เรื่องเก่าเล่าอดีต ๒๐ มี.ค.๕๖
อาจารย์ของเขา
เพทาย
เมื่อหลายปีมาแล้ว ผมไปแต่งงาน สมพัน ลูกน้องคนโปรดของผมที่บ้านของ เจ้าสาว ซึ่งสวยระดับนางงามสงกรานต์ ที่หนองแค อยุธยา ผมเอารถสองแถวเล็กสมัยก่อนซึ่งมีที่นั่ง ด้านหลังสองแถวหันหน้าเข้าหากัน จุคนได้เกือบ ๒๐ คน ของลูกน้องอีกคนหนึ่ง บรรทุกเพื่อนพ้องของเจ้าบ่าวจากที่ทำงานไปกันแน่น

ด
เราไปถึงบ้านงานในตอนบ่ายทันกำหนดพิธีรดน้ำสังข์ ต่อด้วยงานเลี้ยงตอนเย็นเลยไปถึงค่ำ ตามแบบไทย ๆ ซึ่งพวกเราก็ล่อกันเข้าไปจนดึก เพราะเจ้าบ่าวไม่ยอมให้กลับ บอกว่า เจ้าภาพฝ่ายเจ้าสาวได้จัดที่ไว้ให้ค้างคืน บนเรือนใหญ่แล้ว พวกเราล้วนแต่ดี ๆ กันเข้าไปแล้วทั้งนั้น รวมทั้งคนขับด้วย ก็เลยไม่มีใครขัดศรัทธา
แต่ผมเองนึกสะกิดใจอยู่นิดหน่อยว่า แขกรุ่นหนุ่มในงานหลายคนซึ่งเป็นชาวบ้านท้องถิ่นนั้น ออกจะมีท่าทีนักเลงอยู่ไม่น้อย และดูไม่ค่อยจะเป็นมิตรกับพวกเราสักเท่าไร สาเหตุสำคัญนั้น ผมเดาเอาเองว่าคงเป็นเพราะเจ้าสมพัน ซึ่งเป็นคนกรุงเทพดันไปคว้าเอาไม้งามประดับหมู่บ้านของเขาไปครองนั่นเอง
ผมกำชับพวกเราทั้งหลายว่า ตัวผมเป็นเจ้าภาพฝ่ายชาย และเราทั้งหมดก็เป็นแขกผู้มีเกียรติของงานนี้ ใครจะอย่างไรก็ช่าง อย่าพยายามให้มีเรื่องเป็นอันขาด ต้องรักษาศักดิ์ศรีของเราไว้ให้ดี
ดังนั้นเหตุการณ์จึงผ่านไปโดยเรียบร้อย จนกระทั่งงานอย่างเป็นทางการได้เลิกราไปเมื่อประมาณสองยาม และต่างฝ่ายต่างก็เมากันได้ระดับแล้ว ผมกับพวกเพื่อนคออ่อนก็เข้ามุ้งนอน ในห้องที่เจ้าภาพเขาจัดไว้ให้ พวกลูกน้องหนุ่ม ๆ คอแข็งก็คงโจ้กันต่อไปที่ห้องชั้นล่างไม่กี่คน
ผมม่อยหลับไปได้สักพัก ก็มีคนมาสะกิดข้าง ๆ มุ้ง ลืมตาขึ้นมาก็พบนาย สะอาด ลูกน้องอีกคนหนึ่งของผม ยื่นหน้าตุงเข้ามาในมุ้ง
" หัวหน้าครับ ผมขออนุญาตไปตีกันหน่อยครับ "
" เฮ้ย "
ผมร้องเหมือนโขน ผุดลุกขึ้นนั่งตาสว่างทันที
" ว่าไงนะ "
" ไอ้พวกบ้านนี้มันท่าให้ออกไปตีกันข้างนอกบ้านครับ "
เขาพูดเสียงเหี้ยมหาญ
" อ้าวมันเรื่องอะไรกันล่ะ ก็สั่งแล้วว่าให้อยู่แต่ในกลุ่มของพวกเรา อย่ามีเรื่องกับใคร "
" ผมทำตามคำสั่งหัวหน้าแล้วครับ กินอยู่วงของเรา มันมาสะกิดให้ผมออกไปข้างนอกครับ "
" แล้วไง "
" ผมก็ออกไปกับมันที่หน้าบ้าน มันถามผมว่าลูกศิษย์อาจารย์ไหน ? "
" อ้าว ไหงงั้นล่ะ "
" มันเห็นรอยสักที่คอผมครับ "
