ก้าวไกลยังสู้ ณัฐวุฒิ ยันกลางสภา สถานะ‘พิธา’ ครบถ้วน ชี้ช่องชงโหวตนายกอีกรอบ
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_7774910
ณัฐวุฒิ ยืนยันกลางสภา สถานะ ‘พิธา’ ยังครบถ้วน บอกเสนอชื่อโหวตนายกฯ อีกได้ แย้มมีช่องทางตามข้อบังคับข้อ 41 ให้ประธานรัฐสภาพิจารณาเมื่อมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 20 ก.ค.2566 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นาย
ปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ก่อนเข้าสู่วาระ ประธาน แจ้งต่อที่ประชุมเรื่องที่ไม่ปรากฎในระเบียบที่แจ้งไว้ล่วงหน้า กรณีรับทราบคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ นาย
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่สส. ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ทำให้ขณะนี้มีสส.ทั้งหมด 499 คน
จากนั้นนาย
ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ชี้แจงกรณีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ให้นาย
พิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่สส.ว่า นาย
พิธาได้รับทราบหนังสือคำสั่งดังกล่าว และได้พูดในสภาแห่งนี้ชัดเจนว่าไม่ได้หมายถึงเรื่องของการยอมรับ แต่เป็นการรับทราบ และปฏิบัติตามคำสั่งอย่างสง่างามด้วยการหยุดปฏิบัติหน้าที่ และเดินออกจากห้องประชุมนี้อย่างสง่างาม
ทั้งนี้ หากพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ที่ให้นาย
พิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ มีเงื่อนไขที่เพิ่มเติมอยู่ในตอนท้ายที่ระบุว่า กรณีที่มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่กระทบกับกิจการที่ผู้นั้นได้กระทำไปก่อนพ้นจากตำแหน่ง จึงยืนยันได้ว่า ขณะนี้นาย
พิธาถูกคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยว่านาย
พิธา เป็นผู้กระทำผิด มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งในทางกฎหมายยังมองว่า นาย
พิธา เป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไรยังไม่มีใครทราบได้
นาย
ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 159 และมาตรา 272 มาจากคำถามพ่วงที่ให้การเลือกนายกรัฐมนตรี วาระเริ่มแรก 5 ปี ต้องเอาเข้าที่ประชุมรัฐสภา และพิจารณาคุณสมบัติลักษณะของนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ
ดังนั้น แม้จะมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สถานะของนายพิธา ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯที่พรรคก้าวไกลเสนอ ยังมีสถานะครบถ้วนสมบูรณ์ทุกประการ ยังมีโอกาสที่เพื่อนสมาชิกจะเข้าชื่อเสนอนายพิธาต่อสู้ต่อในฐานะแคนดิเดตนายกฯ และยังลงมติให้ความเห็นชอบนายพิธาได้
อย่างไรก็ตาม กรณีให้ความเห็นชอบการเสนอชื่อต่างๆคงเร็วไปที่จะบอกว่ายังมีการยืนยันเหล่านั้นหรือไม่ เนื่องจากข้อบังคับการประชุมข้อ 41 วรรคท้าย ระบุว่าประธานฯ อาจพิจารณาต่อได้หากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป
นายกสมาคมทนาย ระบุ มติสภาเสนอชื่อ ‘พิธา’ เป็นญัตติ ส่อขัดรธน.เสนอส่งศาลรธน.ชี้
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_4089625
นายกสมาคมทนายชี้มติสภาที่เห็นว่าเสนอชื่อพิธาเป็นญัตติห้ามเสนอซ้ำ ส่อ ขัดรธน.เสนอส่งศาลรธน.วินิจฉัย
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม นาย
นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ความว่า
ตามที่ ที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566 มีมติว่า ญัตติการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นการเสนอญัตติซ้ำต้องห้ามตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 นั้น
สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เห็นว่ามติดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ดังนี้
1. ตามพจนานุกรมและข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรข้อ 44 ญัตติหมายถึงข้อเสนอใดๆ ที่มีความมุ่งหมายให้สภาลงมติหรือชี้ขาดว่า จะให้ปฏิบัติหรือดำเนินการอย่างไรต่อไป การเสนอญัตติอาจเสนอด้วยปากเปล่า หรือทำเป็นหนังสือก็ได้ ดังนั้น การเสนอชื่อนายพิธาเพื่อให้รัฐสภาลงมติให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จึงถือเป็นการเสนอญัตติตามรัฐธรรมนูญ
