"ชัชชาติ"แจงโครงการกู้2ล้านล. .......ข่าวสดออนไลน์

กระทู้สนทนา
รายงานพิเศษ

หมายเหตุ - นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ชี้แจงยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 2020
อธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องใช้เงินลงทุนพัฒนาระบบคมนาคมและขนส่งครบวงจร
ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจ
กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ
พ.ศ. .. ที่ครม.เป็นผู้เสนอ จำนวน 2 ล้านล้านบาท เมื่อวันที่ 28 มี.ค.


ขณะนี้เราใช้การขนส่งทางถนนเป็นหลักของประเทศที่ทั้งแพงสุดและเกิดมลภาวะมากที่สุด
ขนส่งทางรางจะถูกลงมาเกือบครึ่ง ขณะที่ทางน้ำมีราคาถูกสุด

หากปล่อยไปอย่างนี้ อนาคตเราจะแข่งกับเพื่อนบ้านและชาติอื่นลำบาก เราจะยิ่งถอยหลัง
และสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

ส่วนทางอากาศเขาเข้มแข็งดูแลตัวเองได้ หวังว่าในอนาคตรถไฟจะเป็นเช่นนั้น แต่ตอนแรก
เราต้องดูแลเขาก่อน หากเอาจุดอ่อนตรงนี้มาเป็นโอกาสได้ เราจะพลิกประเทศ

ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี เราลงทุนโครงสร้างพื้นฐานน้อยลงทุกปี ตัวเลขทั่วโลกงบ
ลงทุนในงบฯ รายจ่ายประจำปีอย่างน้อยต้อง 25% แต่ของไทยระยะ 4-5 ปีหลังมานี้ เหลือ
เพียง 12-15%

โจทย์ที่เราต้องทำคือ การปรับรูปแบบขนส่ง ไม่ให้มีคอขวด รถติด ต้องยกระดับคุณภาพชีวิต
ประชาชน งบฯ จากพ.ร.บ.ฉบับนี้จะเป็นเส้นเลือดใหญ่ เป็นกระดูก สันหลังประเทศ ส่วนงบฯ
ปกติจะเป็นเส้นเลือดฝอย

เมื่อรวม 2 งบฯ นี้ประเทศเราจะสมบูรณ์แบบ

สำหรับโครงการภายใต้แผนงานตามยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม
ขนส่งของประเทศ มี 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่

1.ยุทธศาสตร์ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง สินค้าทางถนนสู่การขนส่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า
วงเงิน 354,560.73 ล้านบาท

ได้แก่ แผนงานพัฒนาและปรับปรุงโครงข่ายทางรถไฟที่มีอยู่ในปัจจุบัน ให้เป็นโครงข่ายการ
ขนส่งหลักของประเทศ อาทิ โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 11 สาย ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน
ทางรถไฟ

โครงการติดตั้งและปรับปรุงเครื่องกั้นถนนที่เป็นจุดตัดทางรถไฟ ปรับปรุงอาณัติสัญญาณไฟสี
ติดตั้งระบบโครงข่ายโทรคมนาคม ก่อสร้างโรงรถจักรแห่งใหม่ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี สร้าง
สะพานข้ามทาง รถไฟ 83 แห่ง

แผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าทางลำน้ำและชายฝั่ง อาทิ
โครงการก่อสร้างท่าเรือชุมพร สร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2 สร้างสถานีขนส่งทางลำน้ำ
เพื่อการประหยัดพลังงานที่ จ.อ่างทอง สร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล

และแผนงานพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกในการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบเพื่อเชื่อมโยงกับ
ฐานการผลิตและฐานการส่งออกที่สำคัญของประเทศ

2.ยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางและขนส่งไป
สู่ศูนย์กลางของภูมิภาคทั่วประเทศและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน วงเงิน 1,042,376.74 ล้านบาท

ได้แก่ แผนงานพัฒนาประตูการค้าหลักและประตูการค้าชายแดน อาทิ โครงการพัฒนาระบบ
โครงสร้างพื้นฐานด้านศุลกากร พัฒนาโครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างประเทศ พัฒนา
โครงข่ายทางหลวงชนบทเชื่อมต่อด้านการค้า การลงทุน และการขนส่ง

แผนงานพัฒนาโครงข่ายเชื่อมต่อภูมิภาค วงเงิน 994,430.90 ล้านบาท อาทิ โครงการรถไฟ
ความเร็วสูง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ วงเงิน 387,821 ล้านบาท, กรุงเทพฯ-หนองคาย
วงเงิน 170.450 ล้านบาท, กรุงเทพฯ-ปาดังเบซาร์ วงเงิน 124,327.9 ล้านบาท

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-ชลบุรี-พัทยา-ระยอง โครงการสร้าง
รถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ, สายบ้านไผ่-นครพนม

โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา, สายบางใหญ่
-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี และสายพัทยา-มาบตาพุด และ

3.ยุทธศาสตร์พัฒนาและปรับปรุงระบบ ขนส่งเพื่อยกระดับความคล่องตัว วงเงิน 593,801.52 ล้านบาท
ได้แก่

แผนงานพัฒนาระบบขนส่งในเขตเมือง อาทิ รถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน บางซื่อ-หัวหมาก
สาย สีแดงเข้ม บางซื่อ-หัวลำโพง, รังสิต-ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต แอร์พอร์ตลิงก์ ช่วงดอนเมือง
-พญาไท

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน บางซื่อ-บางแค รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม แบริ่ง-สมุทรปราการ-บางปู และ
หมอชิต-คูคต รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี รถไฟฟ้าสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี
สายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ สีเหลือง ลาดพร้าว-สำโรง

และแผนงานพัฒนาระบบขนส่งเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจหลัก อาทิ เร่งรัดขยาย 4 ช่องจราจร

