จะคัดค้านกันดีไหม? รัฐบาลนี้จะใช้จ่ายเงินภาษีเยอะนะ
แต่เพิ่มระยะทางรถไฟฟ้า จะลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนตัวและน้ำมันได้เยอะนะ ?????
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รฟม. ดึงงบ "2 ล้านล้าน" ลุยรถไฟฟ้า 10 สาย ระยะทาง 410 กม.
คนแห่ชมงาน "2 ล้านล้าน" วันละ 7 พันคน "ปู" สั่งขยายจัดงานอีก 4 วันถึง 16 มี.ค. ขณะรฟม.ยันเดินหน้ารถไฟฟ้า 10 สาย 410 กม.ใน 7 ปีข้างหน้า ส่วนกรมทางหลวงโอดครวญสร้างมอเตอร์เวย์อืดได้เพียง 146 กม.เท่านั้น จากทั้งหมด 4 พันกว่ากม. จ่อลุยต่อเส้นบางใหญ่-กาญจนบุรี ด้านผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ชงรัฐบาลสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านขนส่งเชื่อมต่อทุกระบบลดต้นทุน...
เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2556 นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวถึง งานนิทรรศการไทยแลนด์ 2020 ก้าวใหม่เชื่อมโยงไทยสู่โลกฯ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ว่า ล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการขยายวันในการจัดนิทรรศการ จากเดิมที่จะต้องสิ้นสุดในวันที่ 12 มี.ค. จะมีการขยายไปจนถึงวันที่ 16 มี.ค. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจแต่ยังไม่ได้เยี่ยมชมนิทรรศการสามารถเดินทางมาได้ ทั้งนี้ ตลอดการจัดงาน 3 วันที่ผ่านมา มีประชาชนเดินทางมาเยี่ยมชมงานเฉลี่ย วันละ 7,000 คน ถือเป็นตัวเลขที่กระทรวงคมนาคมวางไว้
ขณะที่นายชัยสิทธิ์ คุรุรัตน์ รองผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. เปิดเผยในงานเสวนาหัวข้อ "การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้าน...ประเทศ ชาติและประชาชน (ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร) ได้อะไร" ว่า การดำเนินโครงการรถไฟฟ้า 10 สายทาง ระยะทาง 410 กิโลเมตร ในโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านนั้น รฟม.ยืนยันว่า รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องลงทุนระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เนื่องจากเมืองใหญ่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่และจำนวนประชากรที่แออัด ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องลงทุนระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน
นอกจากนี้ระบบขนส่งรถไฟฟ้า ยังเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ที่จะนำมาใช้สำหรับการพัฒนาระบบขนส่งในเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีแผนพัฒนาเส้นทางรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่อีก 10 เส้นทาง รวมระยะทาง 410 กิโลเมตร ในอีก 7 ปีข้างหน้า ซึ่งจะสามารถเพิ่มจำนวนผู้โดยสารได้เป็น 5.36 ล้านคน-เที่ยว/วัน จากปัจจุบันที่มี 4 เส้นทาง ระยะทาง 80 กิโลเมตร โดยมีจำนวนผู้โดยสารใช้บริการ 900,000 คน-เที่ยว/วัน ลดปริมาณการใช้พลังงานจากน้ำมันได้กว่า 15,000 ล้านบาทต่อปี และเพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจาก 5% เป็น 30%
ด้านนายเกษม ศรีวรานันนท์ วิศวกรใหญ่ ด้านการสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง กล่าวว่า ที่ผ่านมาการขยายพื้นที่จราจรของทางหลวงแผ่นดิน เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น มักมีปัญหาด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำให้การพัฒนาทางหลวงเป็นไปอย่างล่าช้า ในขณะที่มติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ขยายเส้นทางจราจรในโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ รวมระยะทาง 4,150 