JJNY : ก้าวไกลยังสู้สถานะ‘พิธา’│มติสภาเสนอชื่อเป็นญัตติ ส่อขัดรธน.│“ทนายเดชา”แนะปชช.อย่ายอม│ส.อ.ท.ไม่เอารบ.เสียงข้างน้อย

ก้าวไกลยังสู้ ณัฐวุฒิ ยันกลางสภา สถานะ‘พิธา’ ครบถ้วน ชี้ช่องชงโหวตนายกอีกรอบ
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_7774910

 
 
ณัฐวุฒิ ยืนยันกลางสภา สถานะ ‘พิธา’ ยังครบถ้วน บอกเสนอชื่อโหวตนายกฯ อีกได้ แย้มมีช่องทางตามข้อบังคับข้อ 41 ให้ประธานรัฐสภาพิจารณาเมื่อมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง
 
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 20 ก.ค.2566 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ก่อนเข้าสู่วาระ ประธาน แจ้งต่อที่ประชุมเรื่องที่ไม่ปรากฎในระเบียบที่แจ้งไว้ล่วงหน้า กรณีรับทราบคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่สส. ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ทำให้ขณะนี้มีสส.ทั้งหมด 499 คน
 
จากนั้นนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ชี้แจงกรณีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ให้นายพิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่สส.ว่า นายพิธาได้รับทราบหนังสือคำสั่งดังกล่าว และได้พูดในสภาแห่งนี้ชัดเจนว่าไม่ได้หมายถึงเรื่องของการยอมรับ แต่เป็นการรับทราบ และปฏิบัติตามคำสั่งอย่างสง่างามด้วยการหยุดปฏิบัติหน้าที่ และเดินออกจากห้องประชุมนี้อย่างสง่างาม
 
ทั้งนี้ หากพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ที่ให้นายพิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ มีเงื่อนไขที่เพิ่มเติมอยู่ในตอนท้ายที่ระบุว่า กรณีที่มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่กระทบกับกิจการที่ผู้นั้นได้กระทำไปก่อนพ้นจากตำแหน่ง จึงยืนยันได้ว่า ขณะนี้นายพิธาถูกคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยว่านายพิธา เป็นผู้กระทำผิด มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งในทางกฎหมายยังมองว่า นายพิธา เป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไรยังไม่มีใครทราบได้
 
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 159 และมาตรา 272 มาจากคำถามพ่วงที่ให้การเลือกนายกรัฐมนตรี วาระเริ่มแรก 5 ปี ต้องเอาเข้าที่ประชุมรัฐสภา และพิจารณาคุณสมบัติลักษณะของนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ
 
ดังนั้น แม้จะมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สถานะของนายพิธา ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯที่พรรคก้าวไกลเสนอ ยังมีสถานะครบถ้วนสมบูรณ์ทุกประการ ยังมีโอกาสที่เพื่อนสมาชิกจะเข้าชื่อเสนอนายพิธาต่อสู้ต่อในฐานะแคนดิเดตนายกฯ และยังลงมติให้ความเห็นชอบนายพิธาได้
 
อย่างไรก็ตาม กรณีให้ความเห็นชอบการเสนอชื่อต่างๆคงเร็วไปที่จะบอกว่ายังมีการยืนยันเหล่านั้นหรือไม่ เนื่องจากข้อบังคับการประชุมข้อ 41 วรรคท้าย ระบุว่าประธานฯ อาจพิจารณาต่อได้หากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป



นายกสมาคมทนาย ระบุ มติสภาเสนอชื่อ ‘พิธา’ เป็นญัตติ ส่อขัดรธน.เสนอส่งศาลรธน.ชี้
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_4089625

นายกสมาคมทนายชี้มติสภาที่เห็นว่าเสนอชื่อพิธาเป็นญัตติห้ามเสนอซ้ำ ส่อ ขัดรธน.เสนอส่งศาลรธน.วินิจฉัย

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ความว่า

ตามที่ ที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566 มีมติว่า ญัตติการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นการเสนอญัตติซ้ำต้องห้ามตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 นั้น
 
สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เห็นว่ามติดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ดังนี้
 
1. ตามพจนานุกรมและข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรข้อ 44 ญัตติหมายถึงข้อเสนอใดๆ ที่มีความมุ่งหมายให้สภาลงมติหรือชี้ขาดว่า จะให้ปฏิบัติหรือดำเนินการอย่างไรต่อไป การเสนอญัตติอาจเสนอด้วยปากเปล่า หรือทำเป็นหนังสือก็ได้ ดังนั้น การเสนอชื่อนายพิธาเพื่อให้รัฐสภาลงมติให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จึงถือเป็นการเสนอญัตติตามรัฐธรรมนูญ
 
