<<<< สงสัย อยากรู้เกี่ยวกับ การจำนำข้าว กับข้าวสารบรรจุถุงที่เราซื้อค่ะ>>>>

ปกติบ้านเราซื้อข้าวสารบรรจุถุงตามห้างค่ะ แบบ 5 กิโลกรัม  

ทีนี้ พอเรื่องการรับจำนำข้าว และนั่งฟังข่าว   ชักเริ่มกังวล เพราะข่าวที่พูดถึงว่า ข้าวที่จำนำมา  มีเชื้อราจากการเก็บนาน   ก็จะมีการนำมา ขัดสี เป็นข้าวสารบรรจุถุง  

ตรงนี้แหละค่ะ  ข้าวสารพวกนี้  หมายถึง หลายยี่ห้อ ที่วางขายในห้างรึเปล่าคะ  คือ แต่ละยี่ห้อนี่ เค้าไม่ได้ปลูกข้าวมาขายเองใช่ไหมคะ  ถามแบบ โง่ๆ เลยนะ เพราะไม่รู้เรื่องเลย กินข้าวแต่ไม่รู้การเดินทางของข้าวว่ามาถึงมือเราอย่างไร  

ข้าวแต่ละยีห้อมาจากไหนกันคะ เขาไปรับซื้อข้าวพวกนี้ แล้วต่าง ยี่ห้อ ก็มาบรรจุของตัวเอง วางขายกันแบบนั้นรึเปล่า

  หรือว่า ยี่ห้อไหนเขามีของเขาเองไหมคะ อย่าง ปกติเรากินของ  กลุ่มเกษตรกรทุ่งกุลาร้องไห้   / ของยี่ห้อ ไท ไท / หงษ์ทอง/  ไก่แจ้

  อยากรู้จังค่ะว่า ข้าวแต่ละยี่ห้อมายังไง ใครมีความรู้คะ  รบกวนเล่าให้ฟังบ้างนะคะ  เป็นวิทยาทานค่ะ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
ข้าวแต่ละยี่ห้อก็มาจากโรงสี ของตนเอง เช่น ข้าวหงษ์ทอง ฯลฯ มาจากโรงสีกว๊างเม้งแถวสนามบินน้ำ   ข้าวของ ซี.พี ข้าวตราฉัตร ก็มาจากโรงสีของ CP ตามต่างจังหวัด    มาดูว่าเขาเอาข้าวมาจากไหน   ปกติโรงสีเขาก็จะไปรับซื้อข้าวจากชาวนา แล้วมาสีขาย เราสังเกตดูได้ครับว่าหากเป็นข้าวใหม่ในฤดูปกติ (หมายถึงข้าวที่เขาซื้อมาปีนั้น) เขาจะบอกไว้ข้างถุงถ้าเป็นข้าวหอมมะลิ ต้องระมัดระวังเวลาหุงครับ  เพราะหากใส่น้ำมากมันจะเป็นข้าวเปียก หรือแฉะ ต้องใส่น้ำน้อยกว่าปกติแต่ข้าวจะมีกลิ่นหอมมาก  ถ้าหากเป็นข้าวค้างปี หรือข้าวนาปรัง ที่ออกมาต้นปี ก็จะหุงสบายครับ    ปกติโรงสีจะไม่ซื้อข้าวค้างหลายปี  ยกเว้นข้าวที่เขาขายราคาถูก  เราจะเห็นโดยทั่วไปตามห้างที่ราคาถูกหน่อยนั้นคือโรงสีที่เขาไปประมูลข้าวมาจากรัฐบาล ที่เขาส่งออกส่วนหนึ่งอีกส่วนหนึ่งก็มาจ้างโรงสีและนำมาบรรจุส่งขาย

มาดูข้าวรับจำนำของชาวนา ข้าวพวกนี้เป็นข้าวที่มีความชื้นมาก เขาเอามาจำนำ ก็จะได้ใบประทวน หรือตัวจำนำนั่นแหล่ะครับ เขาก็จะบอกว่าข้างอยู่ตรงไหนกองไหน ก็รับเงินไป   ถ้าชาวนาเขาไปตามโรงสีไปเจอราคาข้าวเปลือกราคาสูงกล่าวข้าวรับจำนำเขาก็กลับมาพร้องรถของโรงีหรือรถที่จ้างมา เอาตัวไปเบิกข้าวแล้วเอาไปขาย จากนั้นก็เอาเงินมาคืนรัฐบาล ส่วนส่วนต่างชาวนาก็รับเงินไปอีก  เช่น ข้าว 1 เกวียน ราคารับจำนำ เกวียน 20000 บาท ก็รับเงินพร้อมใบประทวนมา  ในใบประทวนจะกำหนดว่าหมดเวลาไถ่ถอนภายใน 3 ปี   พอไปเจอโรงสี โรงสีให้เกวียนละ 25000 ก็ตกลงกันว่าใครจะไปขนมา ถ้าคนละครึ่งก็ไปเบิกข้าวมา พร้อมเอาเงินจากดรงสี 25000 บาท เอาเงินไปไถ่ถอน 20000 เหลือเงินสด 5000 ชาวนาก็ได้รับเงิน 5000 นั้นไป  ก็เป็นอันว่าชาวนาขายข้าวได้เกวียนละ 22500 (หักค่าขนส่งที่ออกคนละครึ่งกับโรงสี)  

พอครบกหนด 3 ปี  ไม่มีการมาไถ่ถอน ก็อยู่ที่รัฐบาลโดยกระทรวงพานิชย์ เขาก็หาวิธีระบายข้าว  อาจจะนำมาขายทอดตลาด เกวียนละ 12000 บาท  เท่ากับว่ารัฐบาลขาดทุนไป 8000 บาท  ซึ่งเงินที่ขาดทุนนี้ก็คือเงินภาษีของพวกเรา ๆ ท่าน ๆ นี่แลห่ะครับที่รัฐเขาจ่ายไปให้ชาวนา     หรือรัฐบาลอาจจะเอาไปแลกกับอะไรก็ว่ากันไป  เห็นไหมครับว่าการรั่วไหลของเงิน การฮั้วราคาขาวข้างล๊อตใหญ่ ๆ ที่หลุดจำนำจากชาวนามัเป็นไปได้ ที่หมอวรงค์อภิปรายในสภาแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพานิชย์ยังตอบไม่ได้ถึงความโปร่งใส ที่มาที่ไปของการขายข้าวแบบ G to G ในทุกวันนี้ไงครับ

ส่วนพวกเรานั้นโอกาสจะได้กินข้าวหลึดจำนำจากชาวนามี  แต่น้อยครับ  เพราะโรงสีเขาก็ไปหาลูกค้าที่เป็นชาวนาใน Contac ของเขา  ถ้าเราไปดูต่างจังหวัดเราจะเห็นว่าชาวนามีหน้าที่นั่งอยู่ในบ้าน ไถนา ส่วนพันธ์ข้าวและปุ๋ย CP จัดให้   ข่าวเขาก็มารับถึงนา  ยังมีไก่เอย หมูเอย ที่บริษัทใหญ่ ๆ เขาผูกขาดเอาไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่