นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย แถลงถึงกรณีการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน ที่ขณะนี้ถูกนำมาเป็นประเด็นการเมืองในการโจมฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล โดยได้กล่าวว่า ตามข้อเท็จจริง หากพบว่ มีความไม่ถูกต้องในการทำสัญญา จึงควรจะยกเลิกสัญญาในทันที แต่กลับพบว่ามีการต่อสัญญาให้ขยายเวลาการก่อสร้างออกไปถึง 3 ครั้ง อีกทั้งครั้งล่าสุดได้มีมติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2555 ให้มีการขยายสัญญาเพิ่มเติมไปอีก 60 วัน จนสิ้นสุดในวันที่ 14 มีนาคม ในปีนี้ โดยมี พล.ต.ท.สุพร พันธุ์เสือ ผู้บัญชาการสำนักงานส่งกำลังบำรุง รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ลงนามในสัญญา ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องรับผิดชอบด้วย เพราะเป็นการบริหารสัญญาผิดพลาด รวมถึง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น อีกทั้งเพื่อให้การตรวจสอบเรื่องนี้เป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ควรเชิญนายชูวิทย์ พร้อม พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนปัจจุบัน เข้าให้ข้อมูล พร้อมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย
ทั้งนี้ นายชูวิทย์ ยังได้แสดงร่างทีโออาร์โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจทดแทนตั้งแต่ปี 2552 เพื่อชี้ให้เห็นว่า หากสัญญาไม่ถูกต้องผู้รับผิดชอบร่างสัญญา คือ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมการร่างสัญญาต้องมีความผิดด้วย
ปล.สงสัยงานนี้ คนผิดล้นคุก...เอิ๊ก ๆ ๆ
"ชูวิทย์"จี้"เพรียวพันธ์-พงศพัศ"รับผิดชอบคดีสร้างโรงพัก
ทั้งนี้ นายชูวิทย์ ยังได้แสดงร่างทีโออาร์โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจทดแทนตั้งแต่ปี 2552 เพื่อชี้ให้เห็นว่า หากสัญญาไม่ถูกต้องผู้รับผิดชอบร่างสัญญา คือ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมการร่างสัญญาต้องมีความผิดด้วย
ปล.สงสัยงานนี้ คนผิดล้นคุก...เอิ๊ก ๆ ๆ