2. อย่างไรก็ตาม ญัตติที่เสนอต่อสภา มี 2 ประเภท คือ ญัตติทั่วไป เช่น ญัตติขอให้สภาแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาหรือศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และญัตติตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้โดยเฉพาะ เช่น ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 และ 152 เป็นต้น
3. สำหรับการเสนอญัตติทั่วไปของรัฐสภาจะต้องเป็นไปตามข้อบังคับข้อ 41 กล่าวคือ ญัตติใดตกไปแล้ว ห้ามนำญัตติซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกันขึ้นเสนออีกในที่ประชุมเดียวกันหรือที่เรียกว่าเป็นญัตติซ้ำ
 
ส่วนการเสนอญัตติที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้โดยเฉพาะ รัฐธรรมนูญจะบัญญัติถึงวิธีการยื่นและข้อจำกัดในการยื่นไว้ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด เช่น
 
(1) ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 151 และ 152 รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ต้องมี ส.ส. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 เข้าชื่อขอเปิดอภิปรายและจะยื่นได้ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154
 
(2) ญัตติการเสนอชื่อนายพิธาอันเป็นญัตติเฉพาะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ประกอบมาตรา 159 นั้น รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อตามมาตรา 88 ของพรรคการเมืองที่มี ส.ส. ไม่น้อยกว่า 25 คน และการเสนอชื่อต้องมี ส.ส. รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 หรือ 50 คน ซึ่งญัตติดังกล่าวนี้ รัฐธรรมนูญมิได้มีข้อจำกัดจำนวนครั้งในการยื่นเหมือนกับกรณีญัตติตามมาตรา 151 และ 152 ดังนั้น ญัตติการเสนอชื่อนายพิธาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจึงเสนอได้โดยไม่มีข้อจำกัดเพราะรัฐธรรมนูญมิได้จำกัดไว้ และไม่อาจใช้ข้อบังคับข้อ 41 ซึ่งใช้กับการยื่นญัตติทั่วไปมาใช้บังคับได้
 
ดังนั้นสมาชิกรัฐสภาที่เสนอชื่อนายพิธา รวมทั้งสมาชิกที่รับรองการเสนอชื่อจึงเป็นบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ สมาชิกดังกล่าวจึงมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัยว่า คำวินิจฉัยของประธานรัฐสภาและการลงมติของสมาชิกรัฐสภาจำนวน 394 คน ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 หรือไม่

https://www.facebook.com/lawyerassn/posts/pfbid0j4HcZNaKpsDVA6KDWNNWKo9oqNbxqUQJUPqL2Lav3U6y6Wk5CZdrRumn4PKGPQzvl
 


“ทนายเดชา” แนะ ปชช.อย่ายอม ต้องลุกขึ้นสู้ ปม โหวตนายกฯ-ถือหุ้นสื่อ 
https://www.matichon.co.th/politics/news_4089446

“ทนายเดชา” แนะปชช.อย่ายอม ต้องลุกขึ้นสู้ ปม โหวตนายกฯ-ถือหุ้นสื่อ
 
ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติสั่งให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชัรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกพรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่ปมถือหุ้นสื่อไอทีวี และวันเดียวกันที่ประชุมรัฐสภาก็มีมติตามสียงส่วนใหญ่ว่า ไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้อีกรอบ หลังจากที่ตกไปแล้วในการโหวตครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น
 
ล่าสุดทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก ทนายคลายทุกข์ ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า

“ใหญ่กว่าประชาชนคือสมาชิกวุฒิสภา? ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญคือข้อบังคับสภาข้อที่ 41? อนุรักษ์นิยมทำลายทุกอย่าง เพื่อ ยึดครองประเทศ”
 
“เริ่มต้นหยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่ให้โหวตนายก ขั้นต่อไปก็ยุบพรรค ?แล้วก็ ย้ายขั้ว ไปอยู่ฝั่งอนุรักษ์นิยม? ยึดครองประเทศต่อไป ?”
 
ประชาชนต้องไม่ยอมลุกขึ้นสู้ภายใต้รัฐธรรมนูญ เมื่อกติการัฐธรรมนูญมันบิดเบี้ยว ก็ต้องใช้อำนาจประชาชนในการต่อสู้

https://www.facebook.com/dechalaw/posts/pfbid0C9iHCnMbZoRVUXTvpMigX5BUrjWD4wx4ENydmd9TWeZQEjd3Z6N2tDjaAQWF2Pxgl

https://www.facebook.com/dechalaw/posts/pfbid0r5rmkVc8fD1XsmDxDiJbYx9HP1AXEiGfB7dFqqhJF2AFNVEZ2ZHwAjzvDc9huPoyl
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่