เห็นในคอลัมภ์ของคอลัมภ์นิสหลายคนช่วงนี้เริ่มเล่นประเด็นเชฟเฟอร์กลับเยอรมันเมื่อช่วงต้นปี แล้วก็สับเละร่ายยาวว่าเห็นแก่ตัว ไม่ทำหน้าที่ไม่จริงจังและจริงใจจะทำงาน ส่งผลให้การฝึกซ้อมทำได้ไม่เต็มที่
หลายๆสื่อแกล้งไม่รู้ หรือรู้แต่ว่าไม่พูดเพื่อที่จะนำเสนอความจริงเพียงบางส่วนกันแน่
จริงอยู่เมนหลักของการกลับเยอรมันของเชฟเฟอร์คือการพักผ่อนและกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด
แต่สิ่งที่เค้าทำนอกเหนือจากนั้นในการกลับเยอรมันครั้งนี้คืออะไร มันส่งผลต่อใคร และใครจะได้ประโยชน์ในระยะยาว ทำไมสื่อไหนๆถึงไม่มีใครคิดจะพูดถึง แต่กลับพูดถึงเพียงครึ่งเดียว แล้วใส่อคติอะไรต่อมิอะไรไปเองอีกมากมายขนาดนี้
สิ่งที่เชฟเฟอร์ทำในช่วงกลับบ้านและอาจจะส่งผลสำคัญต่อวงการฟุตบอลไทยในระยะยาวนั้นคือการพยายามติดต่อสอบถามในการสร้างความร่วมมือในการพัฒนาฟุตบอลร่วมกันระหว่าง เดเอฟเบ (สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมัน) และสมาคมฟุตบอลไทย
สิ่งนี่คือโปรเจคต์พัฒนาฟุตบอลไทย ที่วินนี่กำลังพยายามติดต่อประสานงานและพยายามอย่างสุดความสามารถโดยประสานงานกับเดเอฟเบ สมาคมฟุตบอลไทย สตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทย และเอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทยให้โปรเจคต์นี้เกิดให้ได้
จริงๆแล้วเยอรมันมีโครการที่จะทำความร่วมมือกับชาติในเอเชียอยู่แล้ว และเมื่อเชฟเฟอร์เล็งเห็นจึงได้พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะดันประเทศไทยเข้าไปเป็นตัวเลือกโดยการพยายามติดต่อกับทุกส่วนให้สิ่งนี้เกิดให้ได้เพื่อให้เป็นประโยชน์กับวงการฟุตบอลไทยในระยะยาว แบบที่ญี่ปุ่นก็ทำสำเร็จมาแล้ว
ตั้งแต่เชฟเฟอร์เข้ามาทำทีม เชฟเฟอร์ทำทุกอย่างที่เค้าพูด ถึงแม้จะไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควรก็ตาม ทั้งการพยายามประสานงานกับสโมสรในการทำทีม ทั้งการพยายามผลักดันให้สโมสรต่างๆเพิ่มระดับความฟิตของนักกีฬา (จะเห็นได้ว่าขนาดมุ้ยไปแอตมาดริดความฟิตยังอยู่ในขั้นโคม่า) การพยายามให้สมาคมจัดหารือกันระหว่างทีมชาติกับสโมสรในแนวทางการทำทีมชาติ และพยายามประสานให้ทีมชาติทุกชุดมีความต่อเนื่องทำทีมไปในทางเดียวกัน และสุดท้ายการทำ MOU เพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลร่วมกับ เดเอฟเบ
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าสิ่งที่เชฟเฟอร์ทำจะสำเร็จหรือไม่ แต่อย่างน้อยความตั้งใจในการทำงานของเค้าก็แสดงให้เราเห็นว่า เค้าพยายามอย่างมากเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลบ้านเราอย่างจริงจังจริงๆ แต่กลับถูกโจมตีจากสื่อ และไม่นำเสนอเรื่องราวดีๆที่แม้แต่คนที่พวกเค้าสนับสนุนก็ไม่เคยคิดจะทำอย่างจริงจังเลยด้วยซ้ำ
สุดท้ายอยากจะบอกว่า ถ้าสื่อยังหลงเหลือความมีจรรยาบรรณสื่ออยู่ กรุณานำเสนอในทุกๆด้าน ไม่ใช่เห็นว่าเค้ากลับบ้านก็ใส่ไฟว่าไม่ยอมทำประโยชน์ให้กับชาติเราไปเสียทันที