2. อย่างไรก็ตาม ญัตติที่เสนอต่อสภา มี 2 ประเภท คือ ญัตติทั่วไป เช่น ญัตติขอให้สภาแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาหรือศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และญัตติตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้โดยเฉพาะ เช่น ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 และ 152 เป็นต้น
3. สำหรับการเสนอญัตติทั่วไปของรัฐสภาจะต้องเป็นไปตามข้อบังคับข้อ 41 กล่าวคือ ญัตติใดตกไปแล้ว ห้ามนำญัตติซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกันขึ้นเสนออีกในที่ประชุมเดียวกันหรือที่เรียกว่าเป็นญัตติซ้ำ
ส่วนการเสนอญัตติที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้โดยเฉพาะ รัฐธรรมนูญจะบัญญัติถึงวิธีการยื่นและข้อจำกัดในการยื่นไว้ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด เช่น
(1) ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 151 และ 152 รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ต้องมี ส.ส. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 เข้าชื่อขอเปิดอภิปรายและจะยื่นได้ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154
(2) ญัตติการเสนอชื่อนายพิธาอันเป็นญัตติเฉพาะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ประกอบมาตรา 159 นั้น รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อตามมาตรา 88 ของพรรคการเมืองที่มี ส.ส. ไม่น้อยกว่า 25 คน และการเสนอชื่อต้องมี ส.ส. รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 หรือ 50 คน ซึ่งญัตติดังกล่าวนี้ รัฐธรรมนูญมิได้มีข้อจำกัดจำนวนครั้งในการยื่นเหมือนกับกรณีญัตติตามมาตรา 151 และ 152 ดังนั้น ญัตติการเสนอชื่อนายพิธาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจึงเสนอได้โดยไม่มีข้อจำกัดเพราะรัฐธรรมนูญมิได้จำกัดไว้ และไม่อาจใช้ข้อบังคับข้อ 41 ซึ่งใช้กับการยื่นญัตติทั่วไปมาใช้บังคับได้
ดังนั้นสมาชิกรัฐสภาที่เสนอชื่อนายพิธา รวมทั้งสมาชิกที่รับรองการเสนอชื่อจึงเป็นบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ สมาชิกดังกล่าวจึงมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัยว่า คำวินิจฉัยของประธานรัฐสภาและการลงมติของสมาชิกรัฐสภาจำนวน 394 คน ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 หรือไม่
https://www.facebook.com/lawyerassn/posts/pfbid0j4HcZNaKpsDVA6KDWNNWKo9oqNbxqUQJUPqL2Lav3U6y6Wk5CZdrRumn4PKGPQzvl
“ทนายเดชา” แนะ ปชช.อย่ายอม ต้องลุกขึ้นสู้ ปม โหวตนายกฯ-ถือหุ้นสื่อ
https://www.matichon.co.th/politics/news_4089446
“ทนายเดชา” แนะปชช.อย่ายอม ต้องลุกขึ้นสู้ ปม โหวตนายกฯ-ถือหุ้นสื่อ
ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติสั่งให้นาย
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชัรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกพรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่ปมถือหุ้นสื่อไอทีวี และวันเดียวกันที่ประชุมรัฐสภาก็มีมติตามสียงส่วนใหญ่ว่า ไม่สามารถเสนอชื่อนาย
พิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้อีกรอบ หลังจากที่ตกไปแล้วในการโหวตครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดทนาย
เดชา กิตติวิทยานันท์ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก ทนายคลายทุกข์ ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า
“ใหญ่กว่าประชาชนคือสมาชิกวุฒิสภา? ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญคือข้อบังคับสภาข้อที่ 41? อนุรักษ์นิยมทำลายทุกอย่าง เพื่อ ยึดครองประเทศ”
“เริ่มต้นหยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่ให้โหวตนายก ขั้นต่อไปก็ยุบพรรค ?แล้วก็ ย้ายขั้ว ไปอยู่ฝั่งอนุรักษ์นิยม? ยึดครองประเทศต่อไป ?”