กิโลเมตร ภายในปี 2559 แต่ขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างได้เพียง 2 เส้นทาง รวมระยะทางเพียง 146 กิโลเมตรเท่านั้นคือ เส้นทางกรุงเทพฯ-ชลบุรีสายใหม่ และวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก ดังนั้นกรมทางหลวงจึงมีความจำเป็นต้องลงทุนต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาโครงข่ายให้เชื่อมโยงตามแผนที่กำหนดไว้ในสายบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี ระยะทาง 98 กม. และมอเตอร์เวย์สายพัทยา-มาบตาพุด
นางวัลภา สถิรชวาล เลขาธิการสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย กล่าวว่า เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะมีผู้ให้บริการโลจิสติกส์จากต่างประเทศเข้ามาแข่งขันให้บริการในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ดังนั้นรัฐบาลควรเร่งลงทุนรวมระบบโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยให้สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างไร้รอยต่อทั้งทางน้ำ ทางราง ทางถนน และทางอากาศ พร้อมกันนี้ได้นำเสนอให้มีการฝึกอบรมกลุ่มผู้ที่จะให้บริการระบบโลจิสติกส์ เหล่านี้ในอนาคตให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าหน้าที่ให้บริการระบบไอที ไม่ใช่เปิดให้บริการแล้วกลุ่มผู้ให้บริการไม่มีความรู้มากพอที่จะเข้ามาให้ บริการอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นการลงทุนที่ศูนย์เปล่า
นอกจากนั้นทางกลุ่มโลจิสติกส์ไทย ขอเสนอให้ผู้ดำเนินการในโครงการ 2 ล้านล้านบาท ให้ศึกษาการออกแบบเชื่อมโยงศักยภาพของสนามบินสุวรรณภูมิ ท่าเรือแหลมฉบัง ไอซีดีที่ลาดกระบังให้สามารถขนส่งสินค้าระหว่างกันได้อย่างรวดเร็ว เพราะหากเพิ่มศักยภาพ จะทำให้การขนส่งสินค้าเน่าเสียง่ายทั้งผัก และผลไม้จากพื้นที่เศรษฐกิจทั่วประเทศสามารถส่งต่อไปยังประเทศที่มีกำลังซื้อ ได้สะดวกมากขึ้น และยังจะสร้างรายได้เข้าประเทศได้เป็นมูลค่ามหาศาลเพราะในปัจจุบันการขนส่ง สินค้าสดที่เน่าเสียง่ายมีมูลค่าการสูญเสียเฉลี่ย 20%
นางวิลาวรรณ ศิริงามเพ็ญ ผู้อำนวยการสำนักแผนงาน กรมเจ้าท่า กล่าวว่า พัฒนาการขนส่งในแม่น้ำตามโครงการ 2 ล้านล้านบาทในส่วนของกรมเจ้าท่าประกอบด้วย การพัฒนาการขนส่งในลำแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำป่าสัก โดยการสร้างและซ่อมแซมท่าเรือชายฝั่งให้มีทั้งสิ้น 19 แห่ง พัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ให้สามารถรอรับตู้สินค้าได้ 18.8 ล้านคอนเทนเนอร์ต่อปีเพื่อขยายเป้าการส่งออก แม่น้ำ 5% ชายฝั่ง 9% เรือลำเลียง 1 ลำ ลำเลียงได้ประมาณ 6 พันตันต่อเที่ยววิ่ง
ไทยรัฐออนไลน์
โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
11 มีนาคม 2556, 16:54 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/331730
รฟม. ดึงงบ "2 ล้านล้าน" ลุยรถไฟฟ้า 10 สาย ระยะทาง 410 กม. .............................. จะคัดค้านกันดีไหม?
แต่เพิ่มระยะทางรถไฟฟ้า จะลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนตัวและน้ำมันได้เยอะนะ ?????
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รฟม. ดึงงบ "2 ล้านล้าน" ลุยรถไฟฟ้า 10 สาย ระยะทาง 410 กม.
คนแห่ชมงาน "2 ล้านล้าน" วันละ 7 พันคน "ปู" สั่งขยายจัดงานอีก 4 วันถึง 16 มี.ค. ขณะรฟม.ยันเดินหน้ารถไฟฟ้า 10 สาย 410 กม.ใน 7 ปีข้างหน้า ส่วนกรมทางหลวงโอดครวญสร้างมอเตอร์เวย์อืดได้เพียง 146 กม.เท่านั้น จากทั้งหมด 4 พันกว่ากม. จ่อลุยต่อเส้นบางใหญ่-กาญจนบุรี ด้านผู้ประกอบการโลจิสติกส์ ชงรัฐบาลสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านขนส่งเชื่อมต่อทุกระบบลดต้นทุน...
เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2556 นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวถึง งานนิทรรศการไทยแลนด์ 2020 ก้าวใหม่เชื่อมโยงไทยสู่โลกฯ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ว่า ล่าสุดนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้มีการขยายวันในการจัดนิทรรศการ จากเดิมที่จะต้องสิ้นสุดในวันที่ 12 มี.ค. จะมีการขยายไปจนถึงวันที่ 16 มี.ค. เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจแต่ยังไม่ได้เยี่ยมชมนิทรรศการสามารถเดินทางมาได้ ทั้งนี้ ตลอดการจัดงาน 3 วันที่ผ่านมา มีประชาชนเดินทางมาเยี่ยมชมงานเฉลี่ย วันละ 7,000 คน ถือเป็นตัวเลขที่กระทรวงคมนาคมวางไว้
ขณะที่นายชัยสิทธิ์ คุรุรัตน์ รองผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. เปิดเผยในงานเสวนาหัวข้อ "การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้าน...ประเทศ ชาติและประชาชน (ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร) ได้อะไร" ว่า การดำเนินโครงการรถไฟฟ้า 10 สายทาง ระยะทาง 410 กิโลเมตร ในโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านนั้น รฟม.ยืนยันว่า รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องลงทุนระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน เนื่องจากเมืองใหญ่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่และจำนวนประชากรที่แออัด ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องลงทุนระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน
นอกจากนี้ระบบขนส่งรถไฟฟ้า ยังเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ที่จะนำมาใช้สำหรับการพัฒนาระบบขนส่งในเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีแผนพัฒนาเส้นทางรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่อีก 10 เส้นทาง รวมระยะทาง 410 กิโลเมตร ในอีก 7 ปีข้างหน้า ซึ่งจะสามารถเพิ่มจำนวนผู้โดยสารได้เป็น 5.36 ล้านคน-เที่ยว/วัน จากปัจจุบันที่มี 4 เส้นทาง ระยะทาง 80 กิโลเมตร โดยมีจำนวนผู้โดยสารใช้บริการ 900,000 คน-เที่ยว/วัน ลดปริมาณการใช้พลังงานจากน้ำมันได้กว่า 15,000 ล้านบาทต่อปี และเพิ่มสัดส่วนการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจาก 5% เป็น 30%
ด้านนายเกษม ศรีวรานันนท์ วิศวกรใหญ่ ด้านการสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง กล่าวว่า ที่ผ่านมาการขยายพื้นที่จราจรของทางหลวงแผ่นดิน เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น มักมีปัญหาด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำให้การพัฒนาทางหลวงเป็นไปอย่างล่าช้า ในขณะที่มติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ขยายเส้นทางจราจรในโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ รวมระยะทาง 4,150 กิโลเมตร ภายในปี 2559 แต่ขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างได้เพียง 2 เส้นทาง รวมระยะทางเพียง 146 กิโลเมตรเท่านั้นคือ เส้นทางกรุงเทพฯ-ชลบุรีสายใหม่ และวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก ดังนั้นกรมทางหลวงจึงมีความจำเป็นต้องลงทุนต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาโครงข่ายให้เชื่อมโยงตามแผนที่กำหนดไว้ในสายบางใหญ่-บ้านโป่ง-กาญจนบุรี ระยะทาง 98 กม. และมอเตอร์เวย์สายพัทยา-มาบตาพุด
นางวัลภา สถิรชวาล เลขาธิการสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย กล่าวว่า เมื่อประเทศไทยก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะมีผู้ให้บริการโลจิสติกส์จากต่างประเทศเข้ามาแข่งขันให้บริการในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ดังนั้นรัฐบาลควรเร่งลงทุนรวมระบบโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยให้สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างไร้รอยต่อทั้งทางน้ำ ทางราง ทางถนน และทางอากาศ พร้อมกันนี้ได้นำเสนอให้มีการฝึกอบรมกลุ่มผู้ที่จะให้บริการระบบโลจิสติกส์ เหล่านี้ในอนาคตให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าหน้าที่ให้บริการระบบไอที ไม่ใช่เปิดให้บริการแล้วกลุ่มผู้ให้บริการไม่มีความรู้มากพอที่จะเข้ามาให้ บริการอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นการลงทุนที่ศูนย์เปล่า
นอกจากนั้นทางกลุ่มโลจิสติกส์ไทย ขอเสนอให้ผู้ดำเนินการในโครงการ 2 ล้านล้านบาท ให้ศึกษาการออกแบบเชื่อมโยงศักยภาพของสนามบินสุวรรณภูมิ ท่าเรือแหลมฉบัง ไอซีดีที่ลาดกระบังให้สามารถขนส่งสินค้าระหว่างกันได้อย่างรวดเร็ว เพราะหากเพิ่มศักยภาพ จะทำให้การขนส่งสินค้าเน่าเสียง่ายทั้งผัก และผลไม้จากพื้นที่เศรษฐกิจทั่วประเทศสามารถส่งต่อไปยังประเทศที่มีกำลังซื้อ ได้สะดวกมากขึ้น และยังจะสร้างรายได้เข้าประเทศได้เป็นมูลค่ามหาศาลเพราะในปัจจุบันการขนส่ง สินค้าสดที่เน่าเสียง่ายมีมูลค่าการสูญเสียเฉลี่ย 20%
นางวิลาวรรณ ศิริงามเพ็ญ ผู้อำนวยการสำนักแผนงาน กรมเจ้าท่า กล่าวว่า พัฒนาการขนส่งในแม่น้ำตามโครงการ 2 ล้านล้านบาทในส่วนของกรมเจ้าท่าประกอบด้วย การพัฒนาการขนส่งในลำแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำป่าสัก โดยการสร้างและซ่อมแซมท่าเรือชายฝั่งให้มีทั้งสิ้น 19 แห่ง พัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 ให้สามารถรอรับตู้สินค้าได้ 18.8 ล้านคอนเทนเนอร์ต่อปีเพื่อขยายเป้าการส่งออก แม่น้ำ 5% ชายฝั่ง 9% เรือลำเลียง 1 ลำ ลำเลียงได้ประมาณ 6 พันตันต่อเที่ยววิ่ง
ไทยรัฐออนไลน์
โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
11 มีนาคม 2556, 16:54 น.
http://www.thairath.co.th/content/eco/331730