป็นองค์กรสมัยใหม่ จะให้ความสำคัญกับ Candidate Experience มากกว่านี้ โดยเฉพาะกับตำแหน่งระดับ Manager ที่ผ่านมาเราทำงานกับบริษัทต่างชาติมาตลอด ทุกที่บอกผลชัดเจนเพื่อให้เราไปต่อได้ถูกทาง