ประชาชนต้องไม่ยอมลุกขึ้นสู้ภายใต้รัฐธรรมนูญ เมื่อกติการัฐธรรมนูญมันบิดเบี้ยว ก็ต้องใช้อำนาจประชาชนในการต่อสู้
https://www.facebook.com/dechalaw/posts/pfbid0C9iHCnMbZoRVUXTvpMigX5BUrjWD4wx4ENydmd9TWeZQEjd3Z6N2tDjaAQWF2Pxgl
https://www.facebook.com/dechalaw/posts/pfbid0r5rmkVc8fD1XsmDxDiJbYx9HP1AXEiGfB7dFqqhJF2AFNVEZ2ZHwAjzvDc9huPoyl
JJNY : ก้าวไกลยังสู้สถานะ‘พิธา’│มติสภาเสนอชื่อเป็นญัตติ ส่อขัดรธน.│“ทนายเดชา”แนะปชช.อย่ายอม│ส.อ.ท.ไม่เอารบ.เสียงข้างน้อย
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_7774910
ณัฐวุฒิ ยืนยันกลางสภา สถานะ ‘พิธา’ ยังครบถ้วน บอกเสนอชื่อโหวตนายกฯ อีกได้ แย้มมีช่องทางตามข้อบังคับข้อ 41 ให้ประธานรัฐสภาพิจารณาเมื่อมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 20 ก.ค.2566 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ก่อนเข้าสู่วาระ ประธาน แจ้งต่อที่ประชุมเรื่องที่ไม่ปรากฎในระเบียบที่แจ้งไว้ล่วงหน้า กรณีรับทราบคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่สส. ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ทำให้ขณะนี้มีสส.ทั้งหมด 499 คน
จากนั้นนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ชี้แจงกรณีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ให้นายพิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่สส.ว่า นายพิธาได้รับทราบหนังสือคำสั่งดังกล่าว และได้พูดในสภาแห่งนี้ชัดเจนว่าไม่ได้หมายถึงเรื่องของการยอมรับ แต่เป็นการรับทราบ และปฏิบัติตามคำสั่งอย่างสง่างามด้วยการหยุดปฏิบัติหน้าที่ และเดินออกจากห้องประชุมนี้อย่างสง่างาม
ทั้งนี้ หากพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ที่ให้นายพิธา หยุดปฏิบัติหน้าที่ มีเงื่อนไขที่เพิ่มเติมอยู่ในตอนท้ายที่ระบุว่า กรณีที่มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่กระทบกับกิจการที่ผู้นั้นได้กระทำไปก่อนพ้นจากตำแหน่ง จึงยืนยันได้ว่า ขณะนี้นายพิธาถูกคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น ยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยว่านายพิธา เป็นผู้กระทำผิด มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งในทางกฎหมายยังมองว่า นายพิธา เป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไรยังไม่มีใครทราบได้
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 159 และมาตรา 272 มาจากคำถามพ่วงที่ให้การเลือกนายกรัฐมนตรี วาระเริ่มแรก 5 ปี ต้องเอาเข้าที่ประชุมรัฐสภา และพิจารณาคุณสมบัติลักษณะของนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญ
ดังนั้น แม้จะมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สถานะของนายพิธา ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯที่พรรคก้าวไกลเสนอ ยังมีสถานะครบถ้วนสมบูรณ์ทุกประการ ยังมีโอกาสที่เพื่อนสมาชิกจะเข้าชื่อเสนอนายพิธาต่อสู้ต่อในฐานะแคนดิเดตนายกฯ และยังลงมติให้ความเห็นชอบนายพิธาได้
อย่างไรก็ตาม กรณีให้ความเห็นชอบการเสนอชื่อต่างๆคงเร็วไปที่จะบอกว่ายังมีการยืนยันเหล่านั้นหรือไม่ เนื่องจากข้อบังคับการประชุมข้อ 41 วรรคท้าย ระบุว่าประธานฯ อาจพิจารณาต่อได้หากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป
นายกสมาคมทนาย ระบุ มติสภาเสนอชื่อ ‘พิธา’ เป็นญัตติ ส่อขัดรธน.เสนอส่งศาลรธน.ชี้
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_4089625
นายกสมาคมทนายชี้มติสภาที่เห็นว่าเสนอชื่อพิธาเป็นญัตติห้ามเสนอซ้ำ ส่อ ขัดรธน.เสนอส่งศาลรธน.วินิจฉัย
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ความว่า
ตามที่ ที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2566 มีมติว่า ญัตติการเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นการเสนอญัตติซ้ำต้องห้ามตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 41 นั้น
สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เห็นว่ามติดังกล่าวขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ดังนี้
1. ตามพจนานุกรมและข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรข้อ 44 ญัตติหมายถึงข้อเสนอใดๆ ที่มีความมุ่งหมายให้สภาลงมติหรือชี้ขาดว่า จะให้ปฏิบัติหรือดำเนินการอย่างไรต่อไป การเสนอญัตติอาจเสนอด้วยปากเปล่า หรือทำเป็นหนังสือก็ได้ ดังนั้น การเสนอชื่อนายพิธาเพื่อให้รัฐสภาลงมติให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี จึงถือเป็นการเสนอญัตติตามรัฐธรรมนูญ