ผมลืมบอกไปว่าเจ้าสะอาดนี่ตัวมันเล็กนิดเดียว แต่สักเต็มพรืดไปหมด ทั้งหน้าอกและแผ่นหลัง แต่ฉลาดที่ไม่แลบออกมานอกเสื้อเลย แม้แต่จะใส่เสื้อคอกลมตัวเดียว จึงไม่มีใครรู้ มีโผล่อยู่นิดเดียวคือ อุณาโลม ที่ใต้ลูกกระเดือก ผมเองเพิ่งจะเห็นเมื่อมันบอก
" ผมบอกชื่ออาจารย์ให้ มันก็บอกว่าขอลองหน่อยได้มั้ย ว่าเหนียวจริงไม่จริง ผมบอกเอาเลย "
" เฮ้ย เอามาแล้วเรอะ "
" ยังครับ เพื่อนบอกว่า ถ้าจะเอากะมันจริง ๆ ต้องไปขออนุญาตหัวหน้าก่อน ให้ผมไปนะครับ ผมไปคนเดียวไม่ให้ใครเดือดร้อน "
ถึงอย่างไรผมก็ไม่อนุญาต เพราะเราเป็นแขกของเจ้าบ่าว จะยกพวกไปตีกับญาติของเจ้าสาวในวันแต่งงาน แล้วผัวเมียมันจะมองหน้ากันได้อย่างไร แต่ผมก็ไม่อยากให้ลูกน้องเสียใจ หรือถูกสบประมาทว่าขี้ขลาด
" เอางี้แล้วกัน แกนอนเสียก่อน เช้าค่อยออกไปล่อกะมัน ออกไปเดี๋ยวนี้ เราไม่รู้ลู่ทางเกิดมันรุมเอา ก็เสียเปรียบ "
" แหมหัวหน้า มันก็ดูถูกผมแย่ซีครับ ผมรับปากกะมันแล้วนี่ "
" เอาน่า " ผมปลอบ
ขณะนั้นหลายคนที่นอนข้าง ๆ ผมเต็มมุ้ง ต่างลุกขึ้นมานั่งฟังหน้าสลอน
" เชื่อหัวหน้าเถอะถ้าเราเสียเปรียบจะไปตีมันทำไม พรุ่งนี้เอากันแจ้ง ๆ ตัว ๆ เลย "
สะอาดยกมือไหว้
" ขอผมสักครั้งไม่ได้หรือครับ "
" ไม่ได้....นี่เป็นคำสั่ง ไป...ไปนอนเดี๋ยวนี้ " ผมเล่นไม้แข็ง
ตกลงคืนนั้น ลูกน้องนักเลงของผม ก็เลยต้องยอมนอนซุกอยู่ข้างมุ้งของผมไม่ช้าพวกเราก็หลับกันเงียบ
วันรุ่งขึ้นเราตื่นสายโร่ หลังจากที่ถอนกันคนละเล็กละน้อย ตามด้วยข้าวต้มหมู
ร้อน ๆ คนละถ้วยสองถ้วยแล้ว ก็ร่ำลาเจ้าของบ้านขึ้นรถย้อนกลับทางเดิมที่มา ทุกคนต่างนั่งเงียบ ระวังกันรอบตัว
จนกระทั่งโผล่ออกถนนพหลโยธิน จึงค่อยมีเสียงคุย
เพื่อน ๆ ต่างก็แซวสะอาดกันคนละคำสองคำ เจ้าตัวก็ไม่ว่าอะไร นอกจากขอเหล้า ที่ยังเหลืออยู่อีกครึ่งแบนมากระดกเสียกรุ๊บหนึ่ง แล้วปรารภว่า
" แย่เลยครับหัวหน้า เมื่อคืนนอนไม่หลับทั้งคืน "
"ทำไมวะ "
ผมอดรนทนไม่ได้
" ไม่ได้ตีกะเขาแล้วนอนไม่หลับเรอะ "
" เปล่าครับหัวหน้า ยุงมันกัดผมทั้งคืน "
ว่าแล้วก็ถกเสื้อยืดขึ้น ให้ดูรอยยุงกัดเป็นจุดแดงทั้งตัว โดยเฉพาะที่สีข้าง แถว ๆ รอยสักรูปเสือเผ่นมีจุดแดงแผ่เป็นปื้นใหญ่ พวกเพื่อนหัวเราะครืนทั้งคันรถ
" เฮ้ย สักออกเต็มตัว ยุงยังกัดเข้า แล้วจะไปตีกะเขาได้ยังไงวะ "
" โธ่...หัวหน้า "
เสียงไม่เหมือนตอนเข้าไปปลุกผมเมื่อคืนนี้เลย
" อาจารย์ผม ไม่ได้สักมาให้ตีกะยุงนี่ครับ "
##########
จาก นิตยสารโล่เงิน
สิงหาคม ๒๕๔๐
วางเมื่อ ๒๐ มี.ค.๕๖เวลา ๐๙.๓๕