เวลาที่เหลืออีกกว่า 2 ปี มันง่ายมากที่จะไม่ทำอะไร แต่เรามีแผนรายละเอียดชัดเจนอยู่ในเอกสาร
แนบท้าย ปีไหนทำอะไร งบประมาณเท่าไหร่

ที่กังวลเรื่องความโปร่งใส เราก็กังวลไม่แพ้กัน หากเกิดคำถามเรื่องความไม่โปร่งใสแล้วก็ไปไม่ได้
แต่ครม.มีมติออกมาปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้เปิดเผยราคากลางการจัดซื้อจัดจ้าง การแสดงบัญชี
รายรับรายจ่ายของบริษัทนิติบุคคลที่จะเข้าเสนองานต่อรัฐ และระบบอีอ๊อกชั่น

ซึ่งระบบเหล่านี้จะช่วยตรวจสอบได้

ส่วนกรณีข้อซักถามของฝ่ายค้านนั้น ผมขอชี้แจง 3 ประเด็น คือ

1.กรณีการให้เอกชนมาร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานนั้น เรามีหลักการคือคำนึงถึงผลตอบแทน
ทางเศรษฐกิจที่จะลดต้นทุนการขนส่งและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี

โดยปกติการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รัฐควรลงทุนเอง แต่อาจมีบางส่วนที่รัฐลงทุนโครงสร้าง
พื้นฐานแล้วให้เอกชนมาลงทุนต่อเนื่อง

ทั้งนี้หากในโครงการนี้ ส่วนใดที่เปิดให้เอกชนมาร่วมลงทุนได้ จะตัดการใช้เงินกู้ในส่วนนั้นออกไป

2.ประเด็นการลงนามความเข้าใจกับต่างประเทศที่จะมาลงทุนรถไฟความเร็วสูงนั้น ขอชี้แจงว่าการ
ลงนามเอ็มโอยูไม่ได้ทำกันง่ายๆ เพราะยังมีข้อขัดแย้งของสองฝ่ายอีกมาก

เช่น ประเทศที่ต้องการลงทุนแล้วอยากใช้เทคโนโลยีของเขา ใช้ผู้รับเหมาของเขา ให้สัญญา 50 ปี
ต้องให้สิทธิ์การใช้ที่ดิน ฯลฯ เงื่อนไขเหล่านี้ไม่ใช่ทำกันง่ายๆ ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

เพราะการมาลงทุนไม่มีใครไม่ต้องการผลประโยชน์ ถ้าลงทุนแล้วต้องเสียเปรียบหรือไม่เกิดประโยชน์
กับประชาชนเราคงทำไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับรายละเอียดที่จะมีข้อยุติในอนาคต และ

3.การเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่งกับประเทศเพื่อนบ้าน กรณีรถไฟความเร็วสูงจะมีการเชื่อมโยง
ถึง จ.หนองคาย และมีการเชื่อมถึงปาดังเบซาร์แน่นอน เพียงแต่จะทำต่อเมื่อมีความเหมาะสมโดย
ต้องดูความพร้อม

กรณีการเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูงกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวต้องใช้เวลาอีกนาน
เพราะเส้นทางที่จะเชื่อมกับประเทศจีนมีระยะทางไกล ยังไม่มีข้อยุติว่าจะดำเนินการอย่างไร

ทางใต้มีการคุยถึงโครงการระหว่างกัวลาลัมเปอร์ถึงสิงคโปร์ แต่ยังไม่มีความชัดเจนการเชื่อมจาก
กัวลาลัมเปอร์มาประเทศไทย

การเชื่อมโยงในเบื้องต้น เราเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่มีอยู่ก่อน อย่างปาดังเบซาร์มีทางรถไฟมาแล้ว
เราเชื่อมแน่ ส่วนสปป.ลาวจะมีการเชื่อมต่อไปถึงเมืองเวียงจันทน์ เราเชื่อมแน่ ขอย้ำว่าเราจะเชื่อม
เมื่อทุกคนพร้อม

ส่วนการทำโครงการไปถึง จ.เชียงใหม่ ก่อนเป็นนโยบายของรัฐบาล และเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า
การเชื่อมกับ จ.เชียงใหม่ จะได้ประโยชน์กว่า เพราะมี ผู้ที่ต้องเดินทางมากกว่า จ.หนองคาย
วันละหมื่นคน

ส่วนท่าเรือทวายเราคุยตลอด เพราะการ เชื่อมทางรถไฟกับท่าเรือทวายมีอยู่ในโครงการพัฒนาทวาย
โดยการเชื่อมต่อจะทำทันทีในเวลาที่ เหมาะสม

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd2Iyd3dNak13TURNMU5nPT0=&sectionid=TURNd05BPT0=&day=TWpBeE15MHdNeTB6TUE9PQ==

เก็บตกมาให้อ่านกันซ้ำอีกที  แบบ บทสรุป ...เข้าใจง่าย  เพราะยังเห็นกระทู้เรื่อง
ทำไมไม่ไปหนองคาย  ไม่ไปปาร์ดังเบซาร์  ...ยังโพสต์กันอยู่...
เหมือนกับ  ไม่เข้าใจที่เจ้าของโครงการอธิบาย  .....  พ.ร.บ.ผ่านวาระแรกไปแล้ว
คราวนี้ปชช.อยากฝาก  ฝ่ายค้าน  อย่าค้านเลย  รอให้โครงการเดินหน้า  และ
ก็ขอให้ฝ่ายค้าน เดินหน้าตรวจสอบ  การทำงานด้วย ทุจริตอย่างไร  เอามาแฉกัน
อย่าให้เหมือน โรงพัก  สนามฟุตซอล ...เป็นใช้ได้     ยิ้ม

สาวแว่น
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  การเมือง
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่