2. อย่างไรก็ตาม ญัตติที่เสนอต่อสภา มี 2 ประเภท คือ ญัตติทั่วไป เช่น ญัตติขอให้สภาแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาหรือศึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และญัตติตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้โดยเฉพาะ เช่น ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 และ 152 เป็นต้น
3. สำหรับการเสนอญัตติทั่วไปของรัฐสภาจะต้องเป็นไปตามข้อบังคับข้อ 41 กล่าวคือ ญัตติใดตกไปแล้ว ห้ามนำญัตติซึ่งมีหลักการเช่นเดียวกันขึ้นเสนออีกในที่ประชุมเดียวกันหรือที่เรียกว่าเป็นญัตติซ้ำ
ส่วนการเสนอญัตติที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้โดยเฉพาะ รัฐธรรมนูญจะบัญญัติถึงวิธีการยื่นและข้อจำกัดในการยื่นไว้ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด เช่น
(1) ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 151 และ 152 รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ต้องมี ส.ส. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 เข้าชื่อขอเปิดอภิปรายและจะยื่นได้ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 154
(2) ญัตติการเสนอชื่อนายพิธาอันเป็นญัตติเฉพาะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ประกอบมาตรา 159 นั้น รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อตามมาตรา 88 ของพรรคการเมืองที่มี ส.ส. ไม่น้อยกว่า 25 คน และการเสนอชื่อต้องมี ส.ส. รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 หรือ 50 คน ซึ่งญัตติดังกล่าวนี้ รัฐธรรมนูญมิได้มีข้อจำกัดจำนวนครั้งในการยื่นเหมือนกับกรณีญัตติตามมาตรา 151 และ 152 ดังนั้น ญัตติการเสนอชื่อนายพิธาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจึงเสนอได้โดยไม่มีข้อจำกัดเพราะรัฐธรรมนูญมิได้จำกัดไว้ และไม่อาจใช้ข้อบังคับข้อ 41 ซึ่งใช้กับการยื่นญัตติทั่วไปมาใช้บังคับได้
ดังนั้นสมาชิกรัฐสภาที่เสนอชื่อนายพิธา รวมทั้งสมาชิกที่รับรองการเสนอชื่อจึงเป็นบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ สมาชิกดังกล่าวจึงมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำวินิจฉัยว่า คำวินิจฉัยของประธานรัฐสภาและการลงมติของสมาชิกรัฐสภาจำนวน 394 คน ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 หรือไม่
https://www.facebook.com/lawyerassn/posts/pfbid0j4HcZNaKpsDVA6KDWNNWKo9oqNbxqUQJUPqL2Lav3U6y6Wk5CZdrRumn4PKGPQzvl
“ทนายเดชา” แนะ ปชช.อย่ายอม ต้องลุกขึ้นสู้ ปม โหวตนายกฯ-ถือหุ้นสื่อ
https://www.matichon.co.th/politics/news_4089446
“ทนายเดชา” แนะปชช.อย่ายอม ต้องลุกขึ้นสู้ ปม โหวตนายกฯ-ถือหุ้นสื่อ
ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติสั่งให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชัรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกพรรคก้าวไกล หยุดปฏิบัติหน้าที่ปมถือหุ้นสื่อไอทีวี และวันเดียวกันที่ประชุมรัฐสภาก็มีมติตามสียงส่วนใหญ่ว่า ไม่สามารถเสนอชื่อนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้อีกรอบ หลังจากที่ตกไปแล้วในการโหวตครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก ทนายคลายทุกข์ ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า
“ใหญ่กว่าประชาชนคือสมาชิกวุฒิสภา? ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญคือข้อบังคับสภาข้อที่ 41? อนุรักษ์นิยมทำลายทุกอย่าง เพื่อ ยึดครองประเทศ”
“เริ่มต้นหยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่ให้โหวตนายก ขั้นต่อไปก็ยุบพรรค ?แล้วก็ ย้ายขั้ว ไปอยู่ฝั่งอนุรักษ์นิยม? ยึดครองประเทศต่อไป ?”
ประชาชนต้องไม่ยอมลุกขึ้นสู้ภายใต้รัฐธรรมนูญ เมื่อกติการัฐธรรมนูญมันบิดเบี้ยว ก็ต้องใช้อำนาจประชาชนในการต่อสู้
https://www.facebook.com/dechalaw/posts/pfbid0C9iHCnMbZoRVUXTvpMigX5BUrjWD4wx4ENydmd9TWeZQEjd3Z6N2tDjaAQWF2Pxgl
https://www.facebook.com/dechalaw/posts/pfbid0r5rmkVc8fD1XsmDxDiJbYx9HP1AXEiGfB7dFqqhJF2AFNVEZ2ZHwAjzvDc9huPoyl