เรื่องเก่าเล่าอดีต ๒๐ มี.ค.๕๖
อาจารย์ของเขา
เพทาย
เมื่อหลายปีมาแล้ว ผมไปแต่งงาน สมพัน ลูกน้องคนโปรดของผมที่บ้านของ เจ้าสาว ซึ่งสวยระดับนางงามสงกรานต์ ที่หนองแค อยุธยา ผมเอารถสองแถวเล็กสมัยก่อนซึ่งมีที่นั่ง ด้านหลังสองแถวหันหน้าเข้าหากัน จุคนได้เกือบ ๒๐ คน ของลูกน้องอีกคนหนึ่ง บรรทุกเพื่อนพ้องของเจ้าบ่าวจากที่ทำงานไปกันแน่น
เราไปถึงบ้านงานในตอนบ่ายทันกำหนดพิธีรดน้ำสังข์ ต่อด้วยงานเลี้ยงตอนเย็นเลยไปถึงค่ำ ตามแบบไทย ๆ ซึ่งพวกเราก็ล่อกันเข้าไปจนดึก เพราะเจ้าบ่าวไม่ยอมให้กลับ บอกว่า เจ้าภาพฝ่ายเจ้าสาวได้จัดที่ไว้ให้ค้างคืน บนเรือนใหญ่แล้ว พวกเราล้วนแต่ดี ๆ กันเข้าไปแล้วทั้งนั้น รวมทั้งคนขับด้วย ก็เลยไม่มีใครขัดศรัทธา
แต่ผมเองนึกสะกิดใจอยู่นิดหน่อยว่า แขกรุ่นหนุ่มในงานหลายคนซึ่งเป็นชาวบ้านท้องถิ่นนั้น ออกจะมีท่าทีนักเลงอยู่ไม่น้อย และดูไม่ค่อยจะเป็นมิตรกับพวกเราสักเท่าไร สาเหตุสำคัญนั้น ผมเดาเอาเองว่าคงเป็นเพราะเจ้าสมพัน ซึ่งเป็นคนกรุงเทพดันไปคว้าเอาไม้งามประดับหมู่บ้านของเขาไปครองนั่นเอง
ผมกำชับพวกเราทั้งหลายว่า ตัวผมเป็นเจ้าภาพฝ่ายชาย และเราทั้งหมดก็เป็นแขกผู้มีเกียรติของงานนี้ ใครจะอย่างไรก็ช่าง อย่าพยายามให้มีเรื่องเป็นอันขาด ต้องรักษาศักดิ์ศรีของเราไว้ให้ดี
ดังนั้นเหตุการณ์จึงผ่านไปโดยเรียบร้อย จนกระทั่งงานอย่างเป็นทางการได้เลิกราไปเมื่อประมาณสองยาม และต่างฝ่ายต่างก็เมากันได้ระดับแล้ว ผมกับพวกเพื่อนคออ่อนก็เข้ามุ้งนอน ในห้องที่เจ้าภาพเขาจัดไว้ให้ พวกลูกน้องหนุ่ม ๆ คอแข็งก็คงโจ้กันต่อไปที่ห้องชั้นล่างไม่กี่คน
ผมม่อยหลับไปได้สักพัก ก็มีคนมาสะกิดข้าง ๆ มุ้ง ลืมตาขึ้นมาก็พบนาย สะอาด ลูกน้องอีกคนหนึ่งของผม ยื่นหน้าตุงเข้ามาในมุ้ง
" หัวหน้าครับ ผมขออนุญาตไปตีกันหน่อยครับ "
" เฮ้ย "
ผมร้องเหมือนโขน ผุดลุกขึ้นนั่งตาสว่างทันที
" ว่าไงนะ "
" ไอ้พวกบ้านนี้มันท่าให้ออกไปตีกันข้างนอกบ้านครับ "
เขาพูดเสียงเหี้ยมหาญ
" อ้าวมันเรื่องอะไรกันล่ะ ก็สั่งแล้วว่าให้อยู่แต่ในกลุ่มของพวกเรา อย่ามีเรื่องกับใคร "
" ผมทำตามคำสั่งหัวหน้าแล้วครับ กินอยู่วงของเรา มันมาสะกิดให้ผมออกไปข้างนอกครับ "
" แล้วไง "
" ผมก็ออกไปกับมันที่หน้าบ้าน มันถามผมว่าลูกศิษย์อาจารย์ไหน ? "
" อ้าว ไหงงั้นล่ะ "
" มันเห็นรอยสักที่คอผมครับ "