ปล.วันนี้อย่าลืมให้กำลังใจทีมชาติไทยนะครับ ถึงรู้ว่ามันจะยาก และโอกาสแพ้สูงมาก แต่เราก็ต้องให้กำลังใจกันจนถึงที่สุดครับ
บางอย่างที่สื่อหยิบมาโจมตี ทั้งๆที่ทำในสิ่งที่ดีแต่สื่อกลับไม่พูดถึง
หลายๆสื่อแกล้งไม่รู้ หรือรู้แต่ว่าไม่พูดเพื่อที่จะนำเสนอความจริงเพียงบางส่วนกันแน่
จริงอยู่เมนหลักของการกลับเยอรมันของเชฟเฟอร์คือการพักผ่อนและกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด
แต่สิ่งที่เค้าทำนอกเหนือจากนั้นในการกลับเยอรมันครั้งนี้คืออะไร มันส่งผลต่อใคร และใครจะได้ประโยชน์ในระยะยาว ทำไมสื่อไหนๆถึงไม่มีใครคิดจะพูดถึง แต่กลับพูดถึงเพียงครึ่งเดียว แล้วใส่อคติอะไรต่อมิอะไรไปเองอีกมากมายขนาดนี้
สิ่งที่เชฟเฟอร์ทำในช่วงกลับบ้านและอาจจะส่งผลสำคัญต่อวงการฟุตบอลไทยในระยะยาวนั้นคือการพยายามติดต่อสอบถามในการสร้างความร่วมมือในการพัฒนาฟุตบอลร่วมกันระหว่าง เดเอฟเบ (สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมัน) และสมาคมฟุตบอลไทย
สิ่งนี่คือโปรเจคต์พัฒนาฟุตบอลไทย ที่วินนี่กำลังพยายามติดต่อประสานงานและพยายามอย่างสุดความสามารถโดยประสานงานกับเดเอฟเบ สมาคมฟุตบอลไทย สตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทย และเอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทยให้โปรเจคต์นี้เกิดให้ได้
จริงๆแล้วเยอรมันมีโครการที่จะทำความร่วมมือกับชาติในเอเชียอยู่แล้ว และเมื่อเชฟเฟอร์เล็งเห็นจึงได้พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะดันประเทศไทยเข้าไปเป็นตัวเลือกโดยการพยายามติดต่อกับทุกส่วนให้สิ่งนี้เกิดให้ได้เพื่อให้เป็นประโยชน์กับวงการฟุตบอลไทยในระยะยาว แบบที่ญี่ปุ่นก็ทำสำเร็จมาแล้ว
ตั้งแต่เชฟเฟอร์เข้ามาทำทีม เชฟเฟอร์ทำทุกอย่างที่เค้าพูด ถึงแม้จะไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควรก็ตาม ทั้งการพยายามประสานงานกับสโมสรในการทำทีม ทั้งการพยายามผลักดันให้สโมสรต่างๆเพิ่มระดับความฟิตของนักกีฬา (จะเห็นได้ว่าขนาดมุ้ยไปแอตมาดริดความฟิตยังอยู่ในขั้นโคม่า) การพยายามให้สมาคมจัดหารือกันระหว่างทีมชาติกับสโมสรในแนวทางการทำทีมชาติ และพยายามประสานให้ทีมชาติทุกชุดมีความต่อเนื่องทำทีมไปในทางเดียวกัน และสุดท้ายการทำ MOU เพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลร่วมกับ เดเอฟเบ
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าสิ่งที่เชฟเฟอร์ทำจะสำเร็จหรือไม่ แต่อย่างน้อยความตั้งใจในการทำงานของเค้าก็แสดงให้เราเห็นว่า เค้าพยายามอย่างมากเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลบ้านเราอย่างจริงจังจริงๆ แต่กลับถูกโจมตีจากสื่อ และไม่นำเสนอเรื่องราวดีๆที่แม้แต่คนที่พวกเค้าสนับสนุนก็ไม่เคยคิดจะทำอย่างจริงจังเลยด้วยซ้ำ
สุดท้ายอยากจะบอกว่า ถ้าสื่อยังหลงเหลือความมีจรรยาบรรณสื่ออยู่ กรุณานำเสนอในทุกๆด้าน ไม่ใช่เห็นว่าเค้ากลับบ้านก็ใส่ไฟว่าไม่ยอมทำประโยชน์ให้กับชาติเราไปเสียทันที
ปล.วันนี้อย่าลืมให้กำลังใจทีมชาติไทยนะครับ ถึงรู้ว่ามันจะยาก และโอกาสแพ้สูงมาก แต่เราก็ต้องให้กำลังใจกันจนถึงที่สุดครับ