กับหลักเกณฑ์ที่ง่ายยังสามารถทำให้สับสน...มันช่างแย่เกินเยียวยาจริงๆ

กระทู้สนทนา
ผมเองได้มีโอกาสติดตามวันสุดท้ายก่อนการปิดอภิปรายญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ

เมื่อรัฐภาลงมติรับหลักการในวาระแรกไปแล้ว  ต่อไปก็จะมีการแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งระเบียบรัฐสภากำหนดไว้ว่า "ภายใน 15 วัน"
เว้นแต่รัฐสภาจะเห็นเป็นอย่างอื่น   ขีดเส้นใต้ไว้แล้วนะครับว่า "เว้นแต่รัฐสภาจะเห็นเป็นอย่างอื่น"

ระเบียบแสดงให้เห็นชัดว่า  การจะเปลี่ยนแปลงจาก 15  วัน เป็นกี่วันนั้น (ประชาธิปัตย์ขอ 60 วัน)  ต้องเป็นความเห็นชอบจากรัฐสภา  ซึ่ง
ความเห็นชอบจะเกิดขึ้นได้ก็จะต้องมีการลงมติโดยเสียงข้างมาก   ดังนั้น เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอขอเป็น 60 วัน  ประธานรัฐสภาจึง
ต้องให้ที่ประชุมรัฐสภาลงมติว่าจะเห็นด้วยกับ 60 วันที่สมาชิกจะขอเปลี่ยนแปลงไปจากระเบียบที่กำหนดไว้หรือไม่ (คือ 15 วัน)

แต่การจะลงมติในเรื่องใดที่ประชุมจะต้องมีสมาชิกครบองค์ประชุม เมื่อประธานรัฐสภาสั่งให้นับองค์ประชุม แล้วสมาชิกอยู่กันไม่ครบ ก็ไม่สามารถ
ที่จะลงมติในเรื่องนั้นได้...ญัตติที่เสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงวันแปรญัตติจึงต้องตกไป...เท่ากับว่าทุกอย่างต้อถือปฏิบัติตามระเบียบเดิมที่กำหนดไว้   นั่นก็คือ 15 วัน

หลักเกณฑ์ดังกล่าวมานี้  ไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อน หรือ ตีความยาก  แต่ประชาธิปัตย์กลับนำมาสร้างความสับสนให้เกิดกับประชาชนที่ติดตามข่าวสาร
การเมืองได้...ซึ่งเป็นเรื่องที่แย่มาก  เพราะเลือกใช้วิธีการทุกทาง  ทั้งที่เห็นอยู่ว่าสิ่งที่พูดและนำเสนอเป็นสิ่งที่ไม่เป็นความจริง ถือว่าหลอกตัวเองแล้ว ยังหลอกประชาชนด้วย

อย่างนี้ถ้าไม่บอกว่า "แย่เกินเยียวยา" ก็ไม่รู้ว่าจะบอกว่าอย่างไรแล้ว

.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่