ผมลืมบอกไปว่าเจ้าสะอาดนี่ตัวมันเล็กนิดเดียว แต่สักเต็มพรืดไปหมด ทั้งหน้าอกและแผ่นหลัง แต่ฉลาดที่ไม่แลบออกมานอกเสื้อเลย แม้แต่จะใส่เสื้อคอกลมตัวเดียว จึงไม่มีใครรู้ มีโผล่อยู่นิดเดียวคือ อุณาโลม ที่ใต้ลูกกระเดือก ผมเองเพิ่งจะเห็นเมื่อมันบอก
" ผมบอกชื่ออาจารย์ให้ มันก็บอกว่าขอลองหน่อยได้มั้ย ว่าเหนียวจริงไม่จริง ผมบอกเอาเลย "
" เฮ้ย เอามาแล้วเรอะ "
" ยังครับ เพื่อนบอกว่า ถ้าจะเอากะมันจริง ๆ ต้องไปขออนุญาตหัวหน้าก่อน ให้ผมไปนะครับ ผมไปคนเดียวไม่ให้ใครเดือดร้อน "
ถึงอย่างไรผมก็ไม่อนุญาต เพราะเราเป็นแขกของเจ้าบ่าว จะยกพวกไปตีกับญาติของเจ้าสาวในวันแต่งงาน แล้วผัวเมียมันจะมองหน้ากันได้อย่างไร แต่ผมก็ไม่อยากให้ลูกน้องเสียใจ หรือถูกสบประมาทว่าขี้ขลาด
" เอางี้แล้วกัน แกนอนเสียก่อน เช้าค่อยออกไปล่อกะมัน ออกไปเดี๋ยวนี้ เราไม่รู้ลู่ทางเกิดมันรุมเอา ก็เสียเปรียบ "
" แหมหัวหน้า มันก็ดูถูกผมแย่ซีครับ ผมรับปากกะมันแล้วนี่ "
" เอาน่า " ผมปลอบ
ขณะนั้นหลายคนที่นอนข้าง ๆ ผมเต็มมุ้ง ต่างลุกขึ้นมานั่งฟังหน้าสลอน
" เชื่อหัวหน้าเถอะถ้าเราเสียเปรียบจะไปตีมันทำไม พรุ่งนี้เอากันแจ้ง ๆ ตัว ๆ เลย "
สะอาดยกมือไหว้
" ขอผมสักครั้งไม่ได้หรือครับ "
" ไม่ได้....นี่เป็นคำสั่ง ไป...ไปนอนเดี๋ยวนี้ " ผมเล่นไม้แข็ง
ตกลงคืนนั้น ลูกน้องนักเลงของผม ก็เลยต้องยอมนอนซุกอยู่ข้างมุ้งของผมไม่ช้าพวกเราก็หลับกันเงียบ
วันรุ่งขึ้นเราตื่นสายโร่ หลังจากที่ถอนกันคนละเล็กละน้อย ตามด้วยข้าวต้มหมู
ร้อน ๆ คนละถ้วยสองถ้วยแล้ว ก็ร่ำลาเจ้าของบ้านขึ้นรถย้อนกลับทางเดิมที่มา ทุกคนต่างนั่งเงียบ ระวังกันรอบตัว
จนกระทั่งโผล่ออกถนนพหลโยธิน จึงค่อยมีเสียงคุย
เพื่อน ๆ ต่างก็แซวสะอาดกันคนละคำสองคำ เจ้าตัวก็ไม่ว่าอะไร นอกจากขอเหล้า ที่ยังเหลืออยู่อีกครึ่งแบนมากระดกเสียกรุ๊บหนึ่ง แล้วปรารภว่า
" แย่เลยครับหัวหน้า เมื่อคืนนอนไม่หลับทั้งคืน "
"ทำไมวะ "
ผมอดรนทนไม่ได้
" ไม่ได้ตีกะเขาแล้วนอนไม่หลับเรอะ "
" เปล่าครับหัวหน้า ยุงมันกัดผมทั้งคืน "
ว่าแล้วก็ถกเสื้อยืดขึ้น ให้ดูรอยยุงกัดเป็นจุดแดงทั้งตัว โดยเฉพาะที่สีข้าง แถว ๆ รอยสักรูปเสือเผ่นมีจุดแดงแผ่เป็นปื้นใหญ่ พวกเพื่อนหัวเราะครืนทั้งคันรถ
" เฮ้ย สักออกเต็มตัว ยุงยังกัดเข้า แล้วจะไปตีกะเขาได้ยังไงวะ "
" โธ่...หัวหน้า "
เสียงไม่เหมือนตอนเข้าไปปลุกผมเมื่อคืนนี้เลย
" อาจารย์ผม ไม่ได้สักมาให้ตีกะยุงนี่ครับ "
##########
จาก นิตยสารโล่เงิน
สิงหาคม ๒๕๔๐
วางเมื่อ ๒๐ มี.ค.๕๖เวลา ๐๙.๓๕